วิชัยเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา เขาทำงานกินเงินเดือน ในบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นบริษัทที่มีคำว่าการตลาดและยอดขาย เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เหมือนโต๊ะทำงาน ที่ต้องมีกระถางต้นไม้วางอยู่ มีกระดาษใช้แล้ว แต่ไม่มีใครเอาไปทิ้งกองอยู่ มีเก้าอี้ทำงานที่ขาติดล้อ แต่ไม่ได้ทำให้ คนนั่งเคลื่อนที่ไปไหน เกินโต๊ะตัวเอง มีของใช้ในออฟฟิศ ที่พนักงาน ชอบติดชื่อตัวเองไว้ แม้ว่ามันจะเป็นของออฟฟิศ และเหมือนกับ อีกหลายๆอย่าง ที่ดูไม่มีเหตุผล แต่กลายเป็นเหตุผลได้จริงๆ

วิชัยเป็นคนประเภทที่ถ้าเดินไปที่สีลม ขี้นกจะตกใส่หัว หรือถ้าวิชัย ยืนริมฟุตปาธ รถจะขับมาทับน้ำกระเด็นใส่ และถ้าวิชัยวิ่งไปที่สวนสาธารณะ เขาจะเป็นคนแรกที่เหยียบขี้หมา กองที่เหม็นที่สุดและเปียกที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น หุ้นตัวที่ดีที่สุด หรือลอตเตอรี หรือค่าคอมมิชชั่น ก็ไม่เคยตกใส่ กระเด็นใส่ หรือถูกวิชัยเหยียบเลยสักกอง

นอกจากนี้ วิชัยยังไม่แน่ใจว่า ระหว่างการเป็นพนักงานกินเงินเดือนต่อไป กับการออกไปอยู่บ้านเฉย ๆ อะไรจะน่าเบื่อกว่ากัน นั่นเป็นเพราะวิชัยเคยเป็นแต่พนักงานออฟฟิศธรรมดา เคยรับเงินเดือนทุกสิ้นเดือน เคยไม่อยากลุกจากที่นอนตอนหกโมงเช้า เคยถอนหายใจตอนห้าโมงเย็น เคยไม่อยากไปทำงานในวันจันทร์ และดีใจเมื่อถึงวันศุกร์ เคยทำแต่เรื่องที่คนอื่นสั่งให้ทำ เพราะตำแหน่งของวิชัย ไม่มีใครที่ต้องทำตามคำสั่งของวิชัย

จนเมื่อทนทำตามคนอื่นสั่งไม่ไหว วิชัยทดลองลาออกไปอยู่บ้านเฉย ๆ แล้วอาการดีใจเมื่อถึงวันศุกร์ของวิชัย ก็หายไป แถมวิชัยยังไม่อยากอยู่บ้านในวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ เพราะที่บ้านไม่มีแอร์ ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีเก้าอี้ติดล้อ ของใช้ในบ้านก็ไม่ต้องติดชื่อ ไม่มีใครมาสั่งให้วิชัยทำอะไร เขาเคยแต่รับคำสั่งจนสั่งตัวเองไม่เป็น และวันที่วิชัยไปทำงาน ยังเป็นเวลาที่วิชัยกินกาแฟได้หลายแก้วกว่าตอนอยู่บ้าน

นอกจากนี้ การซื้อฝรั่งดองกับมะม่วงจากรถเข็น ตอนกลางวันมากินในออฟฟิส ก็เป็นสิ่งที่ทำที่บ้านไม่ได้ แน่นอน วิชัยเคยลองซื้อฝรั่งดองกับมะม่วงมากินที่บ้าน แต่มันกลับไม่เหมือนกินที่ออฟฟิศ วิชัยจึงกลับมาเป็น พนักงานออฟฟิศธรรมดา กินเงินเดือนเหมือนเดิม

(ตัดตอนจาก นาครเขษม (used people) / คอยนุช / แพรวสำนักพิมพ์ / พิมพ์ครั้งแรก สิงหาคม 2549)

วรรณกรรมสะท้อน+เสียดสีสังคม ผ่านตัวละครที่มีน่ารักและประหลาดในเวลาเดียวกัน
ใครยังไม่เคยอ่าน ลองไปหาอ่านกันดูครับ :D

2006.12.01