การศึกษาทำให้เด็กโง่?

การศึกษาทำให้เด็กโง่?

150 150 *pradt

นอกจากเรื่องการใช้ภาษาไทยแล้ว ประวัติศาสตร์ไทยก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน จากที่อ่านและคุยกับเพื่อน เด็กหลายคน ไม่รู้จักกรุงสุโขทัย และเข้าใจว่า อยุธยาคือราชธานีแห่งแรกของประเทศไทย หรือแม้แต่พระมาหากษัตริย์ ของกรุงรัตนโกสินทร์ เด็กหลายคนก็ยังเข้าใจว่าเป็นการลำดับแบบ “พ่อ-ลูก” ตั้งแต่ รัชกาลที่๑ ลงไปเรื่อยๆ [sick]

คณิตศาสตร์ก็ไม่น้อยหน้า เด็กมัธยมศึกษาหลายคน ไม่รู้ว่า 1 เมตร = 100 เซนติเมตร! และไม่สามารถแปลงมาตราเทียบ กลับไปกลับมาระหว่าง เซนติเมตร – เมตร – กิโลเมตร – ฟุต … เด็กไม่สามารถบวกลบเลขสองหลักในใจได้ (คูณหาร นี่ึคงข้ามไปได้เลย)

รายงานหรือการบ้านก็ไม่ต้องค้นหนังสือในห้องสมุด ทำสรุป ย่อความ ทำบรรณานุกรม เหมือนในอดีตแล้ว เพียงแค่เข้า google กด search หาบทความ จากนั้นก็ copy & paste จัดย่อหน้า สั่ง print ก็ส่งได้ละ

แล้วยังผุด A-Net, O-Net อะไรขึ้นมา (ลอกชาวบ้านมาอีก) คาดหวังจะทำทุกอย่างให้เป็น paperless ในทีเดียว จะได้ทำงบซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องตรวจข้อสอบ โกงกินกันจนอิ่ม เด็กไทยมันจะเป็นยังไงก็ช่าง เรื่องคะแนนรวม ที่วกวนซับซ้อน ผู้ปกครองต้องกระโดดลงมา ช่วยคำนวณให้อีกรอบ เพราะเด็กบางคนคิดไม่เป็น! นี่ยังไม่นับเรื่องคะแนนมั่ว

จะสอบก็ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ใบเสร็จอะไรก็ไม่มีให้ สถานที่สอบก็ดูเอาจากในอินเทอร์เนต ใครอยู่นอกตัวเมืองก็เป็นกรรม ต้องถ่อเข้ามาดูสถานที่สอบในเมือง สถานที่สอบก็เปลี่ยนแปลงได้ ดูวันนี้ที่นึง วันสอบจริงโดนย้ายไปไหนก็ไม่รู้ ต้องเข้าเนตเพื่อตรวจดู ผลสอบก็ประกาศทางเนต เพราะการส่งผลสอบไปที่บ้าน มันเปลือง

ได้ข่าวว่ากระดาษคำตอบ ไม่มีแม้แต่ที่ให้เขียนชื่อ ให้ฝนรหัสเอา (ค่าหมึกมันยังโกง!) ทีนี้เด็กฝนผิดช่อง ก็หาตัวเจ้าของไม่ได้เพราะไม่มีชื่อ ทางแก้คือให้เด็กที่มีปัญหาเรื่องคะแนนสอบไปแจ้ง… กว่าจะตรวจสอบกระดาษ เลขรหัส เสียเวลา เสียทรัพยากร เขียนชื่อไปตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง!

12 comments
  • ANET ONET นี่เป็นเรื่องของคนทำโง่เองมากกว่า แล้วอยากแสดงตัวว่าฉลาด [furious]

  • กลับไป ent แบบเก่าดีกว่ามั้ย?(สำหรับเรื่อง entนะ)
    ส่วนเรื่องการเรียนการสอน เหมือนกับมักง่ายกันหมดทั้งครูและคนเรียกแหละ

  • การศึกษาสมัยใหม่เขาเน้นว่าห้ามเครียดครับ เรียนสัปดาห์ละ 4 วัน วันศุกร์เรียน 1 วิชา เพราะรุ่นพี่ไปเรียน รด.โรงเรียนก็เลยปิด วันธรรมดาเริ่มเรียนแปดโมง เลิกเรียนบ่ายโมง วิชาที่เน้นสอนคือพละ วิชาการเรียนมากแล้วเครียด สอบตกก็ซ่อมได้ไม่จำกัดครั้ง ถ้าตกสองรอบ ครูทำข้อสอบให้เองเลยละกัน เลิกเรียนโรงเรียนไล่กลับบ้านไปเล่นเกมส์กับอ่านการ์ตูน อย่ามาเล่นกีฬาในโรงเรียน เสาร์อาทิตย์ ปิดเทอม บอกแม่ว่าไปเรียนพิเศษ เรียนภาษาอังกฤษในโรงหนัง เรียนคณิตศาสตร์โดยการซื้อเสื้อที่สยาม เรียนสุขศึกษาในโรงแรม และเรียนหลักการเดาข้อสอบ

    ประเทศจะเจริญหรือไม่อยู่ที่การศึกษา สังคมจะเสื่อมทรามก็อยู่ที่การศึกษา การมาไล่เซ็นเซอร์บุหรี่ เหล้า เท้าของหญิงสาว ไม่ได้ทำให้จิตใจคนสูงขึ้นหรอก เมื่อไรรัฐจะเห็นความสำคัญของการศึกษาเสียที

    ปล.มีสิ่งนึงที่น่ากลัวกว่าเรื่องการศึกษาอีกนะ จากการดูถึงลูกถึงคนตอน a-net o-net และข่าวสงกรานต์ จึงทำให้รู้ว่า เด็กสมัยใหม่ที่เป็นชายแท้ๆมีเหลือแค่ 20% จากจำนวนเด็กชายทั้งหมด

  • ผมเห็นด้วยกะการใช้ระบบ entrance แบบเดิมง่ะ เลือกคณะแล้วใช้ข้อสอบกลางเหมือนกันหมด ไอ้ที่ใช้เกรดเฉลี่ยของแต่ละโรงเรียนมาคิดด้วยเนี่ย ตอนนี้ ร.ร. แจกเกรดกันหมดแล้ว ฮ่วย[furious]

    ใช้ข้อสอบกลางวัดกันเลยดีก่า ใครเตรียมตัวมาดีก็ได้เรียนมหาวิทยาลัยปิด / แต่จริงๆ ถ้าเลิกค่านิยมเรื่องการเรียนมหาวิทยาลัยปิดได้เนี่ย เด็กๆ ก็ไม่ต้องเครียดกันแย้วนะ เฮ้อ[sick]

  • กรรมของประเทศไทยจริงๆ
    ทำไรกัน เหมือนการทดลอง ให้เด็กรุ่นนึง เป็นหนูทดลอง
    มีปัญหา ก็แก้กันไป แล้วก็มั่วกันใหม่หนหน้า

  • สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือ
    ทำไมเราปล่อยให้คนแบบนี้ มาดูแลระบบการศึกษาบ้านเราอ่ะ
    มันมาไกลเกินกว่าจะมาลองผิดลองถูกแล้วมังครับ

  • เข้ามาร่วมด้วยช่วยเครียด [desperate]

  • ประเด็นหลังนี้ไม่น่าเรียกว่าการศึกษาทำให้เด็กโง่นะครับ น่าจะเรียกว่า ผู้ใหญ่สร้างระบบการศึกษาโง่ๆมากกว่า
    โลกในยุคหน้าคงจะวุ่นวายหน้าดู ถ้าโกงไม่เก่ง ก็คงต้องขายตัว

    (มาช่วยเครียดอีกคน [evil])

  • โอ้ว จริงอ่ะ ที่กระดาษคำตอบไม่มีที่ให้เขียนชื่อ คนคิดสมองมันทำด้วยอะไร

    วันก่อนดูข่าว มีเด็กมาเถียงกะผู้ใหญ่ท่านนึงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ ฟังแล้วอนาถผู้ใหญ่คนนั้นจริงๆ เด็กพูดจามีเหตุมีผล รู้จักเลือกคำพูดที่เหมาะสม และพยายามหาทางออก ส่วนไอ้แก่นั่นเอาแต่ตัดพ้อต่อว่าเด็กแถมพูดจาวกวน ไม่พยายามจบเรื่องด้วย แก่จะลงโลงแล้วแต่พูดจาเหมือนเด็กประถม (เถียงกะเด็กม.ปลาย) ไม่รู้เอาคนชนิดนี้มารับผิดชอบเรื่องนี้ได้ยังไง

  • มันใช้กาข้อสอบนะไม่ใช้ 2B มาฝนในช่องวงกลมแล้ว กากากบาทแบบปกตินี่ล่ะ แล้วเอากระกาศคำตอบไป scan เป็น file ในคอมฯ จากนั้นก็มีโปรแกรมโคตรฉลาดมาวิเคราะห์ภาพกระดาษคำตอบนั้นๆ เป็นรายๆไป ซึ่งโปรแกรมมันตรวจคะแนนมันก็มั่วมากมายตามข่าว เช่น 18 แต้มก็นับได้ 8 แต้มประมาณนั้น

    เข้าใจว่ากระดาษคำตอบทั้งหมด ประมาณ 4 ล้านแผ่นจะตรวจให้แม่นยำ 100 % ก็ยาก แต่ไอ้ระบบฝน 2B แล้วใช้แสงในการตรวจข้อสอบนั้นผมว่ามันก็น่าเชื่อถือดีนะอุปกรณ์ก็น่าจะ็มีอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นอุปกรณืของหน่วยงานอื่น มันก็เลยหาเรื่องประมูลระบบคอมฯ โคตรอัจฉริยะไปแทน

    เรื่องพวกเนี่ยคนที่มีความคิดจะโกงกินมันชอบนัก ดูพวกป้ายอัจฉริยะต่างๆเป็นต้น
    ป้ายจราจรอัจฉริยะบนถนน มันไว้ให้อัจฉริยะดูป้ายเท่านั้นเพราะคนธรรมดาดูแล้วจะงงว่าถนนที่ตัวเองขับรถอยู่นั้นมันคือสายอะไร
    ป้ายแท็กซี่อัจฉริยะ ก็เช่นกันมักจะตั้งไว้บนถนนที่ taxi มันวิ่งแย่งลูกค้ากันอยู่แล้ว พวกถนนนอกเมืองมันไม่เอาไปตั้งเพราะผู้ใหญ่ไม่เห็น วันที่มันทดลองใช้ ระบบก็พัง

    เรื่อง GPA นี่ผู้ใหญ่มันใช้เป็นเครื่องมือสำหรับควบคุมเด็ก มันพยายามอ้างโน่นอ้างนี่ ซึ่งความจริงก็คือระบบการศึกษา ณ ปัจจุบันไม่สามารถควบคุมเด็กยุคนี้ได้แล้ว มันเลยเอา GPA มาเป็นเครื่องมือให้เด็กยังยำเกรงครูบาอาจารย์ จะอ้างอะไรก็อ้างไปเถอะ สุดท้ายระบบมันไม่ทันโลกและพวกมันไม่มีปัญญาจะรื้อและแก้ไขระบบเก่าที่มีปัญหาเรื้อรังมาช้านาน

  • รับแปลเอกสาร 2009.09.22 at 17:50

    ที่ว่าเรื่องประวัติศาสตร์ กับไม่รู้ 1 เมตร = 100 ซม. นี่เรื่องจริงหรือนี่ ไม่อยากจะเชื่อเลย

  • ^
    ^
    น่าจะมีส่วนจริงครับ

    ภาษาอังกฤษของญาติที่เรียนมัธยมตอนนี้งงมากว่าครูสอนมายังไง จำความหมายแบบมั่วมาก สะกดคำไม่ตรงก็หลายคำเลย

    นี่ขนาดอยู่โรงเรียนระดับท็อปของกรุงเทพฯ แล้วนะนั่น

    ผมว่าระบบการศึกษามันผลักเด็กให้ออกจากโรงเรียนเข้าไปทุกที

Comments are closed.