รถไฟใต้ดิน

รถไฟใต้ดิน

150 150 *pradt
ได้ยินประกาศภายในสถานีรถไฟใต้ดินมาหลายเพลา ยังคงสงสัยว่า ทำไมถึงไม่ประกาศเป็นภาษาอังกฤษด้วย ทั้งๆที่ตอนประกาศชื่อสถานีของขบวนรถ ยังมีการประกาศเป็นภาษาอังกฤษควบคู่กัน เช่น “สถานีต่อไป สีลม ท่านผู้โดยสาร สามารถเปลี่ยนเส้นทางไป bts ได้ที่สถานีนี้ / next station, silom. passengers can connect to bts from this station” หรือคำเตือนก่อนออกจากรถว่า “โปรดระมัดระวังขณะก้าวออกจากรถ / please mind the gap between train and platform”

ดูเหมือนจะมีเพียงสองอย่างนี้ที่มีการประกาศเป็นสองภาษา เพราะมีการบันทึกไว้ล่วงหน้าแล้วก็ ปล่อยให้มันเล่นไปตามระบบ แต่คำเตือนหรือประกาศอื่นๆ กลับไม่มีการประกาศเป็นสองภาษา เช่น “สถานีต่อไปประตูรถจะเปิดทางด้านซ้ายมือ” หรือ “กรุณาอย่าวางกระเป๋าหรือทรัพย์สินของท่านไว้ โดยไม่มีผู้ดูแล หากพบ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที”

ถ้าลองคิดตามหลัก logic แล้วก็จะได้ประมาณนี้

1. คนต่างชาติฉลาด ไม่ต้องบอก ก็รู้อยู่แล้วว่าประตูจะเปิดทางด้านไหน ซ้ายหรือขวา และถ้าพบสิ่งของที่น่าสงสัย เขาก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่เอง ไม่จำเป็นต้องมาป่าวประกาศ หรือพร่ำสอนกันอีก
2. ประกาศเป็นภาษาอังกฤษทำไม ไม่ใช่ภาษาของเราสักหน่อย นอกจากนี้มันก็มันเปลือง ไม่มีงบ และเราไม่สนใจคนต่างชาติ คนพวกนั้น ควรจะไปเรียนภาษาไทยให้แตกฉานซะก่อน ที่จะลงรถไฟใต้ดิน เพื่อจะสามารถฟังประกาศได้

ซึ่งถ้าเป็นตามข้อ 2 เราก็ควรถอดภาษาอังกฤษออกจากระบบไปด้วยเลย อุอุ :)

7 comments
  • อิอิ ประตูรถนี้ปิดเร็วจิงๆนะน้า วิ่งแทบตับแล่บแหล่ะ เวลาเลี่ยนสถานีที่สยามอะ ว่าแล้วอยากไปกทม.ให้ปอดดำเล่นจังเยย คิดตึ๋งมลพิษ อิอิ

  • อาจจะแบบว่าถ้าเปิดแบบ2ภาษา คงจะประกาศได้ไม่ครบทุกสิ่งเพราะมันรีบเปิดรีบปิดและรีบเดินทางต่อมากๆ ฮะๆ คิดเล่นๆนะ

    เป็นรุ่นพี่Abacนี้เอง ยินดีที่รู้จักนะรุ่นพี่ พี่จบจากคณะอะไรอ่ะ แล้วรุ่นอะไรหรอ
    ผม481****ยังเป็นเฟรชชี่อยู่ ฮะๆ ไปแล้วคุบ ขอบคุณที่มาเม้นให้นะคับ

  • ผมว่าถ้าจะทำมันก็ทันนะ เพราะประกาศประตูเปิด มันบอกระหว่างสถานี ส่วนประกาศอื่นๆก็ นานๆจะได้ยินในสถานีสักครั้ง // ผมจบ bba business computer major รุ่นอะไรหว่า ปลาทองอีกละ :sick: มันนานมากแล้วอะ รุ่นที่ 28 มั๊ง (ถ้าจำไม่ผิด) ห่างกันนานโคตร จบมาจะ 5 ปีแล้ว :lol: ว่าแต่ class eng มันยังโหดเหมือนเดิมหรือเปล่า? ตอนที่ผมเรียนนี่ 90% ของชั้นได้ c อีก 8% ได้ d ส่วนอีก 2% ได้ a (มีไม่เกิน 2 คนในหนึ่ง class ส่วนใหญ่จะมีได้คนเดียวหรือไม่มีเลย) อันนี้ของ bba นะครับ ของ arts นี่ไม่ทราบ เห็นเพื่อนว่ามันไม่โหดเท่านี้ แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่า

  • เมื่อวานดูข่าวเรื่องความสามารถทางภาษาอังกฤษของคนไทยที่ค่อนข้างแย่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน (กระทรวงศึกษาเขาใช้ผล TOEFL TOEIC มาเป็นดรรชนี มันก็ใช้ได้อยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับจะฟันธงไปได้ว่า ภาษาอังกฤษของคนไทยโดยรวมแย่กว่าของคนในประเทศเพื่อนบ้าน)

    เกริ่มมาซะนาน เพื่อจะบอกว่า พนักงาน MRT ทุกคนคงไม่สามารถประกาศเป็นภาษาอังกฤษสด ๆ ได้ทั้งหมด ดังนั้นเรื่องประตูเปิดข้างไหน คนต่างชาติก็คงรู้ได้เอง ส่วนเรื่องอย่าวางสัมภาระ หรือเมื่อเห็นของวางไว้น่าสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ก็คงเป็นภาระของคนไทยอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะให้ชาวต่างชาติมาสอดส่องให้คงไม่ได้ แถมถ้าเขาเกิดแจ้งเจ้าหน้าที่จริง ๆ การสนทนากว่าจะลุล่วงไปได้ก็คงต้องตามหาคนพูด-ฟังภาษาอังกฤษได้กันจ้าละหวัน ถ้าเกิดเหตุร้ายก็คงไม่ทันการแล้ว… เอวังด้วยประการฉะนี้แล

  • สงสัยเค้าขาดคนตำแหน่งนี้อยู่นิ แกไปสมัครซิ :)

  • อืม ถ้ามันเป็นข้อความสดอย่างที่ซันนี่ที่พูดถึง ก็ไม่เป็นไร แต่มันไม่สดสิครับ มันเป็นข้อความเดิมซ้ำๆกันทุกวัน ผมว่ามันน่าจะมีเป็น dialogue ไว้เลยนะ // ส่วนคุณ bank ผมแนะนำให้ไปประจำอยู่สถานีบางซื่อ เลยนะครับ เพราะเขาคงต้องการพนักงานประจำอยู่ทุกสถานี และคนคนเดียวคงประกาศทุกสถานี ไม่ได้

  • ผมขอพูดถึงรถไฟลอยฟ้า (BTS) มั่งละกัน … ก่อนถึงสถานีที่มีคนขึ้นลงมากๆ อย่าง สยาม เนี่ย เขาก็จะมีประกาศคล้ายๆ กันแต่จะเป็นการบอกผู้โดยสารในรถว่า “ถ้ายังไม่ลงก็ชิดในด้วย (โว้ย) เพ่” ส่วนคนที่ยืนรออยู่ที่สถานีก็จะได้ข้อความว่า “อย่ายืนเกะกะขวางทางคนจะลงด้วย (โว้ย!)” แถมที่แต่ละสถานีจะมีการตัดสติ๊กเกอร์สีเหลืองๆ แปะไว้ให้รู้กันด้วย (โว้ย) ว่าช่องไหนให้เดินเข้าช่องไหนให้คนในรถเดินออก ??? :( … เฮ้อ … ขนาดทำแบบนี้ผมยังเจอคนจะเข้าพยายามเบียดเสียดแย่งกันเข้ามาอีกนะ ฮ่วย >_

Comments are closed.