千と千尋の神隠 (เซ็นโตะชิฮิโระโนะคามิคาคุชิ) เป็นการผจญภัยของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่มีทั้งอาวุธหรือสงครามใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้แสดง ให้เห็นถึง ความแตกต่าง ของความถูกต้อง หรือความไม่ถูกต้อง มันเป็นเรื่องราว ของเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่หลุดเข้าไปใน โลกที่ความดีและความชั่วร้าย ผสมปนเปอยู่ด้วยกัน

ณ ที่แห่งนั้นเธอได้เรียนรู้ ถึงประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพ และความทุ่มเท ต้องใช้สมอง เพื่อที่จะอยู่รอด ต้องผ่านฝ่าฟันอุปสรรค นานับประการ เพื่อที่จะหาทางกลับมา และเธอก็ทำได้ แต่ไม่ใช่เพราะว่า เธอได้ทำลายความชั่วร้ายไป แต่หากเป็นเพราะ เธอได้พบกับความสามารถ ที่จะอยู่รอด…
 
***original version jan.02.2004 / revised version oct.16.2005

เกี่ยวกับ ภาพยนตร์

ใน DVD ของ region 1 แผ่นที่หนึ่ง จะมีการเกริ่นนำโดย John Lasseter (หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Pixar ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Executive Vice President ของ Pixar มีผลงานกำกับเป็นที่รู้จักจากเรื่อง Toy Story, A Bug’s Life, Toy Story 2, และ Cars นอกจากนี้ยังนั่งแท่น Executive Producer ของ Monsters, Inc., Finding Nemo, The Incredibles และดูแลควบคุมภาคภาษาอังกฤษของ 千と千尋の神隠しและ ハウルの動く城 ) ซึ่งก็จะพูดถึงความประทับใจ และความมหัศจรรย์ของ Spirited Away “ครั้งแรกที่ผม ได้ชมภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ มันก็เป็นช่วงแรกเลย ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในญี่ปุ่น และมันฉายแบบมี subtitle เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นด้วย แต่ผม ก็รู้สึกทึ่งอย่างบอกไม่ถูก ภาพยนตร์เรื่องนี้ มหัศจรรย์อย่างมาก นักเขียนบท, ผู้กำกับฝีมือเยี่ยม และเพื่อนที่ดีของผม ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้สร้างผล งานที่เยี่ยมยอด ผมคิดว่ามันเป็นงาน ที่ดีที่สุดของมิยาซากิ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชิฮิโระ เด็กที่ดูเหมือน เป็นคนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆและ ค่อนข้างเก็บตัว หลังจากนั้นเธอก็เติบโต ขึ้นทั้งทางอารมณ์ และจิตใจอย่างมาก ผ่านการดำเนินเรื่อง และ โลกที่เธอหลังเข้าไปอยู่นั้น มันช่างงดงาม มหัศจรรย์ ไม่เหมือนโลกใด ที่คุณเคยสัมผัสมาก่อน ท้ายสุดนี้ ผมก็ขอให้คุณมีความสุขกับการชม ภาพยนตร์เรื่องนี้”

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานของ 宮崎駿 (มิยาซากิ ฮายาโอะ) มีจุดสำคัญอยู่ที่โรงอาบน้ำที่เทพและวิญญาณของญี่ปุ่น มิยาซากิกล่าวว่า เขามีความประทับใจกับโรงอาบน้ำ ตั้งแต่สมัยที่เขายังเด็ก และเขาต้องการสร้างสถานที่ ที่แปลกๆขึ้นมา ในภาพยนตร์ของเขา แล้วเขาก็คิดว่าโรงอาบน้ำ สำหรับเทพเจ้า คงจะเป็นอะไรที่แปลกและน่าสนใจมาก เขาคิดว่าเทพต่างๆ ก็คงจะ เดินทางไปผ่อนคลายที่น้ำพุร้อน หรือ สถานที่พักผ่อน เมื่อจิตเกิดอ่อนล้า เหมือนกับที่ มนุษย์เราทำกัน และนี่ก็เป็น เหตุผลหลัก ที่มิยาซากิใช้โรงอาบน้ำ เป็นหลักในเรื่องนี้

มิยาซากิกล่าวว่า ในสมัยอดีตนั้น พวกเราเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มีเทพและ วิญญาณสถิตย์อยู่ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ แม่น้ำ แมลง บ่อน้ำ และในทุกๆที่ แต่ในปัจจุบัน ผู้คนกลับเลิกเชื่อสิ่งเหล่านั้น แต่เขาก็ยังคงชอบความคิดที่ว่า เราควรทนุถนอม ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะมันมีชิวิต อยู่ภายในสิ่งเหล่านั้น ทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นของ 千と千尋の神隠し

ครอบครัวของ 千尋 (ชิฮิโระ) กำลังอยู่ระหว่าง การย้ายมาอยู่ ที่เมืองอีกเมืองหนึ่ง เด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบ ดูจะไม่ค่อยพอใจนัก เพราะต้องจากเพื่อนๆ ที่เล่นสนุกด้วยกันมา ระหว่างทางพ่อของชิฮิโระ ตัดสินใจใช้ทางลัด ที่ไม่รู้จัก เพียงแต่คิดว่าตัดผ่านไป น่าจะไปถึงได้เร็วกว่า รถของพวกเขา มาจอดในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีรูปปั้นหินประหลาด วางอยู่ด้านหน้า อีกด้านหนึ่งนั้นเป็นช่องประตู ที่มืดมิดเหมือนอุโมงค์ เมื่อชิฮิโระก้าวเข้าไปใกล้ มีลมดูดพัดพาใบไม้ปลิว เข้าไปในประตูที่มืดมิดนั้น เธอรู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างที่น่ากลัว อาจจะเป็นสัญชาตญาณ ของมนุษย์อย่างหนึ่ง ที่มักจะกลัว สิ่งที่ไม่รู้จักและไม่เคยเห็น แม้ว่าเธอจะพยายาม โน้มน้าวพ่อแม่ของเธอ ไม่ให้เข้าไป แต่ก็ไม่สำเร็จ ท้ายที่สุดเธอก็ต้องเดินตามเข้าไปด้วย

อีกด้านหนึ่งนั้นเป็นทุ่งกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีสิ่งปลูกสร้างที่ดูเหมือนถูกทิ้งให้ร้างมานาน พ่อและแม่ของชิฮิโระได้กลิ่นอาหาร จึงเดินตามกลิ่นไปจนเข้ามาใน เมืองที่ปราศจากผู้คน เห็นมีเพียงอาหารตั้งอยู่ ทั้งสองคนเริ่มลงมือรับประทานทันที โดยไม่สงสัยว่า อาหารนี้มาจากไหน เพราะคิดว่าเจ้าของร้านคงไม่ธุระแถวนั้น และพวกเขาก็จะ สามารถจ่ายเงินได้ เมื่อเจ้าของร้านกลับมา ชิฮิโระจึงออกไปเดินสำรวจรอบๆ และได้เห็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ที่นี่เธอได้พบกับเด็กผู้ชายปริศนา ที่ดูเหมือนประหลาดใจ ที่ได้เห็นเธอ เขาบอกให้เธอรีบออกไป จากที่นี่ก่อนที่ฟ้าจะมืด ชิฮิโระแปลกใจ แต่ก็ทำตาม ที่เด็กผู้ชายบอก แต่เมื่อเธอกลับไป ถึงที่ที่พ่อแม่เธอเคยนั่งอยู่ ทั้งสองก็กลายเป็นหมูไปเสียแล้ว

ด้วยความช่วยเหลือของ ハク (ฮากุ) ทำให้เธอได้พบกับ 釜爺 (คามาจิ) ผู้คุมห้องต้มน้ำ, リン (ลิน) สาวที่ทำงานในโรงอาบน้ำ, และ 湯婆婆 (ยูบาบะ) แม่มดผู้มีพลังอำนาจสูงสุดในโรงอาบน้ำ ในที่สุดชิฮิโระ ก็ได้ทำงานที่โรงอาบน้ำแห่งนี้ ที่จะเป็นทางรอดทางเดียวของเธอ และหาหนทางที่จะช่วยพ่อแม่ของเธอให้กลับมาเป็นคนอีกครั้ง เมื่อชิฮิโระเซ็นสัญญาตกลงกับยูบาบะ ยูบาบะก็ได้ดึง ส่วนหนึ่งของชื่อของชิฮิโระออกไป เหลือเพียงแต่คำว่า (千) เซ็น // มีความเชื่อว่า ถ้าคนเราถูกเอาชื่อไป ก็จะเหมือนถูกเอาวิญญาณไป ในที่นี้ก็เหมือนกัน เมื่อชิฮิโระโดนยูบาบะเอาชื่อไป ทำให้ความทรงจำของเธอ เริ่มหายไป และค่อยๆลืม ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอย่างช้าๆ อย่างไม่รู้ตัว

ภายหลังชิฮิโระได้ทราบว่าฮากุก็เป็นเหมือนเธอคือถูกยูบาบะใช้งาน ในครั้งนี้ยูบาบะได้ใช้ให้ฮากุไปขโมยตราประทับของ 銭婆 (เซนิบะ) พี่สาวฝาแฝดของเธอ จนได้รับบาดเจ็บจากมนตร์ ที่ใช้ป้องกันตราประทับ

ชิฮิโระจึงต้องเดินทางกลับไปหาเซนิบะ พร้อมกับผู้ติดตามที่น่ารักทั้งสาม かおなし (คาโอนาชิ) ซึ่งกลับร่างเดิม ด้วยความช่วยเหลือของชิฮิโระ ลูกของยูบาบะ ที่ถูกสาปให้เป็นหนู และนกตัวเล็กหน้าตาตลก ที่ค่อยๆเรียนรู้ และเข้าใจถึงชีวิต ความรักและมิตรภาพ ผ่านการเดินทางแสนมหัศจรรย์

เกี่ยวกับ dvd

หน้า main menu ของ region 1 (u.s.a) / region 4 (australia) / region 2 (france) โดยของ region1 จะมีส่วนที่เป็น special features และ trailers อยู่ในแผ่นแรกด้วย

หน้า chapter selection ของ region 1 (u.s.a) / region 4 (australia) / region 2 (france)

ในแผ่นที่ 1 ของฝรั่งเศสจะมีตัวอย่างของ le château ambulant ด้วย ซึ่งก็คือ ハウルの動く城 (ฮาอุรุ โนะ อุโกคุ ชิโระ howl’s moving castle) ภาพยนตร์ animation เรื่องล่าสุดของ studio ghibli ที่กวาดรายได้ถล่มทลายในญี่ปุ่นและได้รับคำชื่นชม จากนักวิจารณ์ทั่วโลก

หน้าปกแบบของ US (region 1) หน้าปกแบบของ Australia (region 4) และ หน้าปกแบบของฝรั่งเศสแบบ édition collector (region 2) // หน้าปกของ US จะเหมือนหน้าปกแบบ version ธรรมดาของฝรั่งเศส มีแปะรางวัลการันตีถึงคุณภาพถึงอย่าง Best Animated Features จาก National Board of Review, Best Animated Film จาก New York Film Critics Circle และ Golden Bear Award Best Picture จากงานเทศกาล หนังเบอลินครั้งที่ 52 และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ภาพยนตร์อนิเมชั่น ได้รับรางวัลนี้ // หน้าปกของ Australia เป็นหน้าปกที่ทำขึ้นใหม่ เพื่อใช้เป็นปกของ Limited Edition ที่ทำเป็น Digipack // édition collector ของฝรั่งเศสก็เป็น digipack แต่มีแค่ทบเดียวเท่านั้น

ตัวแผ่นและด้านในของแผ่น region 2 (france) และ region 1 (u.s.a.)

ตัวแผ่นและด้านในของแผ่น region 4 (australia) เมื่อเปิดออกมาจะเห็นภาพพื้นน้ำสีฟ้า เห็นแสงไฟจากเมืองระยิบระยับ เป็นมุมมองของชิฮิโระจากฝั่งของโรงอาบน้ำนั่นเอง โดยตัวแผ่น DVD ก็ทำการพิมพ์ภาพให้เข้ากับพื้นหลังเป็นหนึ่งเดียวกัน

อีกด้านหนึ่งพิมพ์เป็นรูปด้านหน้าของโรงอาบน้ำ

collector box ของแม่สาย ที่ลอกแบบของฝรั่งเศสมา เป็นพลาสติคสวมทับกล่องไม้ลงเงาสีดำ ด้านในเป็นกล่องไพ่

ข้อมูลของแผ่น dvd

ประเภท: Animation
แหล่งที่มา: อเมริกา / ออสเตรเลีย / แม่สาย (FR)
ราคา: $22.49 / $AU36.95 / 550 บาท
ความจุของแผ่น: USแผ่นที่ 1: 7.77G / USแผ่นที่ 2: 4.33 / AUแผ่นที่1 : 7.63G / AUแผ่นที่ 2 : 6.82G / FRแผ่นที่1 : 7.93G / FRแผ่นที่2 : 7.89G
ความยาว: 2 ชั่วโมง 5 นาที
video: US&AUS Widescreen 2.0:1 / FR Widescreen 1.85:1
audio: US: ภาษาอังกฤษ 5.1, ภาษาญี่ปุ่น 5.1, และ ฝรั่งเศส 2.0 / AU: ภาษาอังกฤษ 5.1, ภาษาญี่ปุ่น 5.1 และภาษาญี่ปุ่น DTS / แม่สาย (FR): จีน 5.1, ญี่ปุ่น 5.1 และ ญี่ปุ่น DTS
subtitle: US&AUS : ภาษาอังกฤษ / FR (แม่สาย) : จีน, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, ญี่ปุ่น
special features:

US : Introduction by John Lasseter เกริ่นนำเรื่องความยาว 1 นาที / The Art of Spirited Away เป็น Documentary ของอเมริกาความยาว 15 นาที / Traliers ของ Disney / Behind The Microphone เป็นเบื้องหลัง การให้เสียงภาษาอังฤษ ความยาว 5 นาที 40 วินาที / Select Storyboard-To-Scene Comparison ความยาว 10 นาที 36 วินาที เป็นภาพร่างทั้งหมด พร้อมกับเสียงที่สามารถเลือกได้ว่า จะฟังภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่น / Nippon Television Special เบื้องหลังการถ่ายทำความยาว 42 นาที / Original Japanese Trailers เป็นโฆษณาของญี่ปุ่น ทั้งหมดมี 22 แบบความยาวรวม 30 นาที

AU : Making of Spirited Away เบื้องหลังการถ่ายทำที่จัดทำโดย Nippon Television ความยาว 42 นาที / Storyboard Comparison เปรียบเทียบระหว่างภาพร่าง และภาพที่จัดทำเสร็จเรียบร้อย ทั้งหมด 5 ฉาก โดยสามารถ เลือกชมได้ว่าจะรับชม Storyboard หรือภาพจริงสลับไปมาหรือ ชมแบบทั้งสองอย่าง ในเวลาโดยแบ่งหน้าจอ ออกเป็นสองส่วน / Themes of Spirited Away บทความอธิบาย ความเป็นมาของ Theme ต่างๆที่ใช้ในเรื่องนี้ ซึ่งจะประกอบไปด้วย โรงอาบน้ำ อาบุรายะ, ความเชื่อทางศาสนาของญี่ปุ่น, ความหมายของชื่อชิฮิโระ และตัวเอกที่เป็นผู้หญิง ในผลงานที่ผ่านมาของมิยาซากิ / Trailers and TV Spots ประกอบด้วยของญี่ปุ่น อเมริกาและฝรั่งเศส / Image Gallery ประกอบไปด้วย ภาพนิ่งที่ใช้ประกอบ ในเรื่องและ ส่วนที่เป็นโปสเตอร์ของเรื่องนี้ ในประเทศต่างๆเช่น อเมริกา (Spirited Away) ญี่ปุ่น (千と千尋の神隠) ฝรั่งเศส (Le Voyage de Chihiro) ฟินแลนด์ (Henkien Katkema) อิตาลี (La Citta Incantana) สเปน (El Viaje de Chihiro) เมกซิโก (A Viagem de Chihiro) และรัสเซีย (Унесенные призраками) / Study Guide เป็น PDF file ที่จัดทำขึ้น โดยใช้แนวทางการทำงานของมิยาซากิ มาเป็นตัวอย่างศึกษา

FR : L’univers musical de Joe Hisaishi สัมภาษณ์ความหัศจรรย์ของดนตรีจากฝีมือ Joe Hisaishi ความยาว 34 นาที / La philosophie du studio Ghibli ปรัชญาของ studio Ghibli ความยาว 11 นาที / Making-of เบื้องหลังการทำงาน 42 นาที / Le Musée Ghibli เดินชมพิพิธภัณฑ์ ความยาว 8 นาที / Comparaison du Film au Story-board เปรียบเทียบ ระหว่างภาพร่าง และภาพที่จัดทำเสร็จเรียบร้อย สามารถเลือกฟังเสียงญี่ปุ่น หรือฝรั่งเศสได้ ความยาว 2 ชั่วโมง 5 นาที คือดูได้ทั้งเรื่อง ตั้งแต่ฉากเปิดจนถึงจบ / Promotion แบ่งออกเป็น Bandes Announces ตัวอย่างหนัง 10 แบบ TV Spots โฆษณาโทรทัศน์ 12 แบบ และ Galeries ภาพที่ใช้ในการโปรโมตหนัง

Nippon TV Special : The Making of

มันเป็นระยะเวลากว่า 4 ปีจากผลงานเรื่อง もののけ姫 (โมโนโนเกะ ฮิเมะ) ผลงานเรื่อง 千と千尋の神隠し (เซ็นโตะชิฮิโระ โนะ คามิคาคุชิ) ก็ออกสู่สายตาสาธารณะชน ตัวเอกของเรื่องนี้ ก็คือชิฮิโระ เด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบ ที่มีลักษณะเป็นเด็กที่เนือยๆ และไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร ชิฮิโระ เป็นตัวละครที่สร้างมาจากบุคคล ที่มีชีวิตอยู่จริง เด็กผู้หญิง คนที่เป็นแบบหลัก ให้ตัวละครหลักชิฮิโระ ก็คือ ลูกสาวของเพื่อนสนิท ของมิยาซากิ มิยาซากิมีบ้านพัก อยู่บนเขาในชินจู ที่เขามักจะเชิญเพื่อนของเขา และลูกสาวมาพักในช่วงฤดูร้อนของทุกปี มิยาซากิกล่าวว่า “มาจนถึงปัจจุบันนี้ ผมยังไม่เคยสร้างภาพยนตร์ เพื่อเด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบเลย แน่นอนว่า ในตอนนี้เธอดูมีความสุข และมีพลังอย่างมาก แต่ว่าเมื่อเธอต้องค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นมา ในโลกใบนี้ เธอจะสามารถรักษา สิ่งเหล่านั้นไว้ได้หรือ?” สิ่งนี้กลายเป็นเหตุผลหลัก ที่มิยาซากิตัดสินใจ ที่จะทำภาพยนตร์เรื่องนี้ มิยาซากิกล่าวว่า “ผมจะทำภาพยนตร์เพื่อเด็กคนนี้” และเนื่องจาก คนที่เป็นต้นแบบ ให้ตัวละครของมิยาซากิอายุ 10 ขวบ ตัวละครหลักจึงมีอายุ 10 ขวบเท่ากัน

เมื่อพ่อและแม่ของเด็กผู้หญิง ที่เป็นต้นแบบได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ครั้งแรก พวกเขาต่างประหลาดใจอย่างมาก ที่มิยาซากิสามารถจับเอา จิตวิญญาณของลูกสาวของพวกเขา มาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม่ของเด็กผู้หญิง ถึงกลับกล่าวว่า มิยาซากิได้ศึกษา สังเกตลูกสาวของเรามาโดยตลอด ซึ่งในความจริงแล้ว ตัวละครทุกตัวของมิยาซากิ ได้แรงบันดาลใจมาจากคนที่มีชีวิตจริงๆ อย่างเช่นキキ(Kiki) จากเรื่อง 魔女の宅急便 (มาโจ โนะ ทักคิวยุบิน / Kiki’s Delivery Service) ก็มาจากลูกสาวอายุ 13 ปีของ ซูซูกิผู้เป็น Producer ในเรื่องนั้น

พ่อของชิฮิโระก็มาจาก พ่อจริงๆของเด็กผู้หญิง ที่เป็นต้นแบบ โดยตัวละครตัวนี้ ก็มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก กับคนที่เป็นต้นแบบ เช่น มักจะขับรถหลงทาง (อย่างที่เห็นในช่วงแรก) หรือการที่เป็นคนที่กินอาหาร อย่างไม่ค่อยจะมีมารยาท ออกจะมูมมามในบางครั้ง ส่วนตัวละคร แม่ของชิฮิโระ ก็มาจาก ทีมงานคนหนึ่งของ Studio Ghibli ซึ่งก็จะมีลักษณะ ที่เหมือนกับตัวละครต้นแบบ ตรงที่เวลาที่เธอทานอาหาร เธอจะพับข้อศอกแขนตั้งตรง ซึ่งเป็นลักษณะนิสัย เฉพาะส่วนตัวอย่างแท้จริง กล่าวได้ว่าทุกคนที่เข้ามา อยู่ในรัศมี 10 ฟุตรอบตัวมิยาซากิ วันหนึ่งอาจกลายเป็น แบบให้ตัวละครตัวหนึ่ง ของมิยาซากิ ก็ดูจะไม่เกินความจริงไปเลย

เมืองไร้ผู้คน ที่แปลกประหลาด ที่เป็นฉากสำคัญในช่วงแรก ก็มาจากสถานที่ที่มีอยู่จริง เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่แสดงถึงสถาปัตยกรรม เอโดะ-โตเกียว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ Studio Ghibli ที่เป็นสถานที่ แสดงสถาปัตยรกรรม ที่สร้างตั้งแต่ปลายปี 1700 จนถึงกลาง 1990 และเปิดให้ผู้ที่สนใจ ได้เข้าชม มิยาซากิชอบที่นี่มาก และมักจะมาเสมอเมื่อมีเวลา ในเรื่อง ชิฮิโระ หลงเข้าไปในเมือง ที่ซ่อนอยู่ และไม่มีใครเคยพบ เป็นเหมือนจักรวาล ที่อยู่คู่ขนานกัน ในที่นี้ คือเมืองของญี่ปุ่น ในอดีตนั่นเอง

Studio Ghibli ตั้งอยู่ที่เมือง Koganei ที่อยู่รอบนอกของโตเกียว ที่ที่ผลงานระดับ masterpiece หลายชิ้นถูกสร้างขึ้น รวมถึง もののけ姫 (โมโนโนเกะ ฮิเมะ) ด้วย ฝ่ายอนิเมชั่น ที่เป็นกุญแจคัญ ของการสร้างภาพยนตร์ ที่จะต้องวาดภาพ จำนวนมหาศาล กว่าจะออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว ให้เราได้ชมกัน มือของช่างศิลป์ผู้เชี่ยวชาญ ค่อยๆวาดภาพ ขึ้นมาทีละภาพ ถึงแม้ว่าปัจจุบัน จะมีการนำเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ แต่ลำดับการทำงาน ก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง คือจะต้องมีคนที่วาดภาพที่เรียกว่า Key Frame หรือการเคลื่อนไหวหลัก จากนั้นก็ขะมีทีมงาน ไปวาดภาพช่วงระหว่าง Key Frame สองภาพ หรือที่เรียกว่า In-Betweens

Storyboard เป็นสิ่งที่เป็นหัวใจ ของ ภาพยนตร์ของมิยาซากิ ผลงานจาก จินตนาการของมิยาซากิทั้งหมด ได้รวมอยู่ใน Storyboard เหล่านี้ เหล่าทีมงานของมิยาซากิ จะเข้าประชุมเพื่อศึกษา storyboard มีการปรึกษาหารือกัน ถึงภาพการเคลื่อนไหว ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร อย่างเช่น การเคลื่อนไหวของมังกร เวลาตกลงมาที่พื้น หรือลักษณะของปาก และฟันที่เมื่อมีคนง้างปากออก ลักษณะของเหงือก และฟันจะเป็นอย่างไร ทุกคน ต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้งานสำเร็จออกมา ตามแผนเวลา ที่วางเอาไว้

เมื่องานภาพเคลื่อนไหวเสร็จสิ้นลง ก็มาถึงการใส่เสียง ให้ตัวละคร // ข้างใต้ของ Ghibli Studio 2 เป็น Screening room แต่ด้วยเรื่อง 千と千尋の神隠しทำให้ห้องดังกล่าว ถูกแปลงเป็นห้องอัดเสียง เพื่อให้มิยาซากิสามารถไปมา ระหว่างการให้เสียงตัวละคร และงานภาพเคลื่อนไหวได้ไปพร้อมๆกัน แต่ที่นี่ต่างจากห้องอัดเสียงอื่นๆ ตรงที่ไม่มีกระจกป้องกันเสียง ระหว่างคนที่ทำหน้าที่พากย์ และทีมงาน

ดังนั้นความเงียบ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะว่าไม่มีอะไรกั้นเสียงทั้งสิ้น เสียงทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้ ก็จะถูกบันทึกลงไปด้วย แม้แต่มิยาซากิ ที่ทำงานด้านนี้มากว่า 20 ปี ก็ยังไม่เคยพบ การอัดเสียงแบบนี้มาก่อน มิยาซากิกล่าวว่า “พออยู่ห้องนี้ ทำให้ผมหายใจ ได้ไม่ทั่วท้องเลย มันไม่เหมือนกับ ห้องอัดเสียงธรรมดาที่อื่น มันแตกต่างกันจริงๆ ผมรู้สึกกังวล กับทุกอย่าง ที่อาจทำให้เกิดเสียง แม้แต่ เสียงท้องร้องของผมเอง”

เด็กผู้หญิง ที่มารับบทให้เสียงของชิฮิโระคือ 柊瑠美 (ฮิอิราจิ รูมิ) ผู้เคยฝากผลงานไว้ใน ละครดรามาของ NHK เรื่อง すずらん~少女・萌の物語~ (ซูซุรัน) ขณะเธอมีอายุได้ 13 ปี

夏木マリ (นัตซิกิ มาริ) ให้เสียงเป็น แม่มดที่โลภมาก ใจร้ายและ ปากร้ายอีกด้วย แต่เธอก็มี ด้านที่อ่อนหวาน เมื่อต้องรับมือกับ ลูกชายของเธอ ยูมิให้เสียง พร้อมท่าทางได้ดีมาก ทำให้ตัวละครยูบาบะ มีเสน่ห์ราวกับมีชีวิตจริงๆ

ชูจิ อิโนอูเอะ ทำหน้าที่เป็น Sound Engineer ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาและทีมงานของ Studio Ghibli ได้เดินทางมาที่ น้ำพุร้อนคุซัตซุ เพื่อมาอัดเสียงจริง ที่จะใช้ประกอบ ในภาพยนตร์ // งานอนิเมชั่น ไม่ได้ประกอบไปด้วย เสียงของตัวละครเท่านั้น แต่ยังมี sound effects ที่เป็น ส่วนสำคัญมากอยู่อีก ตัวภาพยนตร์ดำเนิน เรื่องเกี่ยวกับ โรงอาบน้ำ เสียงของน้ำ จึงเป็นสำคัญในเรื่อง พวกเขาก็ได้พบเสียง ที่จะมาใช้ที่ 温泉 (ออนเซ็น) แห่งนี้นี่เอง โดยปกติ อิโนอุเอะซัง จะทำการ mix เสียงอยู่ที่ studio แต่เนื่องจาก ทีมงาน sound effects ต้องทำงาน อยู่ที่ studio ตลอด เพราะว่าเกิดความล่าช้า ในการผลิต ดังนั้น อิโนอุเอะซัง กับทีมงานอีกสองสามคน จึงต้องออกเดินทาง เพื่อไปเก็บเสียงที่ จำเป็นต้องใช้ด้วยตัวเอง พวกเขาต้องการ บันทึกเสียง ไม่ใช่เพียงแต่เสียงน้ำไหลเท่านั้น แต่เป็นเสียงทั้งหมด ที่เรามักได้ยิน ในโรงอาบน้ำ เช่น เสียงถูกพื้น เสียงเดิน เสียงถังไม้กระทบกัน เสียงราดน้ำ เสียงน้ำกระฉอก และอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีส่วนอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้เสียงประกอบ เช่นทางเดิน เสียงคนพูด ผ่านฉากกั้นเสียงต่างๆ ในครัว ไม่ว่าจะเป็น การผัด ต้ม เสียงน้ำมัน เสียงสับ การผ่า ทีมงานต้องไปอัดเสียง ถึงในครัวของร้าอาหาร ขณะมีการทำอาหารจริงๆอยู่ แม้แต่เสียงรถยนต์ ที่พ่อของชิฮิโระขับ ทีมงานก็ต้องการ ให้ได้เสียงที่สมจริงที่สุด จึงเช่ารถยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน กับในภาพยนตร์มาเพื่อบันทึกเสียง ขณะวิ่งอยู่บนถนน ที่ขรุขระ ตามลักษณะในท้องเรื่อง ขณะเดียวกันทาง Studio ที่โตเกียว ก็ทำการบันทึก เสียงรายละเอียด เล็กน้อยต่างๆ เช่นเสียงเดิน เสียงวิ่งลงบันได เสียงย่ำเท้าในน้ำ เสียงรองเท้า ที่ต่างกัน เดินบนพื้นที่เหมือนกัน สร้างเสียงของการเดิน ในหลายรูปแบบ โดยใช้ทั้งรองเท้า ที่ไม่เข้ากัน หรือ รูปแบบการเดิน ที่ต่างกัน

Studio ghibli ได้เช่า Sumida Triphony Hall ที่โตเกียว เพื่อทำการบันทึก เสียงดนตรี Orchestra เพื่อใช้ประกอบ ภาพยนตร์ 千と千尋の神隠しเรื่องนี้ ส่วนผู้ประพันธ์บทเพลง ก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากสุดยอด หนึ่งเดียวคนนี้ 久石譲 (ฮิซาอิชิ โจ) ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์บทเพลง ทั้งหมดใน ผลงานของมิยาซากิ ตั้งแต่ 風の谷のナウシカ (คาเซะ โนะ ทานิ โนะ นาอูชิกา / Nausicaä of the Valley of the Wind) ในครั้งนี้ก็ได้ New Japan Philharmonic มาร่วมบรรเลง ท่วงทำนอง ที่แสนไพเราะ บันทึกเสียงผ่าน ไมโครโฟนมากถึง 60 ตัว เพื่อให้ได้เสียงที่ สมบูรณ์แบบที่สุด

เวลาล่วงมาถึง เดือนมิถุนายน หนึ่งเดือน ก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉาย การบันทึกเสียงตัวละคร ก็ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว 入野自由 (อิริโนะ มิยุ) ผู้ให้เสียงเป็น ฮากุ เด็กหนุ่มลึกลับ ที่คอยช่วยเหลือ ชิฮิโระ ก็ได้มาร่วมให้เสียงกับ รูมิซัง ในวันสุดท้าย ของการบันทึกเสียง ตัวละคร ก่อนเสียงทั้งหมด จะถูกนำไปรวมกันที่ Studio

เพลง Theme ของเรื่องนี้ แปลเป็นภาษาอังกฤษ ได้ว่า Always with Me เพลงนี้สร้างความประทับใจ ให้มิยาซากิอย่างมาก จนมีคนกล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างขึ้นเนื่องจาก เพลงนี้เลยทีเดียว ขณะที่มิยาซากิทำงาน เขามักจะเปิดเพลงนี้ ระหว่างทำงานเสมอ เพลงนี้เขียนขึ้น และเล่นโดย คิมูระ ยูมิ (木村弓) เธอเป็นศิลปิน ที่เล่นเครื่องดนตรี ประเภทพิณชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า Lyre

ยูมิซังกล่าว่า เธอได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง もののけ姫 (โมโนโนเกะ ฮิเมะ / Princess Mononoke) หลังจากนั้น เธอก็รู้สึกว่า อยากมีส่วนร่วม ในการสร้างภาพยนตร์ ด้วยเสียงเพลงของเธอ ยูมิซังได้เขียนจดหมาย พรรณนาถึง ความรู้สึกของเธอ ในจดหมาย และ ส่งไปให้มิยาซากิ มิยาซากิ ได้ตอบรับจดหมายของเธอ พร้อมทั้งได้บอกถึง โครงเรื่องของภาพยนตร์ เรื่องต่อไปของเขาอีกด้วย ยูมิซังได้พบ เมโลดี้

อันหนึ่ง ที่เธอคิดว่ามันน่าสนใจ แต่ว่ามันอาจจะไม่เหมาะกับ ภาพยนตร์เรื่องใหม่ ของมิยาซากิเท่าไหร่ แต่เธอก็คาดว่า มิยาซากิ อาจจะชอบเพลงนี้ก็ได้ เธอจึงส่งมันไปให้มิยาซากิ ซึ่งก็คือเพลง いつも何度でも (อิซึโมะ นันโดเดโหมะ) ในช่วงเวลานั้น มิยาซากิกำลังทำโครงการเรื่องอื่นอยู่ มิยาซากิจึงเขียนจดหมายตอบว่า เขาชอบเพลงนั้นมาก แต่โครงการที่เขาทำอยู่ ตอนนั้นซึ่งก็คือ Rin, The Chimney Cleaner ได้ล้มเลิกไปแล้ว อย่างไรก็ตามยูมิซัง ก็บอกว่า เธอค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกดีใจมาก ที่มิยาซากิชอบเพลงของเธอ หลังจากนั้นทั้งสองคน ก็ขาดการติดต่อกับไปพักใหญ่ ขณะนั้นมิยาซากิ ก็ได้เริ่มทำโครงการใหม่ ซึ่งก็คือ 千と千尋の神隠しและวันหนึ่ง มิยาซากิ ก็ได้ฟังเทปที่ ยูมิซังส่งมาให้อีกครั้ง เขาก็ได้รู้ว่า งานที่เขากำลังทำอยู่ มี Theme เหมือนกับเพลงนี้เลยทีเดียว

เมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะลืมไปว่า ความเป็นเด็กเป็นเช่นไร นั่น ก็อาจจะเป็นความหมาย ที่ต้องการสื่อออกมาจาก ช่วงหนึ่งของเพลงนี้นั่นเอง มิยาซากิจึงเลือก ที่จะใช้เพลงนี้ เป็นเพลงจบใน ภาพยนตร์เรื่องนี้ ในที่สุด

เบื้องหลัง ภาพยนตร์

千と千尋の神隠し (เซ็นโตะชิฮิโระโนะคามิคาคุชิ) เป็น ภาพยนตร์อนิเมชั่น ที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุด ในญี่ปุ่นอย่างไม่มีเรื่องไหนเทียบได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รางวัลมากมายจากทั่วโลก จินตนาการที่ บรรจุอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังสร้างความประทับใจ ให้กับทุกทุกคนที่ได้ชม ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ความมหัศจรรย์นี้ก็คือ ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ที่ไม่เหมือนใคร และได้รับการยอมรับจาก ผู้สร้างอนิเมชั่นทั่วโลก มิยาซากิ เป็นหนึ่งในผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน 千と千尋の神隠しเป็นเหมือนผลงาน ที่มาจากจินตนาการ ที่มากล้นของมิยาซากิ

千と千尋の神隠しเป็นเรื่องราว ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ติดอยู่ในโลกปริศนา ที่ต้องค้นหา ความแข็งแกร่ง ภายในจิตใจ เพื่อมีชีวิตรอดต่อไป และ เธอก็ได้พบ หนทางเดียว ที่จะเธอมีชีวิตรอด อยู่ในโลกนี้ ก็คือ ต้องหางานทำ ที่โรงอาบน้ำ สถานที่ ที่คอยช่วยฟื้นฟูวิญญาณต่างๆ ภายในโรงอาบน้ำ ผู้ชมก็จะได้เห็น วิญญาณต่างๆมากมาย ที่ล้วนมาจาก จินตนาการของมิยาซากิ

ตัวละครหลักชิฮิโระ ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากลูกสาวของ เพื่อนคนหนึ่ง ของมิยาซากิ โดยมิยาซากิ ได้กล่าวถึงตัวละครนี้ ไว้ว่า “ชิฮิโระ ดูจะเป็นเด็ก ที่มีลักษณะเนือยๆ ซึ่งก็เหมือนกับ ลูกสาวของเพื่อนของผม อย่างมาก”


ผู้ชมส่วนใหญ่ คิดว่าตัวละครต่างๆ อย่างเช่น วิญญาณโคลนที่เน่าเหม็น (ซึ่งในตอนหลัง เราจะทราบว่า แท้จริงก็คือ วิญญาณแห่งแม่น้ำ ที่บาดเจ็บจากมลภาวะ) ที่อยู่ใน ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำมาจากตำนานเก่า ของญี่ปุ่น แต่ในความจริง แล้วตัวละครหลายตัว มิยาซากิ ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากประสบการณ์ ในชีวิตจริง โดยมิยาซากิ ก็ได้กล่าวถึง ตัวละครตัวนี้ว่า ผมเคยช่วยทำความสะอาดแม่น้ำ อยู่ครั้งหนึ่ง และมันก็มีจักรยาน อยู่ในแม่น้ำจริงๆ มันจมอยู่ใต้โคลนตม ใต้แม่น้ำ พวกเรา มีอยู่ด้วยกันสิบคน ต้องช่วยกันลากดึง คันจับของรถจักรยาน ขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อเราทำความสะอาดแม่น้ำ จนเรียบร้อย พวกปลา ก็กลับมาใช้แม่น้ำ เป็นที่อยู่อีกครั้ง และนั่นก็เป็นเหตุผล ที่ผมใส่ฉากนั้น เข้าไปในเรื่อง”

หรือ แม้แต่ตัวละครอย่าง かおなし (คาโอนาชิ / No Face มาจาก 顔 ~คาโอ ที่มีความหมายว่า ใบหน้า รวมกับ 無し ~นาชิ ที่มีความหายว่า ปราศจาก) ที่ใช้ความโลภ ของผู้คนเพื่อ เข้าไปอยู่ในจิตใจ ก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ในโลกจริง ทุกคนจะสังเกตได้ว่า ตัวละครส่วนใหญ่ ในเรื่อง จะมีส่วนประกอบ ของความคิดทางด้านบวก ของมิยาซากิ จะมีก็แต่ かおなし ที่มีพลังงาน ทางด้านลบ และใช้ความพยายาม ทุกวิถีทาง เพื่อจะ เข้าไปอยู่ในจิตใจของผู้อื่น

มิยาซากิ ได้สร้างโลก ที่เต็มไปด้วย ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเสียงที่เข้ากัน อย่างลงตัว กับเนื้อเรื่อง โลกที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับนักสร้าง ภาพยนตร์อนิเมชั่นทั่วโลก ในประเทศ สหรัฐอเมริกานั้น อนิเมชั่น ประกอบด้วย บุคคลากรหลายส่วน อาทิ นักประพันธ์บท ที่ทำหน้าที่เขียนบท มีผู้กำกับ ที่ทำหน้าที่กำกับ มีช่างศิลป์ ที่ทำหน้าที่วาดภาพ แต่มิยาซากิ สามารถทำทุกอย่าง ด้วยตัวเขาเอง เพียงคนเดียว ตั้งแต่เขียนบท กำกับ ไปจนถึงการวาดภาพ ทุกอย่างสร้างสรรขึ้นมา จากจินตนาการ อันลึกล้ำของมิยาซากิ เขาวาดภาพร่าง แบบของภาพยนตร์อนิเมชั่น (storyboard) ตั้งแต่ต้นเรื่อง จนจบ เพียงคนเดียว แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด เขายังเขียน เนื้อร้อง ของเพลงประกอบอีกด้วย

นอกจาก วิสัยทัศน์ที่โดดเด่น ของมิยาซากิแล้ว มิยาซากิยังเอาใจใส่ กับความจริง และรายละเอียด เล็กๆน้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ซึ่งหลายอย่าง มันเป็นส่วนที่เล็กน้อย และธรรมดา จนเรามองข้ามไป แต่สิ่งเหล่านี้ ก็ไม่พ้น สายตาของมิยาซากิ เขาได้นำสิ่งเหล่านั้น มาใส่ไว้ใน ตัวละครของเขา และมันก็สิ่งที่ สร้างเสน่ห์ ให้กับตัวละครของ มิยาซากิได้อย่างน่าอัศจรรย์ อย่างเช่นฉากหนึ่ง ที่เราจะเห็นภาพของ ชิฮิโระสอดเท้าของเธอ เข้าไปในรองเท้า ซึ่งก็เป็นฉากธรรมดาๆ ที่ผู้สร้างอนิเมชั่น ก็สามารถวาดภาพ ให้เธอใส่รองเท้า แล้วก็วิ่งออกไปเลยก็ได้ แต่มิยาซากิ ได้สังเกต ถึงโลกของความจริงว่า เด็กผู้หญิงจริงๆ เวลาเขาใส่รองเท้า เขาทำกันอย่างไร เด็กผู้หญิง จะต้องแน่ใจว่า เธอใส่รองเท้าได้อย่างถูกต้อง ก่อนจะออกเดิน ในฉากนี้มิยาซากิ ก็ได้ใส่รายละเอียด ให้ชิฮิโระ เคาะปลายรองเท้า ลงกับพื้น เพื่อให้มั่นใจว่า ใส่รองเท้า ได้แน่นหนา และจะไม่หลุด เวลาที่เธอเดินหรือวิ่ง และมันก็เป็นเหมือน สิ่งที่ย้ำเตือน และสร้างความรู้สึกว่า นี่มันไม่ใช่โลกในจินตนาการ แต่มันคือโลกที่มีอยู่จริงๆ

หรือ ในฉากที่ ชิฮิโระ เดินตามฮากุ ข้ามสะพาน ไปที่โรงอาบน้ำ ชิฮิโระจะต้องกลั้นลมหายใจ เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่า เป็นมนุษย์ที่แอบเข้ามา เราจะเห็นภาพชิฮิโระ เอามือบีบจมูกเอาไว้ นั่นก็เป็น สิ่งที่เด็กจริงๆทำกัน เมื่อได้รู้ว่าชีวิตของเขา ขึ้นอยู่กับว่า จะกลั้นลมหายใจ ได้ตลอดหรือไม่ กล่าวได้ว่ามิยาซากิ มีความสามารถ ที่จะเข้าใจถึงความคิด และจิตใจของเด็ก อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ จากผลงาน ที่ผ่านมาของมิยาซากิ ทั้งหมด จะต้องมีฉากบิน บนท้องฟ้าอย่างน้อยหนึ่งฉาก ในภาพยนตร์อนิเมชั่นของเขา มันเป็นช่วงเวลา ที่เหมือนมีเวทมนตร์ พาผู้ชมลอยขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง แม้แต่ ทีมงานการสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่น ที่โด่งดังของ Disney ที่ฝากผลงานไว้ใน Fantasia 2000 ก็ยังได้รับ แรงบันดาลใจ มาจากหนึ่งใน ฉากบินบนท้องฟ้าของ มิยาซากิ

ฉากปลาวาฬบินข้ามทะเล ขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่เห็นกันใน Fantasia 2000 นั้นก็เป็นสิ่งที่ได้ แรงบันดาลใจ มาจากการชมภาพยนตร์ อนิเมชั่น ของมิยาซากิ เรื่อง 魔女の宅急便 (มาโจ โนะ ทักคิวยุบิน / Kiki’s Delivery Service) // John Lasseter กล่าวว่า “”มันจะต้องมีช่วงเวลาหนึ่ง ของการทำงานของเรา ที่เราทำงานอย่างหนัก แต่แล้วกลับมาถึงทางตัน คือคิดอะไรไม่ออก สับสน งุนงง เกิดความเครียด เราก็จะหยิบงาน ของมิยาซากิ ขึ้นมาอันหนึ่ง และก็ฉายดูบนจอใหญ่ๆ งานของมิยาซากิ ช่วยสร้าง แรงบันดาลใจให้กับเรา”

++++++++++++++++++++

Disney ไม่ได้เป็นเจ้าแรก ในวงการอนิเมชั่น ที่นำเอาผลงานของมิยาซากิ มานำเสนอในอเมริกา มันเป็นช่วงเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว ที่บริษัทหลายเจ้าสนใจ และพยายามนำผลงาน ของมิยาซากิ เข้ามาในอเมริกา แต่ทั้งหมด ก็ไม่ประสบความสำเร็จ Studio Ghibli ได้ตอบปฏิเสธ ข้อเสนอของบริษัทเหล่านั้น ทั้งหมด จนในที่สุด Disney ก็ได้ก้าวเข้ามา ด้วยข้อเสนอ ที่น่าสนใจอย่างมาก โดย Disney ต้องการ ซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ทั้งหมด ของ Studio Ghibli และ Disney ตกลง ที่จะไม่เปลี่ยนแปลงเนื้อหาใดๆ หรือตัดส่วนใด ส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ แม้แต่น้อย ข้อเสนอนี้ ต่างจากข้อเสนอที่ Studio Ghibli เคยได้รับมาทั้งหมด ทาง Studio Ghibli จึงตัดสินใจร่วมงานกับ Disney ในที่สุด

++++++++++++++++++++

ภายใต้การบริการงานของ John Lasseter ได้นำทีมระดับแนวหน้า เข้ามารับงานการพากย์เสียง และตีความของ 千と千尋の神隠しโดยเขาต้องการ นำเอาวิสัยทัศน์ ของมิยาซากิ มานำเสนอต่อ มหาชนชาวอเมริกัน โดยไม่มีการดัดแปลง แม้แต่น้อย พวกเหล่าทีมงาน รวมทั้งผู้แปล และเขียนบทภาษาอังกฤษ จะทำงาน โดยการมานั่งรวมกัน ในห้อง ที่จะฉายภาพยนตร์ ไปทีละฉาก มีการคิดค้นหาคำพูด ที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความลงตัว และเป็นธรรมชาติมากที่สุด มีการปรับเปลี่ยน บทพูด หลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้เข้ากับ ปากของตัวละคร ในบางครั้งเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา จนมันฟังดู ไม่เป็นธรรมชาติอีกต่อไป และอีกหลายครั้ง ที่ทางทีมงาน Disney ต้องส่งบทพูดไปทาง email เพื่อปรับเปลี่ยน บทพูดกับทาง Studio Ghibli ที่อยู่ที่ญี่ปุ่น เมื่อต้องการการ ตีความที่ถูกต้อง เหมือนกันทุกประการ

อย่างเช่นฉากระหว่าง ชิฮิโระกับคามาจิ ซึ่งเป็น ฉากที่แสดงถึงวัฒนธรรม ของญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง และแน่นอนว่า คนอเมริกัน หรือคนชาติอื่น ย่อมจะไม่เข้าใจถึงความหมาย ที่มิยาซากิ ต้องการสื่อออกมา ทีมงานผู้เขียนบทภาษาอังกฤษ ต่างรู้สึกว่า มันน่าสนใจมาก แต่ก็ไม่รู้ว่านั่นคืออะไร และทำไป เพื่อสื่อความหมายอะไร เมื่อคุยกับทีมงานญี่ปุ่น จึงได้รู้ว่ามันเป็น วัฒนธรรมของญี่ปุ่น ที่เรียกว่า エンガチョ (เอ็นงาโช) จะทำเมื่อ คนหนึ่งเจออะไร ที่ไม่ดี หรือเรื่องร้ายๆ ให้นำนิ้วโป้ง และนิ้วชี้ของมือ แต่ละด้าน มาแตะกันเป็นวง จากนั้นอีกคน ก็จะใช้มือฟัน ให้ผ่านตรงกลางของนิ้ว ที่แตะกันจนขาดออก ก็จะปลอดภัย จากเรื่องร้าย (แต่ปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่ ของญี่ปุ่นก็ไม่ค่อย จะทราบเกี่ยวกับ เรื่องนี้แล้ว)

หรือ ความหมายของ ตราผนึกสีทอง ในการต้นฉบับ ของญี่ปุ่น จะไม่มีคำว่า สีทอง (Golden) จะใช้แต่ เพียงคำว่า Seal ซึ่งหมายถึง ตราประทับ เนื่องจากคำนี้ อาจจะสร้างความสับสน ให้กับผู้ชมอเมริกัน เนื่องจากคำนี้ไปพ้อง ความหมาย กับคำว่า แมวน้ำ (Seal) และในฉากนี้ จะมีตัวหนอนสีดำ เคลื่อนตัวไปมา และดูคล้าย แมวน้ำขนาดเล็ก ทางทีมงาน เกรงว่า ถ้าใช้คำว่า Seal คำเดียว อาจทำให้ผู้ชม คิดว่าหมายถึง ตัวหนอนสีดำ เมื่อแปล บทพูดภาษาอังกฤษ จึงมีการใส่คำว่า Golden ลงไป เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ว่าหมายถึงตราประทับสีทอง (ตราประทับ ในญี่ปุ่น มีการใช้กันอยู่แพร่หลาย ทุกคนจะมีตราประทับ ของตัวเองใช้แทน การลงลายเซ็น)

เมื่อทีมงาน เขียนบทจนเรียบร้อย ก็จะเป็นหน้าที่ ของนักพากย์ฝีปากฉมัง ที่จะมาใส่อารมณ์ และชีวิตให้กับตัวละคร ในภาคภาษาอังกฤษเรื่องนี้ การทำงาน ก็จะต่างกันเล็กน้อย ในด้านการพากย์ของ Disney เพราะเรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์ที่ สำเร็จเรียบร้อย สมบูรณ์แบบ นักพากย์ จะต้องพากย์เสียง ให้ตรงกับระยะเวลา ที่ปากของตัวละครเคลื่อนไหว ต่างจากการพากย์ภาพยนตร์ อนิเมชั่นของ Disney ที่นักพากย์ จะมาพากย์เสียงก่อน หรือ ขณะที่อยู่ในระหว่างการสร้าง แล้วทีมงาน จึงจะไปวาดปากของตัวละคร ให้ตรงกับการออกเสียง ของนักพากย์ทีหลัง

เด็กที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ต่างก็ชอบกัน เพราะพวกเขารักตัวละคร ส่วนพวกแม่ของเด็ก ต่างชอบมัน เพราะว่ามันสนุกสนาน และมันสอนสิ่งดีๆให้กับเด็ก

Behind The Microphone

เป็นเบื้องหลัง การพากย์เสียงภาษาอังกฤษ และสัมภาษณ์เล็กน้อยของทีมนักพากย์ นักพากย์จะพากย์บท ขณะที่รับชมภาพ ที่ฉายบนจอโทรทัศน์ เพื่อให้เห็นสีหน้า อารมณ์และการเคลื่อนไหว ของตัวละครที่เขากำลังพากย์อยู่

Jason Marsden ผู้ให้เสียง ハク (ฮากุ) ได้กล่าวถึงการพากย์นี้ว่า “สิ่งที่ยากที่สุด สำหรับผมในการทำงานนี้ก็คือการให้เสียงให้ตรงกับช่วงเวลาที่กำหนด ในบางครั้งบางประโยค ผมต้องการที่จะหยุดหายใจและก็เริ่มพูดต่อ แต่ผมก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีเวลาให้ทำ เนื่องจากปากของตัวละคร ยังขยับอยู่ แต่ผมคิดว่าทาง Studio Ghibli เขาคงจะไม่วาดแก้ปากตัวละครใหม่ เพื่อให้ผมได้หยุดหายใจ”

เด็กหญิงผู้ให้เสียง ชิฮิโระ ที่เคยฝากผลงาน เสียงน่ารักของเธอในบท ลิโล่ จาก Lilo & Stitch เธอเป็นนักพากย์นักแสดง ที่มีความสามารถมาก และเรียกได้ว่าเธอพากย์ด้วยสัญชาตญาณ ก็ว่าได้ ได้กล่าวถึงความประทับใจว่า “ผู้กำกับ มิยาซากิ เป็นคนที่เก่งมาก โลกที่เขาสร้างขึ้นมา มันน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ”

ผู้ให้เสียง ยูบาบะ ได้กล่าวถึง การพากย์เสียงตัวละครยูบาบะ ในแบบของเธอว่า “ฉันได้ตัดสินใจ ในการให้เสียงไว้ ก่อนที่ฉันจะได้ฟังบททั้งหมด และฉันก็ได้เลือก ที่จะให้เสียงที่ตรงกันข้าม กับการให้เสียงของทางญี่ปุ่น ยูบาบะคนหนึ่งจะมีเสียงที่เบากว่า ส่วนอีกคนจะให้เสียงที่หนักแน่นกว่า แต่ในแบบของฉัน มันจะเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกัน”

ผู้ให้เสียงของ ลิน สาวน้อย ที่คอยให้ความช่วยเหลือชิฮิโระ ผู้เคยฝากผลงานมาแล้ว จากเรื่อง Hercules ได้กล่าวว่า “ตอนที่ฉันทำงาน ในเรื่อง Hercules มันไม่มีภาพงาน ที่สำเร็จเรียบร้อยให้ฉันดู มันมีเพียงแต่ภาพร่างเท่านั้น และพวกเขา ก็จะให้ฉันดูภาพ ของตัวละคร ที่ต้องพากย์ จากนั้นก็เป็น จินตนาการล้วนๆ แต่การพากย์ในเรื่อง Spirited Away นี้มันต่างกัน ฉันได้รับ แรงบันดาลใจจาก ภาพที่ได้เห็นอย่างมาก ซึ่งมันสวย และเยี่ยมมากๆเลย”

รางวัลที่ 千と千尋の神隠しได้รับ

Best Animated Feature Film; 75th Annual Academy Awards
Best Film; 2001 Japanese Academy Awards
Golden Bear (tied); 2002 Berlin International Film Festival
Best Animated Feature; 2002 New York Film Critics Circle Awards
Special Commendation for Achievement in Animation; 2002 Boston Society of Film Critics Awards
Best Animated Feature; 2002 Los Angeles Film Critics Awards
Outstanding Achievement in an Animated Feature Production; 2002 Annie Awards
Best Directing in an Animated Feature Production; 2002 Annie Awards
Best Writing in an Animated Feature Production; 2002 Annie Awards
Best Music in an Animated Feature Production; 2002 Annie Awards
Best Animated Feature; 2002 Critics’ Choice Awards
Best Animated Feature; 2002 New York Film Critics Online Award
Best Animated Feature; 2002 Florida Film Critics Circle
Best Animated Feature; 2002 National Board of Review
Best Original Score in the Category of Comedy or Musical; 78th Annual Glaubber Awards
Motion Picture, Animated or Mixed Media; 7th Annual Golden Satellite Awards
Audience Award for Best Narrative Feature; 45th San Francisco International Film Festival
Special Mention from the Jury; 2002 Sitges Film Festival
Best Asian Film; 2002 Hong Kong Film Awards
Best Animated Film; 29th Annual Saturn Awards
Best Film (tied); Cinekid 2002 International Children’s Film Festival
Best Animated Feature; Online Film Critic Society
Best Animated Feature; Dallas-Forth Worth Critics
Best Animated Film; Phoenix Film Critics Society
Silver Scream Award; 19th Amsterdam Fantastic Film Festival
Best Family/Animation Trailer; Fourth Annual Golden Trailer Awards
Brilliant Dreams Award 2003; Bulgari
Award Winner, Film; 2003 Christopher Awards
Award Winner, Most Spiritually Literate Films of 2002; Spirituality & Health Awards
Best Movie for Grownups who Refuse to Grow Up, Best Movies for Grownups Awards; AARP The Magazine

★★★★★ การแสดง (acting)
★★★★★ นักแสดง (actors/casting)
★★★★★ เนื้อเรื่อง (story)
★★★★★ ดนตรีประกอบ (music/sound effect)
★★★★★ การถ่ายทำ (direction/composition)
★★★★★ ความชอบโดยรวม (overall)

movie: 千と千尋の神隠し | director: 宮崎駿 | rated: pg | release: 2001
p.s. thanks to น้าเด็กดี น้าเต่าและน้าจุ้ย ที่ช่วยหาแผ่นแม่สายมาให้ หุหุ :)

2005.10.16