ในวันหนึ่งของปลายฤดูร้อน เมล็ดฝนจำนวนมากกรูลงจากก้อนเมฆ เหมือนเด็กตัวเล็กๆ วิ่งสุดฝีเท้ากลับบ้าน ในวันที่ครูใหญ่ประกาศปิดเทอม สายฝนพร่างพรายราวสายทองในแสงสีเงิน

ชายเดียวดายเดินออกจากกระท่อม เงยหน้ารับฝนด้วยใจไม่ยินดียินร้าย หากในเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเขาเปิดหน้าต่างออก ภาพที่เห็นคือความงามอันน่าอัศจรรย์ ภูเขาทั้งลูกห่มคลุมด้วยผ้าห่มสีม่วง ครั้นเมื่อลมพัดเบาๆ สีม่วงก็คล้ายดังผืนน้ำ ระบำเต้นเป็นรวงคลื่น

นั่นคือทะเลดอกต้อยติ่ง ต้นต้อยติ่งได้รับน้ำฝน จึงคลี่กลีบออกอวด จึงชูฝักเล็กๆ สีน้ำตาลออกมา เมื่อฝนปรอยอีกครั้ง ฝักต้อยติ่งต่างเล่นฝนจนชุ่ม ที่ตามมาคือเสียงระเบิดเบาๆ ไปทั้งภูเขา…

วันก่อนอ่าน blog ของ sunny ก็ทำให้รู้สึกอยากอ่านเรื่อง “เจ้าหงิญ” ขึ้นมาทันที เมื่อวานนี้ อยู่ๆหนังสือเล่มนี้ก็มาวางอยู่บนโต๊ะ ราวกับปาฏิหารย์ :) ท่านป้าที่บ้าน ไปงานหนังสือแล้วซื้อมานั่นเอง :)

“เจ้าหงิญ” เป็นเรื่องเล่าของ “บินหลา สันกาลาคีรี” สร้างเรื่องจากจินตนาการมองโลกในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแง่เหงา เศร้า สดใส ช่างจินตนาการ เย้ยหยัน… หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ของประเทศไทย ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๘

หนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยเรื่องสั้น จำนวน 8 เรื่อง คือ ชายเดียวดายแห่งภูเขาภาคเหนือ, แดฟโฟดิลแดนไกล, เจ้าหญิงเสียงเศร้าแห่งดาวดวงที่สี่, เก้าอี้ดนตรี, สีที่แปดของรุ้งกินน้ำ, นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่, ‘ลูกหาม’ กับสามสหาย, ‘โลก’ ของเจ้าหญิงนกบินหลายกับเจ้าชายนกบินหา โดยเรื่องทั้งหมดถูกจัดเรียงไว้อย่างแยบยล ทำให้ดูเหมือนกลายเป็นเรื่องยาว ช่วงต้นและท้ายมาบรรจบกันอย่างลงตัว พร้อมแผงอะไรหลายๆอย่างไว้ด้วย

ที่ชอบเป็นพิเศษก็คงเป็นวิธีการเขียนเล่าเรื่องราว การพรรณา การใช้คำศัพท์ที่อ่านแล้วรู้สึกนุ่มนวล สละสลวย การวางโครงเรื่องที่น่าประทับใจ และแฝงไว้ด้วยข้อคิดหลายๆอย่าง สำหรับเรื่องที่ชอบที่สุดในนี้ ถ้าให้เลือกก็คงเป็น “เจ้าหญิงเสียงเศร้าแห่งดาวดวงที่สี่”

แต่มีที่ไม่ชอบอยู่อย่างหนึ่งคือ การใช้เรื่องราวหรือการเปรียบเทียบบางอย่าง (โดยเฉพาะในบทท้ายๆ) ที่เป็นที่รู้จักกันในกลุ่มหนึ่ง อาจจะเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ผมคิดว่ามันไม่สากลพอ เพราะมันจะต้องมีหลายๆคนที่ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร

ความชอบโดยรวม (overall)
2005.10.18



»