Voice (中島美嘉)

Voice (中島美嘉)

150 150 *pradt


[audio:sakurahanakasumidaishi.mp3][audio:orion.mp3][audio:mygentleman.mp3]

voice | mika nakashima (2008) ★★★★★
อัลบัมที่ 5 (ถ้านับอัลบัม the end ด้วยก็เป็นอัลบัมที่ 6) จากนักร้องสาว 中島美嘉 (nakashima mika) วางแผงที่ญี่ปุ่นไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน (ของไทยก็วางจำหน่ายเรียบร้อย ภายใต้โซนี่มิวสิค) และขึ้นอันดับหนึ่งของ oricon chart top 200 เช่นเดียวกับ 3 อัลบัมแรกของเธอ อัลบัมนี้เธอพัฒนาขึ้นอย่างมาก ถ้าเทียบกับสตูดิโออัลบัมที่ออกมาก่อนหน้านี้ ที่จะมีเพลงที่ผมฟังแล้วชอบไม่กี่เพลง โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพลงช้า แต่อัลบัมนี้เธอได้พิสูจน์แล้วว่า เธอสามารถร้องเพลงเร็วได้ไพเราะ ไม่แพ้เพลงช้าเลยทีเดียว

เปิดอัลบัมมาด้วยเพลง “life” ด้วยเสียงเปียโนอินโทรช้าเชื่อง ตามด้วยจังหวะหนักแน่นของโน๊ต และดนตรีแบบอิเลคทรอนิคพ๊อพ นับเป็นเพลงที่ฟังแล้วติดหูได้อย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยความสดใสของเพลง “sakura ~花霞~” ซึ่งเลือกหยิบเอาเวอร์ชั่นที่โพรดิวซ์โดย daishi dance มาต่อได้อย่างลงตัวมาก (เวอร์ชั่นบัลลาดจะอยู่ในซิงเกิ้ล) แค่เสียงอิโทรขึ้นมาก็มีกลิ่นไอของ daishi dance มาเต็มที่ เสียงของมิกะก็เข้ากับท่วงทำนองเป็นอย่างดี เพลงที่สาม “focus” ก็ยังคงเป็นเพลงเร็ว จังหวะอิเลคทรอนิคฟั๊งค์ที่ฟังได้บันเทิง มีการใช้เสียงสังเคราะห์อย่างเต็มที่ แม้แต่เสียงของมิกะเองก็ผ่านการสังเคราะห์มาด้วย

เพลงที่สี่ “永遠の詩” (eien no uta/eternal song) เป็นเพลงจังหวะเร็กเก้ แบบที่มิกะเคยทำแล้วในเพลง my sugar cat เป็นเพลงทำนองน่ารักฟังแล้วเพลินจริง เพลงที่ห้า “orion” เพลงประกอบละครโทรทัศน์เรื่อง 流星の絆 เพลงบัลลาดตามสไตล์ของมิกะ เพลงนี้ผมชอบท่อนแรกที่มีแค่เสียงมิกะกับกีตาร์มาก พอเข้าช่วงดนตรีเต็มแล้วรู้สึกว่ามันธรรมดาไปนิด ถ้าทำเป็น acoustic version น่าจะไพเราะแบบขาดใจ เพลงที่หก “あなたがいるから” (anata ga iru kara/because you are here) เป็นเพลงบัลลาด เปิดมาด้วยเสียงร้องกับเปียโน ก่อนจะเข้าดนตรีแบบเต็มวง เพลงที่เจ็ด “my gentlemen” เพลงอคูสติค มีแค่เสียงร้องของมิกะกับกีตาร์ เป็นเพลงไพเราะมากอีกเพลง

เพลงที่แปด trust your voice เป็นเพลงเร็วที่นอกจากจะฟังสนุกด้วยท่วงทำนองอัพบีท ทั้งเสียงเปียโน กลอง เสียงคอรัสประสาน ที่ฟังออกประมาณ gospel pop ยังเป็นเพลงที่มีความหมายดีมาก

สามเพลงต่อมาเป็นเพลงร็อค?! เริ่มด้วย it’s too late” ตามด้วย “i don’t know” และ “shut up” ทั้งสามเพลงนี้โพรดิวซ์โดย coldfeet ไม่สามารถหาเหตุผลว่าทำไมสามเพลงนี้ถึงมาอยูในอัลบัมนี้ได้ ว่าเป็นการเอาใจแฟนเพลงของ nana หรือเป็นความชอบส่วนตัวของเธอเอง?! คืออัลบัมนี้เป็นอัลบัมที่ดีมากอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีสามเพลงนี้

เพลงที่สิบสอง confusion เป็นเพลงอิเลคทรนิคมีกลิ่นร็อค แต่ไปทางพ๊อพมากกว่า ไม่แรงเหมือนสามเพลงก่อนหน้านี้ เพลงที่สิบสาม flower of time เป็นโซลบัลลาดอารมณ์ประมาณยุค 90s เพราะทีเดียว เพลงที่สิบสี่ 声 (koe/voice) บัลลาดปิดอัลบัมที่สวยงาม มีแค่เสียงดีดเครื่องสาย เสียงเครื่องสี เปียโน และเสียงร้องของมิกะ วาดท่วงทำนอง ก็เป็นเพลงที่ไพเราะได้แล้ว

6 comments
  • เสียทรัพย์อีกแหงๆ [sick] [sick]

  • ฟังแล้วเหมือนกันครับ ไพเราะเสนาะโสตดีจริงๆ ครับผม เห็นด้วยๆ ครับผม

    ตอนนี้ผมก็ชอบคู่ๆ ไปกับเพลงประกอบละครเรื่อง 風のガーデン (kaze no garden) นะครับ เพลงเพราะดีครับ [*o*]

  • ส่วนตัวผมยังไม่เห็นพัฒนาการเรื่องการร้องของมิกะเท่าไหร่นะครับ คิดว่าจุดอ่อนของมิกะไม่ใช่เพลงเร็วนะ แต่เป็นความหลากหลายมากกว่า คือในแต่ละเพลงที่มีรายละเอียดต่างกัน การร้องของมิกะจะฟังดูซ้ำๆกันไปหมด อีกอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนสำเนียงดนตรีมันออกจะถี่ไปหน่อยครับ มาชุดนี้ก็ใช้สำเนียงดนตรีป๊อปแด๊นซ์ไปซะแล้ว ยังกับชุดเก่าๆของ globe หรืองานของ elt ยุค time goes by โน้นเลย บางทีถ้าจะมุ่งมั่นไปแนวใดแนวหนึ่งก่อนอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมั่นคง อาจจะดีกับมิกะมากกว่านะ (ซึ่งไม่ใช่ร็อคแน่ๆ)
    ลองเทียบกับงานของศิลปินหญิงคนอื่นบางคน ที่มีศักยภาพสูงทั้งเรื่องตลาดและการสร้างงานด้วยตัวเอง จะเห็นค่อนข้างชัดครับ ว่าสำเนียงดนตรีของมิกะไม่ค่อยนิ่ง เปลี่ยนบ่อยมาก ซึ่งผมคิดว่าความสามารถของมิกะในตอนนี้ไม่เอื้อให้ทำแบบนั้นได้

    ยกตัวอย่างเช่น (ขออนุญาตนะ) ลองนำ voice ไปเปรียบกับ sing to the sky ของอายากะ ……บางทีรุ่นน้องอาจแซงรุ่นพี่ไปไกลแล้วละครับ
    ” konya mo hoshi ni dakarete ” ทำให้ผมทึ่งครับผม

  • @H~~A
    mika อาจจะยังคงกำลังค้นหาแนวตัวเองอยู่ (แต่ถ้าไปทางร็อคจริงคงฟังไม่ไหว) แต่ถ้าให้เทียบกับอัลบัมก่อนแล้ว ผมก็ยังคิดว่าอัลบัม voice นี่ดูลงตัวกว่าอย่างมาก แม้ว่าแนวดนตรีเธอจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เทคนิคการร้องไม่พัฒนา แต่สุดท้ายมันก็มีเพียง ผลที่ว่าฟังแล้ว “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” แค่นั้นเองครับ ถ้าฟังแล้วไม่ชอบ ต่อให้ยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามา มันก็คงบังคับใจให้ชอบไม่ได้อยู่ดี

    อัลบัม sing to the sky ของ ayaka ผมชอบแค่ 2 เพลง คือ 魔法使いのしわざ กับ 今夜も星に抱かれて… ที่คุณชมนั่นแหละครับ (และผมก็ยังชองอัลบัม debut ของเธอมากกว่า) ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเป็นความชอบส่วนบุคคล ที่ล้วนแตกต่างกัน ayaka นี่ออกแนวพลังเสียงมากไปหน่อย โดยเฉพาะเพลงเร็วที่ฟังแล้ว ปวดหูทั้งเสียงดนตรีและเสียงร้องที่มีพลัง เพียงแต่เสียงของ ayaka เวลาร้องแล้วมันฟังเหมือนการตะโกน สำหรับผมจะชอบแนวที่ไม่ต้องเค้นเสียงอะไรมาก แค่ร้องแบบธรรมดาแล้วได้อารมณ์ จึงเรียกว่ายอดเยี่ยม อย่างพวกนักร้องเพลงของฝรั่งเศสแบบที่อยู่ในใจผู้คนฝรั่งเศส ก็ไม่ใช่นักร้องที่มีพลังเสียงเลอเลิศ แต่พวกเขาก็แค่ร้องเพลงด้วยเสียงธรรมดานี่แหละ แต่การถ่ายทอดอารมณ์ในน้ำเสียงให้คนฟังแล้วรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง มันเป็นสิ่งทีสำคัญยิ่งกว่า

  • อืม ใช่ครับ ส่วนใหญ่แล้วดีไม่ดีมันอยู่ที่ ชอบ หรือ ไม่ชอบ แต่มันก็ไม่น่าใช่ทั้งหมดหรือทุกกรณี ไม่งั้นก็คุยไม่สนุกสิ จริงป่ะ ฮิ [drool]

    …..แต่มิกะก็อยู่ในวงการมานานแล้วนะครบ นับแต่เดบิวท์ก็ 6 ปีได้แล้วมั้ง นับเฉพาะ LP ก็ 6 ชุดได้ ถ้าเก็บประสบการณ์มาประมาณนี้แล้วยังค้นหาแนวของตัวเองหรือเปลี่ยนไปมาอยู่ ผมว่าอาจจะไม่ค่อยดีนะ
    กับการร้องของอายากะ ผมเองรู้สึกไปทำนองเดียวกับคุณบ้างครับ นิดหน่อยน่ะ สำหรับผมแล้วคิดว่าอายากะร้องได้เป็นธรรมชาติในแบบของเธอนะ คือไม่เหมือนกับการพยายามที่จะโชว์จนมากเกินไปหรือพยายามคอนโทรลให้ออกมาดูดีดูไพเราะจนเกินพอดี เพราะงั้นถ้าการร้องในแนวทางแบบอายากะมันใช่ ความสามารถในการแต่งเพลงก็ใช่ บวกกับความต่อเนื่องของชุดแรกกับชุดนี้(sing to the sky ) มันทำใ้ห้เห็นแววรุ่งและตัวตนที่แข็งแรงของอายากะครับ ผมว่าอายากะสามารถแบกรับความคาดหวังมากๆได้นะ สิ่งที่เธอมีตอนนี้มันเอื้อให้ครับ …..มองอายากะแล้วผมนึกถึงฮิิกกี้นะ แต่อายากะมีเสียงร้องที่ยอดเยี่ยมกว่า และเก่งกว่าบนเวทีแสดงสด
    บางทีถ้ามีเวลาน่าจะลองดูการร้องจริงของอายากะดูครับ แนะนำ bank fes’ กับบูโดกันปี 2007 ครับ (ผมดูจาก dailymotion) ลำพังที่ได้ยินจากซีดีคงไม่พอละ เพราะเธอร้องสดได้ดีมาก

    ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับน้ำเสียงว่าจะฟังดูเพราะดูมีพลังอะไรมากมายครับ หรือจะร้องแบบธรรมดา-เรื่้อยๆ แบบมิกะ (แต่งานของเธอไม่นิ่ง หลายครั้งมิกะพยายามร้องแบบบีบเค้นมากขึ้น ซึ่งออกมาไม่ค่อยดีนัก) ผมก็ไม่ว่าอะไรอีกเหมือนกัน นอกเสียจากการเข้าถึงบทเพลง บวกกับอัตลักษณ์ที่เป็นของจริงของนักร้อง ก็คงจะทำนองเดียวกับที่คุณบอกว่าร้องได้อารมณ์นะ

    มีศิลปินบางคนเท่านั้น หรืออาจจะหนึ่งในแสนในล้าน ที่พรสวรรค์เป็นอะไรที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าน้ำเสียงหรือทักษะทางดนตรี มันอาจจะเป็นความรู้สึก เป็นแนวคิด หรือคงเป็นจิตวิญญาณก็อาจจะใช่ พูดง่ายๆว่าทุกอย่างที่เป็นตัวตนของเขาครับ สำหรับผมแล้วศิลปินแบบนั้น ก็คือ Bob Dylan คนหนึ่งละ
    ผมจำได้ว่าย้อนกลับไปตอนที่ดิแลนเพิ่งจะได้รับโอกาสออดิชั่นกับใครสักคนที่เป็นระดับผู้บริหารของค่ายเพลงคนหนึ่ง เขาได้คอมเม้นท์ว่าไม่มีอะไรน่าประทับใจ เสียงร้องของดิแลนธรรมดามาก แต่เมื่อโปรดิวเซอร์ทรงอิทธิพลคนหนึ่งได้ยินเข้า ก็กลายเป็นว่าดิแลนถูกจับเซ็นสัีญญาเข้าห้องอัดทัีนที ซึ่งโปรดิวเซอร์คนนี้คือคนที่ค้นพบ billie holiday ครับ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นจอห์น แฮมมอนด์

    like a rolling stone เวอร์ชั่นแสดงสด ปี 1966 ที่นิวคาสเซิ่ล อังกฤษ น่าจะเป็นอณุสาวรีย์ของศิลปินที่พรสวรรค์ของเขาอยู่เหนือเสียงร้องและทักษะทางดนตรีที่เราคุ้นเคยครับ …..ผมอยากรู้เหมือนกันว่าจะมีใครคิดเหมือนกันไหม
    ขออภัยที่ใช้เนื้อที่เยอะนะครับ ขอบคุณจ่ะ

  • EscRiBiTioNiSt® 2008.12.25 at 14:02

    ชอบเพลงที่สอง

Comments are closed.