วันที่ 18 สิงหาคม ได้ไปดูคอนเสิร์ตที่ชื่อ love at the movies คอนเสิร์ตป๊อปออเครสตร้า ที่รวบรวมเอาบทเพลงรัก ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก นำมาเรียงร้อยและขับขาน ผสมผสานกับ ภาพความทรงจำบนแผ่นฟิล์ม โดย bangkok symphony orchestra ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ เบน ชลาทิศ, เจนนิเฟอร์ คิ้ม, กบ เสาวนิตย์, โรส ศิรินทิพย์, อ๊อฟ ปองศักดิ์ และ ป๊อป แคลอรี่บลาบลา โดยคอนเสิร์ตนี้มี 2 รอบการแสดง เวลา 16.00 น. และ 20.00 น. ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์… บัตรก็มี 2 ราคาคือ 500 และ 1,000 บาท

ตอนไปซื้อต้องใช้ตั๋วภาพยนตร์ ratatouille ด้วย น่าเสียดาย ตรงที่ไปซื้อช้าไปนิด ไม่ได้ซื้อตั้งแต่วันแรกที่ดูหนัง เลยไม่ได้ที่ตรงกลาง ราคา 1,000 บาท ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ที่ดีที่สุด คอนเสิร์ตนี้มีฉายหนังบนจอใหญ่ด้วย ใครที่ซื้อด้านหน้าสุดก็จะเห็นคนร้องชัด แต่อาจจะดูภาพประกอบได้ไม่ดีเท่าไหร่ เหมือนดูหนังระยะประชิด แต่พอไปดูจริงแล้วเห็นคนร้องชัด อาจจะดีกว่า เพราะภาพที่ตัดจากหนังเอามาประกอบ แล้วฉายอยู่ด้านหลังนักร้อง อยู่ในระดับต่ำ หาความชัดไม่เจอ เหมือนฉายจากดีวีดี (แต่ตอนที่โฆษณาหนังใหม่ 3 เรื่องนี่ภาพชัดมาก!)

แม้ว่าจะขนวงใหญ่อย่าง bangkok symphony orchestra มาเล่นประกอบ แต่เมื่อมาเล่นในโรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ก็ต้องใช้ไมโครโฟนกับลำโพงอยู่ดี เพราะโรงมันไม่ได้ออกแบบมา สำหรับฟังเพลงออเครสต้า เฮ้อ…

บ่นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา… มาพูดถึงเพลงที่เขาหยิบมาร้องให้ฟังกันดีกว่า อันเนื่องมาจากมันจัดขึ้นโดย ดิสนี่ย์ เพลงที่เอามาร้อง ก็ต้องเป็นเพลงจากภาพยนตร์ของดิสนี่ย์ เท่านั้น… ว่าแล้วก็จะไล่เรียงตั้งแต่เพลงแรกไปเลย

1. overture “theme from pearl harbor” / there you’ll be
ต้นฉบับโดย faith hill จากภาพยนตร์เรื่อง pearl harbor ปี 2001 หยิบมาร้องใหม่โดย โรส ศิรินทิพย์ (เจ้าของเพลง ก้อนหินก้อนนั้น) ซึ่งร้องได้อยู่ในระดับใช้ได้ แต่โดยส่วนตัว ไม่ชอบหนังไมเคิลเบย์ โดยเฉพาะเรื่องนี้ เพลงประกอบเพลงนี้ก็ไม่ชอบด้วย (ฮา) – (เพลงนี้ได้เข้าชิงออสก้าครั้งที่ 74)

2. it might be you
ต้นฉบับโดย stephen bishop จากภาพยนตร์ปี 1982 เรื่อง tootsie หยิบมาร้องใหม่โดย เบน ชลาิทิศ
เพลงนี้เพราะมากมาก (เพลงนี้ได้เข้าชิงออสก้าครั้งที่ 55)

3. how do i live
ต้นฉบับโดย leann rimes (และ trisha yearwood) จากภาพยนตร์ปี 1997 เรื่อง con air หยิบมาร้องใหม่โดย กบ เสาวนิตย์
เพลงนี้ก็เฉยๆ ต้นฉบับก็เฉยๆ เอามาร้องใหม่ก็เฉยๆ (เพลงนี้ได้เข้าชิงออสก้าครั้งที่ 70)

4. before i fall in love
ต้นฉบับโดย coco lee จากภาพยนตร์เรื่อง runaway bride (1999) หยิบมาร้องใหม่้โดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม
เพลงนี้ก็ร้องได้ีดีนะครับ แต่พอดีเบื่อ… ทั้งหนังทั้งเพลงเลย


ช่วงต่อมาก็เป็นช่วงของภาพยนตร์อนิเมชันแล้ว (อยากมาฟังเพราะช่วงนี้แหละ)


5. beauty and the beast
ต้นฉบับโดย céline dion & peabo bryson จากภาพยนตร์ปี 1991 ชื่อเดียวกัน หยิบมาร้องใหม่โดย เบนและกบ
เพลงนี้ร้องเพราะมาก แผดเสียงสู้กันอย่างงดงาม (เพลงนี้ได้รางวัลออสก้าครั้งที่ 64)

6. a whole new world
ต้นฉบับโดย peabo bryson and regina belle จากภาพยนตร์เรื่อง aladdin (1992) หยิบมาร้องใหม่โดย เบนและเจนนิเฟอร์
(…ส่วนตัวชอบฉบับในเรื่องที่ lea salonga ร้องกับ brad kane มากกว่า มันได้อารมณ์กว่าเพลงธีมเยอะ)
อา เพลงนี้ก็เพราะอีกแล้ว ชอบจริงจริง (เพลงนี้ได้รางวัลออสก้าครั้งที่ 65)

7. can you feel the love to night
ต้นฉบับโดย elton john จากภาพยนตร์เรื่อง the lion king (1994) หยิบมาร้องใหม่โดย อ๊อฟ ปองศักดิ์
ความจริงอยากฟัง circle of life มากกว่า แต่นี่คอนเสิร์ต love ก็เลยต้องเพลงนี้สินะ (เพลงนี้ได้รางวัลออสก้าครั้งที่ 67)

8. reflection
ต้นฉบับโดย christina aguilera จากภาพยนตร์เรื่อง mulan (1998) หยิบมาร้องใหม่โดย โรส
(เพลงนี้ในอัลบัมเพลงประกอบฉบับ asian edition จะมีเวอร์ชันที่ร้องโดย coco lee ซึ่งเหมาะกว่า christina มาก)
เพลงนี้ไม่่ค่อยถูกใจ เพราะมาจากอนิเมชันที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่คุณโรสก็ร้องดีนะ

9. beyond the sea
ต้นฉบับโดย robbie williams จากภาพยนตร์เรื่อง finding nemo (2003) หยิบมาร้องใหม่โดย เบน
เพลงนี้ประหลาดใจมากที่หยิบมา เพราะต้นฉบับจริง มันไม่ใช่ทำมาเพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้สักหน่อย ต้นฉบับจริงคือเพลง la mer (ลา แมร์) ของ นักร้องนักแต่งเพลง ชาวฝรั่งเศส (เคยเขียนถึงไปแล้ว)
เพลงนี้มันเพราะอยู่แล้ว เบนก็ร้องได้ดีมากมาก

10. la vie en rose
ต้นฉบับโดย édith piaf จากภาพยนตร์เรื่อง ratatouille (2007) หยิบมาร้องใหม่โดย ป๊อบ
ประหลาดใจอีกแล้ว! เพลงนี้มันโผล่มาแค่เศษเสี้ยวในเรื่อง ratatouille และยังไม่ได้อยู่ในอัลบัม soundtrack ด้วย
ที่เอามาร้องใหม่เป็นฉบับภาษาอังกฤษ ก็ร้องได้เพราะดีเหมือนกัน
ส่วนเวอร์ชันต้นฉบับ ก็เคยกล่าวถึงไปแล้ว ทั้งใน review และ ภาพยนตร์เรื่อง la môme


ผิดหวัง… นึกว่าจะได้ฟัง le festin จากเรื่อง ratatouille กับ part of your world จาก the little mermaid
ดันเลือกเพลงที่ไม่ได้เขียนเพื่อหนังมาซะได้


11. beautiful
ต้นฉบับโดย jim brickman ft. wayne brady ที่แต่งขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจาก cinderella หยิบมาร้องใหม่โดย ป๊อบ
เพลงนี้เพิ่งเคยฟังเป็นครั้งแรกนี่แหละ ไม่ยักรู้ว่ามี เพลงก็เพราะใช้ได้เลย
…แต่ถ้าเอาเพลงต้นฉบับอย่าง dream is a wish your heart makes มาร้อง จะประทับใจกว่านี้!

12. a love before time
ต้นฉบับโดย coco lee จากภาพยนตร์เรื่อง crouching tiger, hidden dragon (2003) หยิบมาร้องใหม่้โดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม
อา… เพลงนี้ก็ไม่ชอบ คนร้องดีแต่ไม่ชอบเพลงนี้ (เพลงนี้ได้เข้าชิงออสก้าครั้งที่ 73)

13. endless love
ต้นฉบับโดย diana ross และ lionel richie จากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันปี 1981 หยิบมาร้องใหม่้โดย อ๊อฟและกบ
เพลงนี้ทั้งคู่ร้องได้ดีทีเดียว (เพลงนี้ได้เข้าชิงออสก้าครั้งที่ 54)

14. when i fall in love
ต้นฉบับโดย céline dion and clive griffin จากภาพยนตร์เรื่อง sleepless in seattle (1993)
ความจริงต้นฉบับเป็นเพลงของ edward heyman กับ victor young ที่แต่งขึ้นสำหรับใช้ในหนังเรื่อง one minute to zero (1952) หลังจากนั้นก็มีคนเอามาร้องใหม่มากมาย แต่ที่ดังสุดต้องเป็นของ doris day ส่วนเวอร์ชันของ céline นี่เป็นการอะเรนจ์ใหม่เืพื่อใช้ในหนัง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเพลงที่เขียนเพื่อหนังเรื่อง sleepless in seattle โดยตรง
ในคอนเสิร์ตนีี้ก็ถูกหยิบมาร้องใหม่โดย เบนและเจนนิเฟอร์ … เพราะมากมาก

15. what the world needs now is love
ต้นฉบับโดย jackie deshannon จากนั้นก็มีคนหยิบไปร้องใหม่มากมาย ตั้งแต่ dionne warwick ไปจนถึง the carpenters
เพลงนี้เป็นเพลงสุดท้าย นักร้องทั้งหกคนก็มาร้องพร้อมกัน เพลงนี้ประทับใจมากมาย


what the world needs now is love, sweet love
it’s the only thing that there’s just too little of
what the world needs now is love, sweet love
no, not just for some but for everyone.

lord, we don’t need another mountain,
there are mountains and hillsides enough to climb
there are oceans and rivers enough to cross,
enough to last till the end of time.

what the world needs now is love, sweet love
it’s the only thing that there’s just too little of
what the world needs now is love, sweet love
no, not just for some but for everyone.

lord, we don’t need another meadow
there are cornfields and wheat fields enough to grow
there are sunbeams and moonbeams enough to shine
oh listen, lord, if you want to know.

what the world needs now is love, sweet love
it’s the only thing that there’s just too little of
what the world needs now is love, sweet love
no, not just for some but for everyone.
no, not just for some, oh, but just for everyone…


เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ฟังได้เพลิน มีเจ๋งตรงที่เบน, กบ และเจนนิเฟอร์คิ้ม นี่แหละครับ
พิธีกรควรมีข้อมูลเกี่ยวกับเพลงให้แน่นกว่านี้ ไม่ใช่สักแต่โยงเข้าหนังของดิสนี่ย์ กลายเป็นเพลงดิสนี่ย์ไปหมดซะงั้น
คราวหน้าถ้ามีีอีก ควรจะมี set list ให้ดูก่อนด้วยว่าเลือกเพลงอะไรมาร้อง เพราะท่านเลือกได้ประหลาดมากครับ…

2007.08.19