เอื๊อกๆ ได้มาละ ipod nano รุ่นความจุ 8gb…
หลังจากที่ ipod ตายไป เมื่อต้นปี ก็ทำให้ชีวิตมีเสียงเพลงน้อยลง เฝ้่ารอว่าจะมีเครื่องเล่น mp3 พกพาอันไหนที่ถูกใจออกมา แต่มันก็ไม่มีสักที [lol] มี nano นี่แหละสวยถูกใจ แต่ 4gb ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ

พอ ipod ออกใหม่ก็อยากได้อีกละ 8gb นี่กำลังดีเลย ซึ่งตัดสินใจยากเล็กน้อย เพราะรุ่น 30gb แบบใช้ hdd กับแบบ flash 8gb ราคามันเท่ากันเลย แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกใช้แบบ hdd เพราะรู้สึกว่ามันพังง่าย ถ้าวางไว้บน stereo ที่บ้านก็ไ่ม่เป็นไร แต่ถ้าต้องหิ้วไปไหนมาไหนด้วย ซื้อแบบ flash น่าจะมีอายุยืนกว่า (แต่รุ่น 30gb มันเล่นวิดีโอกับเกมส์ได้ด้วยนี่สิ ถ้า nano มันเล่นวิดีโอได้ด้วย จะตัดสินใจง่ายขึ้นอีก 80%)

จริงๆอยากได้สีเขียวนะ แต่รุ่น 8gb มันมีแต่สีดำ และก็ต่างจากรุ่นอื่น ตรงที่ปุ่มมันเป็นสีดำด้วย ไม่ได้เป็นเทาสีขาวโดดออกมา (อันนี้ถูกใจมาก) ตัวเคสดูแข็งแรงดี แต่เป็นรอยเปื้อนง่ายถ้ามือมีคราบน้ำมัน (นึกถึงตอนจับนิตยสารหน้าอาร์ตมันสีดำ แล้วมีรอยมือปื้ด)

กล่องก็ออกแบบมาอย่างดี ชอบตัวที่ยึด ipod ซึ่งทำเป็นพลาสติค ล็อกด้านบนกับด้านล่าง พร้อมสัญลักษณ์ภาพแสดง วิธีการเอาออก โดยการเอานิ้วดันส่วนตรงกลาง แล้วตัวเครื่องมันก็จะหลุดออกมา (ภาพไม่ค่อยชัด เพราะถ่ายกลางคืน เล็งๆเอาหน่อย)

ส่วนของแถมที่ให้ให้มาก็นอยลงไปเรื่อยๆ ตามราคาที่ลดลง มีหูฟังกับสาย usb อย่างละเส้น, quick start guide, แท่นพลาสติคเอาไว้ต่อกับ dock และแผ่นสติกเกอร์รูป apple สีขาวอีกหนึ่งใบ (มีสองรูป) ไม่แถม cd มาให้แล้ว เพราะมันคาดว่าทุกคนที่ใช้ ipod มี hispeed internet และมีความรู้ทาง คอมพิวเตอร์มากพอ ที่จะเข้า internet ไปโหลด itunes ขนาด 35mb ด้วยตัวเอง (จริงหรอเนี่ย) ทำ cd ใส่มาด้วยมันจะกี่บาทกันฟะ แต่ดูจากขนาดกล่องแล้ว คงใส่ cd มาตรฐานไม่ได้แน่

ว่าแต่มันทำแบบเสียบ usb แล้วสั่ง autorun ให้ install itunes จากใน ipod เลยได้หรือเปล่าหว่า?

itunes ที่ใช้ก็ไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ใช้มาตั้งแต่ ipod พัง เนื่องจากไม่รู้จะัเปิดมาทำไมอีก เพราะข้อมูลเพลงที่ใช้กับ ipod และเพลงที่ฟังปกติในเครื่อง ผมใช้แยกกันอยู่แล้ว… ตอนที่ซื้อ ipod มาใหม่ๆ เกิดบ้า rip cd เป็น aac 192kpbs ไปหลาย เขาว่า aac ทำให้ ipod ใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าใช้ mp3 vbr (เครื่องเก่านี่ใช้ฟัง aac แค่ 4 ชั่วโมงก็ดับแล้ว ยิ่งช่วงหลังก่อนมันตายนี่ สามชั่วโมงไม่รู้ถึงหรือเปล่า) ส่วนในเครื่องคอมปกติก็ยังคงใช้ eac rip เป็น vbr extreme เพราะรู้สึกว่าเสียงมันดีกว่า แม้ว่าวิธีการจะยุ่งยากเล็กน้อย แต่มันเอาใช้ฟังกับเครื่องได้หลากหลายกว่า player ก็ใช้ foobar หน้าตา๊ธรรมดานี่แหละ กินทรัพยากรน้อยดี โหลดก็เร็วกว่า itunes เป็นไหนๆ

แต่เมื่อซื้อ ipod ใหม่ก็ต้องกลับมาใช้ itunes คู่บุญอีกครั้ง (นอกจาก autosync แล้วไม่เคยใช้ทำอย่างอื่นเลย) โดย itunes ใน version ใหม่มีการเพิ่มหน้าตาใน view มาอีกสองแบบ จากแบบเดิมที่เห็นหน้าปกอยู่ข้างซ้าย คราวนี้มีแบบ group list view ที่เห็นหน้าปกอัลบัม พร้อมรายชื่อเพลง แยกกันเป็นกลุ่ม และแบบที่สองที่ใช้ coverflow มาแสดงหน้าปกแบบเลื่อนๆ (กดดูภาพใหญ่ด้านล่าง) เวลาเลือกเพลงใน list หน้าปกของอัลบัมที่เลือก ก็จะหมุนออกมาให้ยล หรือจะไปจิ้มที่หน้าปกสองที ก็จะเริ่มเล่นเพลงจากอัลบัมนั้นทันที อันนี้เก๋มาก ถ้า ipod รุ่นต่อไปสามารถเอา เอา coverflow ไปใส่ใน interface ตอนเลือกเพลงแบบ หมุน wheel แล้วหน้าปกก็หมุนตาม พอกดปุ่มตรงกลางก็เริ่มเล่นเพลงได้ล่ะก็ คิดว่ายอดขายคงถล่มทลายยิ่งกว่านี้ ผมคนหนึ่งล่ะที่จะซื้อทันที

หลังจากลงแล้วก็ไ้ด้้ทำการสังคายนา อัลบัมเพลงเก่าๆที่เคยลงไว้ในเวอร์ชั่นเก่า ซึ่งเก็บไว้เกือบ 18gb (ส่วนใหญ่เป็น aac) ลบอัลบัมที่เป็น aac ทิ้งไปอันเดับแรก ยกเว้นอันไหนที่ขี้เกียจไปคุ้ยแผ่น ก็ลากมาใส่ในฐานข้อมูลใหม่ก่อน มีเวลาค่อยไป rip เป็น mp3 ใหม่… ผมจำไม่ได้ว่า itunes ใช้ mp3 encoder อะไร ถ้าจำไม่ผิดเป็นของมันเอง และสู้ lame ไม่ได้ แต่มันสะดวกตรงที่ itunes มันใช้ฐานข้อมูลของ gracenote ซึ่งแน่นอนว่า หาข้อมูลของ cd ได้แม่นยำกว่า freedb ที่ eac ใช้ (แต่ผมก็ยังรักจะ rip cd ด้วย eac และ encode ด้วย lame แม้ว่ามันจะไม่ support UTF-8 แต่ไม่มีปัญหา เพราะมาใส่ tag ทีหลังด้วย masstagger ของ fb2k ก็ได้ ใส่เองแม่นกว่าเยอะ)

แต่ก่อนผมมักจะลากเพลงใส่ทั้งอัลบัม เพราะพื้นที่มันเยอะ แม้ว่าในอัลบัมนั้นจะฟังจริงจังแค่ สาม – สี่เ พลงก็ตาม และผมก็ไม่นิยมซื้ออัลบัม พวกเพลงรวม compilation ด้วย เนื่องด้วยเพลงที่ใครก็ไม่รู้เลือกมา มักจะไม่ตรงกับ ที่ผมชอบอยู่เป็นประจำ… พอเหลือพื้นที่ 7gb กว่าๆ เลยทำให้ต้องเลือกหน่อยว่า อยากฟังอะไรกันแน่ ถ้าเป็นอัลบัมที่ไม่ได้ชอบสุดๆ ก็จะแยกเพลงแล้วมารวมใน compilation ใหม่ และก็ต้องแก้ tag ด้วย… โชคดีที่ itunes ใหม่มีช่อง “album artist” ผมก็เอาไว้ใส่ชื่ออัลบัมที่ไปดึงมา ส่วนช่อง “album” ก็ใส่ compilation (ถ้าปล่อยช่อง “album artist” ว่างไว้ itunes มันจะเห็นเป็นพวกเดียวกันหมด เวลากดเพลงอื่นแล้ว หน้าปกมันจะไม่ยอมหมุนตาม)

ยัดเพลงลงไปได้ 992 เพลง ความจุรวม 5.05gb จากนั้นก็ต้องสำรวจดูว่าหน้าปกมีครบหรือเปล่า แม้ว่า itunes มีปุ่ม “get album artwork” สำหรับคนที่ขี้เกียจใส่ปกเอง แต่ผมก็ไม่ได้ใช้ เพราะชอบใส่เองมากกว่า ปกที่ใส่ต้องมีขนาด 300×300 pixels เท่ากันหมด อันไหนหาในเนตไม่ได้ หรือได้แ่ต่ขนาดเล็กเกิน ก็ต้องมานั่ง scan ปกcd และตัดแปะเอง… ตอนนี้ก็ทำครบหมดทุกเพลงที่จะใส่ลง ipod แล้ว :) :)

ลง itunes ใหม่แล้วก็ไม่ลืมที่จะลง plug-in ชื่อ iscrobbler ด้วย เพื่อจะได้ส่งข้อมูลไปรวบรวมที่ last.fm

ป.ล.1 อยากรู้ว่าเมื่อไหร่ itunes จะเพิ่ม tag rating (ดาว) เข้าไปใน file เพลงสักที เพราะรู้สึกว่ามันยังคงเก็บข้อมูลดาว ไว้ในตัว database ของ itunes เอง มันมีปัญหาคือ ถ้าเิกิดเครื่องหรือ db พัง ดาวที่สั่งสมมามันก็หายหมด ต้องมาใส่ใหม่ (นรกมากๆ) แทนที่จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ใน file เพลง แล้วเรียกขึ้นมา rebuild database ได้

ป.ล.2 ipod nano รุ่นแรกเขาว่ามีปัญหาตอนเสียบสาย sync แล้วมันจะถอดค่อนข้างลำบาก ถ้าด้านข้างยังเสียบสาย headphone อยู่ แต่รุ่นใหม่นี่ผมลองเสียบ และถอดออก โดยที่ยังคาสายหูฟังไว้ ก็ไม่มีปัญหานะ

life without music is unthinkable, music without life is academic.
(leonard bernstein, 1918 – 1990)

2006.10.04



»