ipod + itunes

ipod + itunes

150 150 *pradt
เอื๊อกๆ ได้มาละ ipod nano รุ่นความจุ 8gb…
หลังจากที่ ipod ตายไป เมื่อต้นปี ก็ทำให้ชีวิตมีเสียงเพลงน้อยลง เฝ้่ารอว่าจะมีเครื่องเล่น mp3 พกพาอันไหนที่ถูกใจออกมา แต่มันก็ไม่มีสักที [lol] มี nano นี่แหละสวยถูกใจ แต่ 4gb ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ

พอ ipod ออกใหม่ก็อยากได้อีกละ 8gb นี่กำลังดีเลย ซึ่งตัดสินใจยากเล็กน้อย เพราะรุ่น 30gb แบบใช้ hdd กับแบบ flash 8gb ราคามันเท่ากันเลย แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกใช้แบบ hdd เพราะรู้สึกว่ามันพังง่าย ถ้าวางไว้บน stereo ที่บ้านก็ไ่ม่เป็นไร แต่ถ้าต้องหิ้วไปไหนมาไหนด้วย ซื้อแบบ flash น่าจะมีอายุยืนกว่า (แต่รุ่น 30gb มันเล่นวิดีโอกับเกมส์ได้ด้วยนี่สิ ถ้า nano มันเล่นวิดีโอได้ด้วย จะตัดสินใจง่ายขึ้นอีก 80%)

จริงๆอยากได้สีเขียวนะ แต่รุ่น 8gb มันมีแต่สีดำ และก็ต่างจากรุ่นอื่น ตรงที่ปุ่มมันเป็นสีดำด้วย ไม่ได้เป็นเทาสีขาวโดดออกมา (อันนี้ถูกใจมาก) ตัวเคสดูแข็งแรงดี แต่เป็นรอยเปื้อนง่ายถ้ามือมีคราบน้ำมัน (นึกถึงตอนจับนิตยสารหน้าอาร์ตมันสีดำ แล้วมีรอยมือปื้ด)

กล่องก็ออกแบบมาอย่างดี ชอบตัวที่ยึด ipod ซึ่งทำเป็นพลาสติค ล็อกด้านบนกับด้านล่าง พร้อมสัญลักษณ์ภาพแสดง วิธีการเอาออก โดยการเอานิ้วดันส่วนตรงกลาง แล้วตัวเครื่องมันก็จะหลุดออกมา (ภาพไม่ค่อยชัด เพราะถ่ายกลางคืน เล็งๆเอาหน่อย)

ส่วนของแถมที่ให้ให้มาก็นอยลงไปเรื่อยๆ ตามราคาที่ลดลง มีหูฟังกับสาย usb อย่างละเส้น, quick start guide, แท่นพลาสติคเอาไว้ต่อกับ dock และแผ่นสติกเกอร์รูป apple สีขาวอีกหนึ่งใบ (มีสองรูป) ไม่แถม cd มาให้แล้ว เพราะมันคาดว่าทุกคนที่ใช้ ipod มี hispeed internet และมีความรู้ทาง คอมพิวเตอร์มากพอ ที่จะเข้า internet ไปโหลด itunes ขนาด 35mb ด้วยตัวเอง (จริงหรอเนี่ย) ทำ cd ใส่มาด้วยมันจะกี่บาทกันฟะ แต่ดูจากขนาดกล่องแล้ว คงใส่ cd มาตรฐานไม่ได้แน่

ว่าแต่มันทำแบบเสียบ usb แล้วสั่ง autorun ให้ install itunes จากใน ipod เลยได้หรือเปล่าหว่า?

itunes ที่ใช้ก็ไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ใช้มาตั้งแต่ ipod พัง เนื่องจากไม่รู้จะัเปิดมาทำไมอีก เพราะข้อมูลเพลงที่ใช้กับ ipod และเพลงที่ฟังปกติในเครื่อง ผมใช้แยกกันอยู่แล้ว… ตอนที่ซื้อ ipod มาใหม่ๆ เกิดบ้า rip cd เป็น aac 192kpbs ไปหลาย เขาว่า aac ทำให้ ipod ใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าใช้ mp3 vbr (เครื่องเก่านี่ใช้ฟัง aac แค่ 4 ชั่วโมงก็ดับแล้ว ยิ่งช่วงหลังก่อนมันตายนี่ สามชั่วโมงไม่รู้ถึงหรือเปล่า) ส่วนในเครื่องคอมปกติก็ยังคงใช้ eac rip เป็น vbr extreme เพราะรู้สึกว่าเสียงมันดีกว่า แม้ว่าวิธีการจะยุ่งยากเล็กน้อย แต่มันเอาใช้ฟังกับเครื่องได้หลากหลายกว่า player ก็ใช้ foobar หน้าตา๊ธรรมดานี่แหละ กินทรัพยากรน้อยดี โหลดก็เร็วกว่า itunes เป็นไหนๆ

แต่เมื่อซื้อ ipod ใหม่ก็ต้องกลับมาใช้ itunes คู่บุญอีกครั้ง (นอกจาก autosync แล้วไม่เคยใช้ทำอย่างอื่นเลย) โดย itunes ใน version ใหม่มีการเพิ่มหน้าตาใน view มาอีกสองแบบ จากแบบเดิมที่เห็นหน้าปกอยู่ข้างซ้าย คราวนี้มีแบบ group list view ที่เห็นหน้าปกอัลบัม พร้อมรายชื่อเพลง แยกกันเป็นกลุ่ม และแบบที่สองที่ใช้ coverflow มาแสดงหน้าปกแบบเลื่อนๆ (กดดูภาพใหญ่ด้านล่าง) เวลาเลือกเพลงใน list หน้าปกของอัลบัมที่เลือก ก็จะหมุนออกมาให้ยล หรือจะไปจิ้มที่หน้าปกสองที ก็จะเริ่มเล่นเพลงจากอัลบัมนั้นทันที อันนี้เก๋มาก ถ้า ipod รุ่นต่อไปสามารถเอา เอา coverflow ไปใส่ใน interface ตอนเลือกเพลงแบบ หมุน wheel แล้วหน้าปกก็หมุนตาม พอกดปุ่มตรงกลางก็เริ่มเล่นเพลงได้ล่ะก็ คิดว่ายอดขายคงถล่มทลายยิ่งกว่านี้ ผมคนหนึ่งล่ะที่จะซื้อทันที

หลังจากลงแล้วก็ไ้ด้้ทำการสังคายนา อัลบัมเพลงเก่าๆที่เคยลงไว้ในเวอร์ชั่นเก่า ซึ่งเก็บไว้เกือบ 18gb (ส่วนใหญ่เป็น aac) ลบอัลบัมที่เป็น aac ทิ้งไปอันเดับแรก ยกเว้นอันไหนที่ขี้เกียจไปคุ้ยแผ่น ก็ลากมาใส่ในฐานข้อมูลใหม่ก่อน มีเวลาค่อยไป rip เป็น mp3 ใหม่… ผมจำไม่ได้ว่า itunes ใช้ mp3 encoder อะไร ถ้าจำไม่ผิดเป็นของมันเอง และสู้ lame ไม่ได้ แต่มันสะดวกตรงที่ itunes มันใช้ฐานข้อมูลของ gracenote ซึ่งแน่นอนว่า หาข้อมูลของ cd ได้แม่นยำกว่า freedb ที่ eac ใช้ (แต่ผมก็ยังรักจะ rip cd ด้วย eac และ encode ด้วย lame แม้ว่ามันจะไม่ support UTF-8 แต่ไม่มีปัญหา เพราะมาใส่ tag ทีหลังด้วย masstagger ของ fb2k ก็ได้ ใส่เองแม่นกว่าเยอะ)

แต่ก่อนผมมักจะลากเพลงใส่ทั้งอัลบัม เพราะพื้นที่มันเยอะ แม้ว่าในอัลบัมนั้นจะฟังจริงจังแค่ สาม – สี่เ พลงก็ตาม และผมก็ไม่นิยมซื้ออัลบัม พวกเพลงรวม compilation ด้วย เนื่องด้วยเพลงที่ใครก็ไม่รู้เลือกมา มักจะไม่ตรงกับ ที่ผมชอบอยู่เป็นประจำ… พอเหลือพื้นที่ 7gb กว่าๆ เลยทำให้ต้องเลือกหน่อยว่า อยากฟังอะไรกันแน่ ถ้าเป็นอัลบัมที่ไม่ได้ชอบสุดๆ ก็จะแยกเพลงแล้วมารวมใน compilation ใหม่ และก็ต้องแก้ tag ด้วย… โชคดีที่ itunes ใหม่มีช่อง “album artist” ผมก็เอาไว้ใส่ชื่ออัลบัมที่ไปดึงมา ส่วนช่อง “album” ก็ใส่ compilation (ถ้าปล่อยช่อง “album artist” ว่างไว้ itunes มันจะเห็นเป็นพวกเดียวกันหมด เวลากดเพลงอื่นแล้ว หน้าปกมันจะไม่ยอมหมุนตาม)

ยัดเพลงลงไปได้ 992 เพลง ความจุรวม 5.05gb จากนั้นก็ต้องสำรวจดูว่าหน้าปกมีครบหรือเปล่า แม้ว่า itunes มีปุ่ม “get album artwork” สำหรับคนที่ขี้เกียจใส่ปกเอง แต่ผมก็ไม่ได้ใช้ เพราะชอบใส่เองมากกว่า ปกที่ใส่ต้องมีขนาด 300×300 pixels เท่ากันหมด อันไหนหาในเนตไม่ได้ หรือได้แ่ต่ขนาดเล็กเกิน ก็ต้องมานั่ง scan ปกcd และตัดแปะเอง… ตอนนี้ก็ทำครบหมดทุกเพลงที่จะใส่ลง ipod แล้ว :):)

ลง itunes ใหม่แล้วก็ไม่ลืมที่จะลง plug-in ชื่อ iscrobbler ด้วย เพื่อจะได้ส่งข้อมูลไปรวบรวมที่ last.fm

ป.ล.1 อยากรู้ว่าเมื่อไหร่ itunes จะเพิ่ม tag rating (ดาว) เข้าไปใน file เพลงสักที เพราะรู้สึกว่ามันยังคงเก็บข้อมูลดาว ไว้ในตัว database ของ itunes เอง มันมีปัญหาคือ ถ้าเิกิดเครื่องหรือ db พัง ดาวที่สั่งสมมามันก็หายหมด ต้องมาใส่ใหม่ (นรกมากๆ) แทนที่จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ใน file เพลง แล้วเรียกขึ้นมา rebuild database ได้

ป.ล.2 ipod nano รุ่นแรกเขาว่ามีปัญหาตอนเสียบสาย sync แล้วมันจะถอดค่อนข้างลำบาก ถ้าด้านข้างยังเสียบสาย headphone อยู่ แต่รุ่นใหม่นี่ผมลองเสียบ และถอดออก โดยที่ยังคาสายหูฟังไว้ ก็ไม่มีปัญหานะ

life without music is unthinkable, music without life is academic.
(leonard bernstein, 1918 – 1990)

25 comments
  • ตกลงว่าพอใจไช่ไหม เพราะกำลังคิดจะซื้อเหมือนกัน คิดๆอยู่ระหว่างรุ่น 30gb กับ นาโน 8gb นี่แหล่ะ

    (ถ้าใช้ไปสักครู่นึง มีอะไรไม่ดียังไง มาโพสบอกบ้างเด้อ)

  • เพิ่งรู้ว่าช่อง album artist ไว้ใส่แบบนี้เอง เดี๋ยวไปทำตามมั่ง

  • เมื่อก่อนเวลาริพซีดีก็ริพ เป็น aac เหมือนกัน แต่ช่วงหลังๆ เปลี่ยนคอมฯใช้ไปเรื่อย พกเพลงติดตัวแล้วเครื่องเล่นบนพีซีไม่ซัพพอร์ทมั่ง มีปัญหาตอนมีคนขอเพลงมั่ง อะไรต่ออะไร ก็เลยเปลี่ยนเป็น mp3 ซะ

    อีกอย่างไม่ขยันอย่างเจ้าของบลอก ที่จะ “rip cd ด้วย eac และ encode ด้วย lame แล้วมาใส่ tag ทีหลังด้วย masstagger ของ fb2k” [dead] แค่ฟังก็เหนื่อยและ

    ได้จับเจ้าตัวนี้แล้ว ก็รู้สึกอยากได้ขึ้นมาทันที (ทั้งที่ปกติไม่ชอบสีดำ) แต่มันดำแบบงามๆ คล้ายกำมะหยี่ ยังไงบอกไม่ถูก โอ้ย!!! อยากได้เฟร้ย [ouch]

  • อ่านแล้วรู้สึกตัวเองมักง่าย ยังไงก็ไม่รู้ [shy]

    ปกติยัด CD เข้าแล้วก็ import โลด จบข่าว [tongue]

  • รายละเอียดอย่างเยอะ แปลว่ารัก ipod จริงๆ อิิอิ [itongue]
    ผมก็มักง่ายเหมือนคุณ keng ครับ ไม่ได้ rip เลยด้วยซ้ำ จับ mp3 ยัดเข้้า ipod ตรงๆเลย [shy]

  • มักง่ายด้วยคน import ผ่าน itunes เพราะโดยมาก cd ของบ้านเรามันอัดเสียงกระป๋องอยู่แล้วก็เลยไม่ได้คิดอะไร เลือกเอาวิธีที่สะดวกที่สุดไว้ก่อน

    Nano G2 สีดำสวยสุดแล้วมั้งเมื่อวานเดินไปดูที่ mac shop สีอื่นๆดูมันแปร๊ดเกินไป

    รบกวน test เวลาด้วยเน้อว่าได้ราวๆ กี่ชม ต่อรอบการชาร์ท

  • หุหุ … itunes 7 เจ๋งดี แสดงปกได้สวยงาม เหมือนตู้เพลงหยอดเหรียญเลย

  • เอ่อ ตรง album artist
    เท่าที่ลองแล้ว ภาพหน้าปก มันก็หมุนตามนะคะ

    ภาพหน้าปก จะแปรผันตาม Artist มากกว่าค่ะ
    คือถ้าในอัลบั้มนั้นๆ มีอาร์ทติสร้องเพลงหลายคน
    ภาพหน้าปก จะแสดงหนึ่งภาพต่อชื่อ อาร์ทติสเลย

    แต่ถ้าอัลบั้มนั้น อาร์ทติส ชื่อเดียวกันหมด จะแสดงภาพหน้าปกเป็นภาพเดียว

    ทั้งหมดนี้ โดยที่ยังไม่ต้องกรอก อัลบั้มอาร์ทติส น่ะค่ะ

    ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้

  • 150cc:
    เอกยังมีชีวิตอยู่อีกหรอเนี่ย ไม่เห็นนานมาก
    หูฟังที่แถมมากับ ipod มันก็กะหลั่วๆเหมือนเดิมแหละ
    เครื่องนี้ก็ซื้อมาราคาราวๆนั้นแหละหมื่นนิด
    ตกลงว่าได้ซื้อหรือเปล่า หรือว่าซื้อแต่ silicone อุอุ (ตัวใหม่มันจะเล็กว่าตัวเก่าหน่อยนึงนะ ถ้าซื้อของ 1g มา มันจะหลวมหน่อยๆเขาว่า เราซื้อของ 2g มาเลย 290 บาท ยี่ห้อบ้าอะไรไม่รู้ กล่องทิ้งไปแล้วด้วย)
    เอ่อ m$ zune นี่อันใหญ่นะ ดูได้ที่ zund vs ipod มันใช้ hdd ด้วย ผ่านเลย…

    jo:
    ที่ผมพูดถึงนี่หมายถึงในอัลบัม compilation ที่เอาเพลงจากอัลบัมอื่นๆมารวมเท่านั้นนะครับ ถ้าคุณแยกตามอัลบัมอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องใส่ album artist ครับ เพราะมันจะหมุนอยู่แล้ว

    อย่างที่คุณบอกว่ามันหมุนตาม artist นั่นก็ถูกต้องแล้วครับ
    แต่ถ้าคุณเอาเพลงจากอัลบัมอื่นๆ มาใส่ใน compilation โดยเปลี่ยนชื่อ tag album ของแต่ละเพลงให้เป็น compilation (เพลงเดี่ยวๆจะได้มารวมอยู่ในอัลบัม compilation ทั้งหมด) ซึ่งถ้าใน compilation ของเรามีเพลงจากศิลปินคนหนึ่ง แต่มาจากหลายอัลบัม มันจะไม่หมุนเปลี่ยนครับ มันจะเ็ห็นว่าเป็นศิลปินคนเดียวกัน และัมาจากอัลบัมชื่อ compilation เหมือนกัน มันจะแสดงภาพจากหน้าปกแรก ของศิลปินคนนั้นเท่านั้นครับ

  • เท่ดีจริงๆ เท่กว่ารุ่นแรกอีก

    หูฟังรุ่นใหม่นี่เสียงเปลี่ยนไปรึเปล่า หรือเปลี่ยนแต่รูปแบบนิดหน่อย

    ไม่รู้ว่า zune ของ ไมโครซอฟต์จะมีอะไรเด็ดๆ ที่จะมาสู้กับไอพอดเหมือนกันนะ เพราะดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว ก็ยังมองว่าไอพอดสวยกว่า แถมเล็กกว่าด้วย

    เครื่องนี้ซื้อมาราคาเท่าไหร่เหรอ
    เมื่อวันจันทร์ไปถามที่ย่านขายของ IT ที่ปักกิ่ง (จงกวนชุน) ราคาของขนาด 8GB อยู่ที่ 2300 หยวน (10,800 บาทไทย @ 4.7 บาท ต่อ หยวน)
    ซึ่งเดินทั้งตึก(จริงๆมีหลายตึกแต่ขี้เกียจ) เห็นมีวางอยู่ร้านเดียวเองด้วย ถามร้านอื่นๆก็บอกว่าของจะเข้ามาประมาณวันที่ 7
    ช้ากว่าเมืองไทยเยอะเลย

    แต่ก็ได้ซิลิโคนของ iSkin กลับมา http://www.iskin.com/duo_nano/features.html

  • ฮ่าๆ ยังไม่ตาย แค่ล่องลอยไปไกลนิดหน่อย

    ก็ได้มาแต่ซิลิโคนของนาโนรุ่นแรกอ่ะแหละ เพราะไม่ได้จะซื้อเครื่องใหม่
    อ่อขอเล่าให้ฟังนิดนึง คือเมื่อต้นเดือนสิงหา(ก่อนหมดประกันหกสิบวัน)ไอพอดก็เดี้ยงไปดื้อๆ
    ก่อนเข้าเรียนก็ยังฟังอยู่ดีๆ พอเลิกเรียนจะหยิบมาฟังก็เปิดไม่ขึ้น
    ไม่จ่าจะกดด้วยวิธีไหนก็ไม่ขึ้น ต่อกับคอมก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ทั้งๆที่เครื่องนี้ไม่เคยกระแทกอะไรเลยนะ เลยได้ใช้บริการการรับประกันเป็นครั้งแรก ไปตึกแรกยามก็บอกว่าบริษัทเพิ่งจะย้ายไป เวรกรรมจริงๆ
    โชคดีที่ย้ายไปไม่ไกลมาก ซึ่งศูนย์รับเคลมของที่นี่รวมกันทั้งสินค้าของ samsung(เฉพาะคอมฯ) asus dlink HP apple และอีกสองสามยี่ห้อจำไม่ได้แล้ว
    รับเคลมและซ่อมอย่างเดียวเลย

    ไปถึงเค้าก็บอกว่าขอเช็คนิดนึงนะ ถ้าเครื่องพังจะเปลี่ยนให้ใหม่ แต่ถ้าพังเพราะเราไปลงโปรแกรมมั่วซั่ว เค้าจะคิดค่าบริการ20หยวน แล้วรอรับเครื่องกลับไปได้เลย

    ก็เช็คแล้วเครื่องพังจริงๆ เลยได้เครื่องใหม่ ก่อนกลับก็ลองกระแซะถามเค้าว่า เครื่องใหม่ขอเป็นสีขาวได้มั้ย ซึ่งก็โดนปฏิเสธกลับมา เขินเลย

    แค่สี่วันเองก็โทรมาให้เราไปรับเครื่องแล้ว
    เผื่อบางคนยังไม่ทราบ เครื่องใหม่ที่ได้หลังจากการเคลมระยะเวลาประกันจะเหลือเท่ากับเครื่องเก่านะครับ
    ซึ่งของผมตอนนี้ก็หมดไปเรียบร้อย ก็ได้แต่ภาวนาให้มันสุขภาพแข็งแรงๆ อยู่ไปนานพอเท่าที่นาโนรุ่นที่สามออกก็พอใจละ

  • กำลังจะซื้อเหมือนกันครับ กำลังตัดใจซื้อที่ยุโรป แล้วก็พยายามหาทางรีฟันด์ตอนกลับเมืองไทย (ที่นี่ภาษี 25 เปอร์เซนต์ ถ้ารีฟันด์ไม่ได้นี่ขาดทุนสุดๆ)

    เล็ง 8 GB เหมือนกันแต่ดันมีให้เลือกสีเดียว อยากจะร้องไห้ (ไม่ถูกกับของสีดำ) ไม่รู้ว่าแอปเปิลจะรีแวมพ์สีดำไปทำไม เพราะจะทำให้สีขาว กลายเป็นของถูกไป ซึ่งตอนนี้ก็เป็นไปแล้วด้วย

    ส่วนเรื่องความจุนี่ 8 GB ก็คิดว่าน่าจะพอ (หรือเปล่า) แต่ก็กลัวว่าจะน้อยไป เพราะยุคนี้เป็นยุคเพลงเถื่อน ต่อให้แอนตี้เพลงเถื่อนในอินเตอร์เนตแค่ไหน ก็ต้องยอม เพราะว่าวงการเพลงยังไม่มีข้อเสนอที่ดีกว่าสำหรับคนที่ซื้อของแท้ครับ ของแถมจากการซื้อของแท้ยังไม่พอ ไม่ว่าจะเป็นดีวีดีมิวสิกวิดีโอ หรือเบื้องหลัง ฯลฯ

    ใช้ดีไม่ดียังไงรีวิวด้วยนะครับ คุณภาพเสียงยังดีอยู่หรือเปล่า ลำโพงใหม่เวิร์กไหม อยากได้รายละเอียดครับ

  • ยังไม่ตายจริงๆด้วย แล้วยัง 150cc เท่าเดิมปะ [itongue]

    พี่เองก็อยากถอยตัวใหม่่นี่ เห็นแล้วใจคันยิบๆ แต่มินิสีชมพูก็ยังไม่งอแงอะไร คงต้องอดทนรอไปก่อน

  • เมื่อวานหลังจากลอง charge ไฟกับเครื่อง ipod 4G อยู่หลายเพลา หน้าจอก็ขึ้นแต่สัญลักษณ์ แฟ้ม+(!) แถม harddisk ก็มาีเสียงแครกๆ ด้วย [sick]

    คาดว่าคงถึงวาระสุดท้ายของมันแล้วล่ะครับ[duh] ฮือ ๆ ตังค์ก็ไม่ค่อยมีสงสัยต้องเปลี่ยนพฤติกรรมจากฟังเพลงเป็นอ่านหนังสือบนรถไฟฟ้าแทน;)

  • ก็เห็นพกหนังสือแบกเป้ไปทำงานทุกทีไม่ใช่รึ

    เอางี้ละกัน ขายมินิต่อให้ห้าพันบาท [twisted]

  • คุณปวรหมายความว่ายังไงครับเนี่ย งง
    “ต่อให้แอนตี้เพลงเถื่อนในอินเตอร์เนตแค่ไหน ก็ต้องยอม เพราะว่าวงการเพลงยังไม่มีข้อเสนอที่ดีกว่าสำหรับคนที่ซื้อของแท้ครับ”

    แล้วซื้อหรือไม่ซื้อครับเนี่ย ของแท้
    อันนี้หมายถึงวงการเพลงบ้านเรา หรือวงการเพลงทั่วโลกครับ

  • oakyman:
    ผมคิดว่าถ้าแถม dvd มันทำให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเยอะนะ ถ้าไม่ใช่ศิลปินโปรดน่ะ ส่วนศิลปินโปรดนี่ซื้ออยู่แล้ว ไม่ว่าจะแถมหรือไม่แถม ส่วนเพลงไทยแผ่นราคาถูกอยู่แล้ว ไม่กล่าวถึง คุณภาพก็ตามราคา

    nont:
    ใช้มา 3 วันแล้วก็ดีเลยนะ เสียงโอเค ดีกว่าตัวที่พังไปหน่อย ถ้าไม่ต้องหิ้วไปหิ้วมา ใช้ hdd 30gb ก็คุ้มดี แต่ถ้าเอาพกพาง่ายก็ 8gb นี่แหละ เหมาะสุด
    video กับเกมไม่ค่อยสนเท่าไหร่ มันของเล่นซะมากกว่า (มีก็ดี ไม่่มีก็ไม่เดือดร้อน)

    ปวร:
    จริงๆ 8gb ผมว่าพอนะ เพราะอันที่ผมฟังทุกวัน รวมกันก็ไม่ถึง 2gb (แต่ชอบใส่เยอะๆ อยากฟังก็ฟังได้เลย) คุณภาพเสียงยังดีเหมือนเดิม (อันนี้ต้องขึ้นกับ source ด้วยว่าเอามาจากไหน) ส่วนหูฟังที่แถมมาก็ธรรมดาๆ ใช้ pana เสียงยังดีกว่า ตอนนี้กำลังลอง philips she775 เสียงก็โอเค แต่เบสตูมไปหน่อย ไม่ใสลอยแบบ pana ว่าจะไปเล็ง creative ep880 เห็นคนบอกเสียงกลางดี แต่ก็มีคนบ่นว่ามันหนักหู :(

    pilenz:
    ฟังมา 6 ชั่วโมง แบตลดไป 1/3 คิดว่าน่าจะอยู่ได้ราว 18-19 ชั่วโมง ต่อการชาร์ตหนึ่งครั้ง

  • ถ้าหูฟังเสียงเหมือนเดิม ผมก็คงต้องใช้หูฟังยี่ห้ออื่นตามเดิมครับ

    อันนี้แนะนำ sennheiser px100 ตอนนี้ราคาใน amazon เหลือพันกว่าบาทไทยเอง ตอนแรกซื้อมามีความรู้สึกก๊องแก๊งมาก แต่นี่ใช้มาปีกว่าแล้ว ทนกว่าที่คิดแฮะ นั่งทับ ตกพื้นก็ยังไม่พัง เสียงก็ยังคงดีเหมือนเดิม ส่วน philips ไม่รู้รุ่นเดียวกับที่ผมเคยมีหรือเปล่า แต่นานมาแล้ว เสียงเบสกระหน่ำมาก ทำให้เสียงเพลงจากใสๆ กลายเป็นอู้อี้เพราะเบสกลบหมด ส่วนใหญ่เวลาเขาวิจารณ์หูฟัง ทำไมเขาเน้นเสียงเบสจัง คนเราไม่ได้ฟังเพลงจังหวะหนักๆ กันทุกคนนี่นา (แต่คนส่วนมากคงชอบ)

  • เรื่องหูฟัง จริงๆเรา (และมีอีกหลายๆคน) มีปัญหาเรื่องการฟังเพลงจาก headphone หรือ หูฟัง เวลาอยู่นอกห้องทำงานน่ะ เพราะมันฝืนธรรมชาติยังไงไม่รู้ ได้ยินแต่เสียงดนตรี ไม่ได้ยินเสียงบรรยากาศภายนอกเลย

    ไม่รู้เขามีหูฟังแบบพกพาที่เป็นแบบกึ่งเปิดกึ่งปิดไหม(เคยเห็นแต่แบบรุ่นใช้ใน studio) ที่สามารถปล่อยให้เสียงจากภายนอกเข้ามาให้เราได้ยินได้ในขณะที่ก็ได้ยินเสียงดนตรีชัดด้วยอ่ะ

  • ปวร:
    หูฟังของเซนก็เล็ง px100 ไว้เหมือนกัน แต่มันเป็นแบบครอบหัวนี่สิ ต้องขอคิดก่อนแป๊บนึง

    nont:
    หูฟังทั่วไปที่ไม่ใช่ in-ear แบบยัดลงไปในรูหู หรือ แบบครอบหูที่มี noise cancelling มันก็ีเสียงภายนอก ผ่านเข้ามาได้อยู่แล้วหนิ นอกจากจะเปิดเสียงดังจนกลบเสียง ภายนอกน่ะ หูไหนก็ช่วยไม่ได้แล้วมั้ง

  • หูฟัง sennheiser mx450 เพิ่งพังไปเมื่อวานเอง หูขวาดับคงเป็นเพราะทำตกและจมน้ำไปเมื่อหลายวันก่อน นี่ก็เล็งๆหูฟังราคาไม่แพงมากซักตัว กะจะลอง akg k14p ดู

    ส่วน px100 ก็อยากได้นะครับแต่กลัวมันจะใส่แล้วปวดหัวที่บ้านมี philips ครอบหูอยู่อันนึงใส่แล้วเหมือนมีเครื่องทรมานศรีษะแถมหนังหูฟังลอกอีกใส่แล้วหูดำเป็นแถบๆ ใส่แว่นพร้อมครอบหูแล้วมันเจ็บพิลึก

  • เรื่องหูฟังปัจจุบันใช้ของ sony MDR-EX71SL หูฟังแบบ ear-in อยู่ เสียงที่ได้นี่พอใจมากเลย ไม่ทุ้มเบส หรือใสจนเกินไป แถมราคาตอนที่ซื้อก็แค่ 1000 บาท (ซื้อต่อพี่ที่ทำงานมา)[twisted]

  • หูฟัง Sennheiser PX100 นี่มันไม่บีบหัวนะครับพี่จุ้ย ผมใช้อยู่เหมือนกัน
    เพราะตอนแรกผมใช้ AKG K24P ใช้ได้สองวันรู้สึกทนไม่ไหวเพราะมันบีบหัวเหลือเกิน เลยขายต่อให้เพื่อนที่หัวเล็กกว่าเรา(ซึ่งเค้าใช้ไม่รู้สึกบีบ)

    พอเปลี่ยนมาใช้ PX100 เนี่ย มันเบาสบายหัวมาก ไม่บีบหัวเลย พับเก็บได้ด้วย มีกล่องใส่คล้ายกล่องแว่นตาแถมให้ด้วย
    ที่สำคัญเสียงดีด้วยสิ เคยอ่านเจอว่าที่เมืองไทยบางครั้งลดราคาเหลือแค่ประมาณ 1400 บาท

    ส่วนอีลูถ้าไม่ชอบแบบครอบหัวด้านบนแบบนี้ มันมีอีกรุ่นน่ะ PXM 100 เข้าใจว่าเสียงเหมือนกัน แต่ละเป็นลักษณะ ครอบไปด้านหลังหัวนะ

  • รีวิวเห็นภาพดีเลย

    แต่อยากได้ FM น่ะ เมื่อไหร่ ipod จะมี FM[razz]

  • เราเพิ่งซื้อมาอาทิตย์ก่อน หลังจากทนคำโฆษณาของวัติไม่ไหว

    ปรากฎวันนี้ มันออกรุ่นพิเศษสีแดง 4 gb แล้ว เป็นเวอร์ชั่นรณรงค์ช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ในอัฟริกา อยากได้ทั้งเพราะมันสีแดง และเพราะได้บริจาคเงินด้วย อยู่ในโครงการณ์ Product Red (http://www.joinred.com)

    แต่ที่ไม่เข้าไม่เข้าใจนิดนึงคือ แทนที่มันจะช่วยกันรณรงค์ให้ยารักษาโรคเอดส์ราคาถูกลง เพื่อให้คนป่วยเข้าถึงได้โดนไม่ต้องรอรับเงินบริจาค หรือ รณรงค์ให้ประเทศยากจนสามารถมีสิทธิผลิตยาเองได้
    อันนี้กลับรณรงค์ขอเงินไปซื้อยาแพงๆ ($100/วัน) จากบริษัทยา เพื่อเอาไปให้ผู้ป่วย แล้วก็รักษาสิทธิบัตรยาของบริษัทยาเอาไว้ ไม่ให้ใครทำเอง ไม่ว่าจะกรรมวิธีไหน เพื่อที่จะขายแพงได้เจ้าเดียวต่อไปอยู่ดี[sick]

    สุดท้าย win-win กันหมดอยู่ดี
    โบโน่ กับ โอปรา ดูเป็นคนดี
    บริษัทยา รวยเละ
    แอปเปิลขายของได้มากขึ้น ภาพพจน์ของ brand ดูดีขึ้นด้วย (ทั้งที่ iPod ก็มาจากการใช้แรงงานราคาถูกที่เมืองจีนอยู่ดี)

    ยกเว้นคนเป็นเอดส์จริงๆ ใครมันจะไปมีเงินมาให้ $100 ต่อวันไปซื้อยาได้ตลอด…

Comments are closed.