ipod hi-fi

ipod hi-fi

150 150 *pradt


people are willing to pay $349 for this ?!?!!!

remote control with platic docks for each generation of ipod ever created on this planet.

then you can happily place your $399 ipod (or cheaper model) on it. wow… c’est magnifique!

6 comments
  • Why not?

    People pay hefty sums on sound systems that look cool (even the performance is not live up to its price)

    For example:
    Bose

  • รอไอพอดใหม่มากกว่า 2006.03.02 at 21:21

    คงไดรู้กันเร็วๆ นี้ ว่าจะขายดีไหม เอิ๊กๆๆ
    เสียงคงไพเราะเสนาะโสต สุดๆ

  • ผมไม่รู้เรื่อง iPod หรอกน่ะ แต่สงสัยว่าตัว sound sources ส่วนมากที่คนฟัง iPod เขาฟังๆกัน มันก็มาจาก MP3 ที่ 128 Kbps เป็นส่วนมาก ไม่ไช่เหรอครับ

    คือย่านความถี่ของเสียง มันไม่ครบถ้วนตั้งแต่แรกแล้ว แล้วมันจะเอาลำโพงดีดีแพงๆไปนำเสนอเสียงอะไรของมันอ่ะ [stunned]

  • เอ่อ นั่นไม่เป็นความจริงนะท่าน [sick]
    อย่างผมก็ rip จาก cd ที่ aac 192kbps นะหรือไม่ก็ใช้ eac rip แล้วใช้ lame encode ที่ alt-preset extreme vbr ตลอดอะ พวก 128kbps ยังมีคนฟังได้อีกหรอ เสียงแบนมากๆ ผมว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้ ipod น่าจะ rip cd เองนะ

  • โอ้ ขออภัยครับท่าน

    ถ้าตอนนี้คนใช้แบบ 192 กันหมดแล้วจริงก็ดีดิ ดีดี วันหลังขอด้วย [itongue]

    เพราะ แถวบ้านผม คนที่ใช้ ipod มักเป็นกลุ่มคนที่ไม่อยากเสียเงินซื้อ CD เอง
    เลยมักก็อปเพลงกันเองแหลกเลย ซึ่งคุณภาพค่อนข้างแปล่งๆ พอไปลองฟังด้วยหู ipod เอง ก็บาดหูมาก

    ผมเลยไม่ทราบเหมือนกันว่า ตกลง ชาวบ้านสมัยนี้เขาใช้แบบกี่ kbps กันแล้ว

  • ชาวบ้านที่ใช้ iPod rip CD เองน่าจะใช้ AAC 128kbps (มันเป็น default ของ iTunes) ซึ่งโดยทั่วๆ ไปก็ให้เสียงดีกว่า mp3 pantip ระดับหนึ่ง

    โดยส่วนตัวผม rip เป็น mp3 แบบ VBR (lame -preset standard) ซึ่งจะได้ bitrate เฉลี่ยราว 190-200kbps (VBR bitrate min 128kbps ~ max 320kbps) ที่ใช้ mp3 เพราะจะได้เอาไปฟังกะเครื่องอื่นๆ ได้ด้วย

    mp3 ระดับนี้ถ้าฟังความแตกต่างออกในเพลงทั่วๆ ไป แบบทำ blind test แล้วแยกแยะได้จริงๆ ไม่ใช่แบบหลอกตัวเองแบบพวกหูทอง ชอบเป็นกันนะ (placebo effect) นี่นับว่าเป็นโครตเซียนได้เลยทีเดียว

Comments are closed.