i am legend

i am legend

150 150 *pradt

legend, that’s what we should leave it to be…
i just wasted my supposedly-to-be-lovely-sunday with ‘i am legend’

ผลงานจาก francis lawrence ที่ผันตัวจากการกำกับมิวสิควีดีโอเท่เท่อย่าง i’m a slave 4 u ของหนูหอก (spears) มากำกับหนังน่าง่วงอย่าง constantine (อันนี้ไม่รู้มาก่อนเลยนะครับ เลยไม่ได้มีอคติใดใดตอนไปดูหนัง พอดูจบแล้วต้องรีบมาคุ้ยหาว่า ผู้กำกับคนนี้ เคยทำหนังเรื่องอะไรมาก่อนหรือเปล่า) ส่วนคนเขียนบทก็มี mark protosevich (poseidon) กับ akiva goldsman (da vinci code) …รวมดาวโดยแท้

i am legend เป็นภาพยนตร์ ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยาย ชื่อเดียวกันของ richard matheson ตีพิมพ์ในปี 1954 และถูกนำมาสร้างเป็นหนังแล้วสองครั้ง คือ the last man on earth (1964) และ the omega man (1971)

เปิดเรื่องมา (ส่วนนี้ชอบ) เป็นข่าวการใช้ไวรัสรักษาโรคได้ แล้วก็ตัดมาสามปีผ่านไป โดยไม่มีการบอกเล่าเรื่องราว ว่าทำไมคนถึงหายไปหมดทั้งเมือง ให้คนดูคิดเอาเอง หนังแนวไวรัสระบาดมีออกมาเยอะแล้ว คนดูก็มองภาพออกได้สบาย พอเห็นภาพตัวเอกขับรถอยู่ในเมืองร้างอยู่คนเดียว พลันภาพหนังโปรด ฝีมือผู้กำกับอังกฤษคนโปรด danny boyle เรื่อง 28 days later ก็ผุดขึ้นมาทันที (เนื้อเรื่องมันก็ติดเชื้อแนวคล้ายกันอีก)

เนื้อเรื่องมีส่วนน่าสนใจ ต่างจากหนังเรื่องอื่น ตรงที่ตัวเอกเก่งอยู่แล้ว เป็นทหารและเป็นนักวิจัยด้วย ไม่ใช่เอาแต่วิ่งหนีหรือวิ่งไล่ฆ่าอย่างบ้าคลั่ง แต่นำเสนออีกด้านของอารมณ์ ความเปล่าเปลี่ยว ที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว และคิดค้นยารักษาไปด้วย เนื่องจากเป็นคนเดียวโดนเชื้อแล้วไม่เป็นไร

แม้จะใช้ดาราแม่เหล็กอย่าง will smith มาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก เพราะผู้กำกับแกเดินเรื่องได้เหนื่อยเหลือเกิน ดูไปก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่มันจะจบสักที คือบทมันมาเป็นแบบนั้น ใครมาแสดงก็คงไม่สามารถทำให้มันดีขึ้นมาได้

มีแค่ฉากเมืองร้างที่ดูแล้วประทับใจฮะ (มีร้านแมคโดนัลด์เน่า กับป้ายโฆษณาละครเพลง wicked ด้วย) ที่เหลือก็งั้นงั้น คนติดเชื้อนี้ยิ่งสลด เข้าใจว่าต้องการนำเสนอภาพซีจีอันล้ำหน้า แต่ทำไมพี่ออกแบบได้เหมือน อิมโมเทปตอนเพิ่งออกจากโลงใน the mummy (ภาคแรก ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1999) ล่ะฮะ ไม่ทราบว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องนั้นหรือเปล่า (หนังโปรดด้วยนะเรื่องนั้น โกรธ!) กลุ่มคนติดเชื้อนี่มีตัวหัวหน้าด้วย (โอ๊ย คิดได้ไงเนี่ย) เป็นตัวที่ดูฉลาดที่สุด เหมือนว่ายังมีความคิด ขณะที่คนติดเชื้อคนอื่นไร้สติไปหมดแล้ว ตัวหัวหน้ามีความสามารถพิเศษคือ ร้องโฮก!!!! (ด้วยสีหน้ามัมมี่!) แล้วลิ่วล้อทั้งหลาย ก็จะกระโดดเด้งตัวปีนป่าย ได้อัศจรรย์ราวกับเป็นนินจา (ถ้าร้องกี๊กี๊ได้ด้วยนี่ใช่เลย)

สรุปว่านอนห่มผ้าดูดีวีดี the mummy กับ 28 days later อีกรอบ ยังดีกว่าไปดูเรื่องนี้ฮะ

★★★☆☆ การแสดง (acting)
★★☆☆☆ นักแสดง (actors/casting)
☆☆☆☆☆ เนื้อเรื่อง (story)
★☆☆☆☆ ดนตรีประกอบ (music/sound effect)
★☆☆☆☆ การถ่ายทำ (direction/composition)
★½☆☆☆ ความชอบโดยรวม (overall)

movie: i am legend | director: francis lawrence | release: 2007

13 comments
  • ว่าจะฝ่าลมหนาวไปดูเสียหน่อย อ่านเจอแบบนี้สงสัยต้องคิดใหม่

  • ออกจะสนุกออกนะ

    เป็นหนังซอมที่ซึ้งดีออก [twisted]

  • ผมก็ง่วงเหมือนกัน รู้สึกเหมือนดู 28 days + castaway
    แต่โปรดักชั่นกับดารานำเยี่ยมเลย

  • confusionists 2007.12.17 at 17:45

    น่าจะตั้งชื่อว่า i am god ไปเลย
    ช่วงหลัง ๆ มั่วนิ่มมาก ๆ
    ทำลายหลาย ๆ ฉากที่ดีในหนังจนหมดเลย

    look at butterfly, daddy!

  • ช่วงนี้ไม่ได้เข้าโรงหนังเลย ได้แต่ตามซื้อแผ่นมา(เก็บไว้)ดู ต้องรอลูกโตเสียหน่อย

  • ไม่ได้ดูหนังนานมากแล้วเช่นกัน เรื่องนี้อยากดูมากเลยนะ แต่…. ถ้ามันร้อง “กี๊กี๊” ได้นี่ คงไม่ดุแน่นอน แต่ถ้า “โฮกๆ” นีค่อยน่าดูหน่อย [shy]

  • 555 ไม่สนุกหรือนี่ พวกหนังซอมบี้นี่มันเต็มกลืนล่ะ ไม่ขอดูอีกสามปี

  • ว้า..ไม่มีติง

  • I so know what you mean!
    We made an extra effort to take the time off to see it yesterday, my husband and I. And Boy o boy! What a real waste of time! *sigh!*
    BioHazard was so much better with more of a story to it!!
    Perhaps the book is not that bad, but after the movie, I am afraid to even give it a try…

  • อ่านแล้ว ไม่ไปดูดีกว่า [hihi]

  • เพิ่งได้ดู นี่มันหนังแนว Cast Away + 28 days later แต่ดันให้เสี่ยเจียงออกทุนสร้าง หรือเปล่า ….

  • หลงไปดูเพราะไม่รู้ว่าเป็นหนังแนวนี้
    กลัวแทบอยากจะลุกออกจากโรงหนัง

  • EscRiBiTioNiSt® 2008.03.05 at 12:10

    โอ.. ว่าจะดู..

    อ่านแล้ว.. หรือไม่ดูดีนิ

    -_-

Comments are closed.