ความสุขของกะทิ

ความสุขของกะทิ

150 150 *pradt

เสียงฝนสาดซ่า กระทบหลังคาชวนฟังมากขึ้น เมื่อมีเสียงเปาะแปะ กระทบกะละมัง ที่ใครคงเผลอลืมไว้นอกชายคา แทรกผสมเข้ามา กะทินอนฟังเพลิน แต่จะเริ่มสะดุ้ง หากเสียงรัวกราว พ่ายต่อเสียงครั่นครื้นของฟ้า เสียงสายฟ้าฟาดเหมือนตามมาด้วย เสียงคนกรีด ร้องปานใจสลายทุกครั้ง ไม่รู้ว่าหูของกะทิแว่วไปเอง หรือเสียงนั้นดังมาจากเบื้องลึกของความทรงจำ นาทีนั้น ยายจะเปิดประตูห้องนอนเข้ามา และนอนกอดกะทิไว้ จนหลับไปด้วยกันถึงเช้า กะทิเบียดซุกในอ้อมกอดของยาย ไม่อยากได้ยินเสียงฟ้า เสียงฝน เสียงคน… เสียงผู้หญิงคนนั้น… เนื้อเนียนของยายหอมอ่อน ๆ ยายไม่เล่านิทานปลอบขวัญ หรือร้องเพลงกล่อม แต่ลูบหลังกะทิเบา ๆ สม่ำเสมอชวนเคลิ้มหลับ ครั้งหนึ่งกะทิปรือตาขึ้นดูหน้ายาย เห็นลูกตาวาว ๆ ฟ้าแลบไกล ๆ พอมีแสงสว่างให้กะทิแน่ใจ ว่ายายร้องไห้อยู่ในความมืด

เพิ่งอ่านจบ หนังสือหนาแค่ 118 หน้า [nolisten]

เรื่องราวของความรัก ครอบครัวและความเศร้า ของเด็กผู้หญิงชื่อว่า กะทิ ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเรือนไทยริมคลอง กับคุณตาและคุณยาย ทุกคนดำเนินชีวิตตามปกติ และไม่มีใครเอ่ยถึง ที่มาที่ไปของตัวกะทิ ไม่มีใครบอกเธอ ว่าพ่อแม่ของเธอเป็นใคร มาจากไหน จนกระทั่งวันหนึ่ง…

ผลงานของ งามพรรณ เวชชาชีวะ เรื่อง “ความสุขของกะทิ” มีการใช้ภาษาที่งดงาม สละสลวย บอกเล่าเรื่องราวที่เนิบนาบ และลึกซึ้ง ดูเผินๆจากหน้าปก เหมือนหนังสือสำหรับเด็กทั่วไป แต่เนื้อหาข้างในนั้น มันเป็นชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องเผชิญกับความจริงที่สะเทือนอารมณ์มาก

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือ อ่านได้ที่ กะทิ (nariza.com)

49 comments
  • น่าอ่านดี เห็นหัวข้อแล้วนึกถึงชายแก่พุงพลุ้ยที่กำลังรบราฆ่าฟันอยู่กับโฆษบุรุษหน้าเหลี่ยม :)

  • [mad] เอ๊ะ ไม่ใช่ละ ลุงอ้วนน่ากลัวกับลุงเหลี่ยมมันคนละประเด็นแล้ว [stunned]

  • พอให้ใน blog ปุ๊บก็รีบ(วิ่ง)ไปที่ร้านหนังสือ ไม่ซื้อครับ [shy] แต่ไปยืนอ่าน สำนวน คำศัพท์ในหนังสือ สวยงามมากๆ ไพเราะ(เกินไปนิด)ไม่น่าแปลกที่หลายประเทศเอาไปแปลกันกระหน่ำ แต่ว่าสำหรับผม คิดว่ามันทำให้อ่านยากขึ้น จะบรรยายว่าฝนตกใช้เนื่อที่ถึงหลายบรรทัด แล้วเด็กจะชอบมั๊ยเนี่ย [shy]

  • มันต้องอ่านให้จบด้วยนะ เพราะมีต่อเล่มสอง -_-

  • อ่านจบแล้วทั้งเล่มแรกและเล่มสอง ยอมรับว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้ว เข้าใจได้ง่าย ๆ แม้แต่คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ เราแนะนำให้ลองอ่าน ปรากฏว่าเค้าเกิดชอบเอามาก ๆ ส่วนตัวเราเองพออ่านเล่มหนึ่งจบก็ต้องรีบหยิบเอาเล่มสอง ตอนตามหาพระจันทร์ มาอ่านต่อทันที เพราะอยากรู้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปชีวิตของกะทิจะเป็นยังไงต่อไป เล่มที่สองนี้ก็จบอย่างน่ารักสำหรับการดำเนินชีวิตของเด็กหญิงคนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ผู่แต่งเขียนเรื่องของกะทิในวัยที่โตเป็นผู้ใหญ่ อยากติดตามเรื่องเรื่องราวของเด็กหญิงคนนี้ให้ถึงที่สุด…

  • หนูเหนื่อย 2007.01.06 at 21:07

    อ่นแล้วแล้วเครียดมากกก เพราะอาจารย์สั่งให้ทำรายงานส่ง[badmood][isad]:([sick]-_-

  • !!!!!!!!!!!!!!!!!!! 2007.01.27 at 12:37

    อาจารย์ให้ทำรายงานความสุขของกะทิ ไม่อยากทำเลย งายเยอะมากเลย ปวดหัวมาก help me please!!!!!!!!!!!!!

  • หนุมมากเลยอ่ะ ซึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ

  • น่าอ่านมาก

  • อ่านแล้วรู้สึกถึงความรักและความผูกพันธ์ระหว่างกะทิกับตุวละครทุกตัวในเรื่องครับ ยิ่งตอนที่แม่พากะทิออกไปพายเรือแล้วกะทิลอยไปกับเรือซึ้งมากๆครับ

  • อ่านแล้ว ชอบมากครับ เลยตั้งอ่านเล่มสองให้จบเลย

  • นนท์ 2007.03.04 at 13:17

    อ่านไปนิดนึง ภาษาสวยจังเลย
    แต่อ่านแล้วสักครู่ รู้สึกว่าระดับวรรณะค่อนข้างผู้ดีๆยังไงไม่รู้อ่ะ ทะแม่งลึกๆเล็กๆ แต่ก็คงต้องไปอ่านต่อให้จบ

  • ชอบเรื่อนี้มากนะคะอ่านเป็น10รอบเเล้วคะเพราะชอบอ่านเนวนี้อยู่เเล้วคะ ภาษาสวยงามมากคะ เคยเจอคุณงามพรรณตัวจริงด้วยนะคะ คุณงามพรรณเป็นคนที่น่ารักมากๆคะ

  • น่าอ่านมากค่ะ

  • อ่านความสุขของกะทิแล้วรู้สึกประทับใจมากๆเลย เพราะมีทั้งอารมณ์สุข ทุกข์ เศร้า ขัน สนุกมากค่ะ

  • ลูกศร 2007.07.11 at 10:48

    อ่านแล้วทั้งเล่ม1 เล่ม2 ซึ้งมาก อ่านแล้วร้องไห้เลยเชื่อมั๊ย อยากให้เพื่อนๆลองอ่านดู ภาษาที่ใช้ก็สละสลวยดีชอบจัง อยากให้มีภาคต่ออีกหลายเล่มเลยนะคะ

  • nbew1@hotmail.com 2007.07.30 at 16:00

    อ่านทั้ง 2 เล่ม คาบ ผมเพิ่ง 21 ปี แต่อ่านแล้ว ชอบมากๆๆอยากอ่านภาคต่อจิงๆคับ มีความสุขมาก

  • อความาลีน 2007.08.10 at 22:42

    อ่านทั้งสองเล่มแล้วค่ะ สำนวนสวยมากจริง ๆ คนแต่งก็ทั้งเก่งทั้งมีความสามารถมาก ๆ เลย อยากอ่านภาคต่อไปจัง แต่ท่าทางคงจะไม่มี เพราะบทส่งท้ายเล่มสองมันส่อเค้าว่าจบแล้วจริง ๆ แต่อยากอ่านตอนที่กะทิเจอพ่อมาก ๆ เลยล่ะ อยากรู้ว่าแอนโทนี่รักณภัทร แม่ของกะทิบ้างไหม

  • กำลังจะเป็นหนังแล้วนะครับ

    ขอโปรโมทหน่อย รุ่นน้องข้าพเจ้าเอง

    อิอิ

    http://www.popcornmag.com/bbs/index.php?showtopic=4537

  • จ่ายค่าโฆษณามาด้วยนะพี่เด็กหนัง ขอเป็นหมูหัน

  • ลูกเต๋า 2007.08.24 at 16:11

    อ่านแล้วเป็นหนังสือที่ดีมาก(อ่านวันเดียวจบ)

  • [ismile] เป็นหนังสือเล่มแรกที่เริ่มอ่านอย่างจริงจัง เมื่อได้อ่านแล้วก็ประทับใจ เนื้อหาสนกและให้ข้อคิดดีมาก เป็นเรื่องราวที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตจริง รูปแบบหหนังสือน่ารักน่าสนใจ รูปภาพน่ารักเหมาสมกับเรื่อง [idea]

  • อ่านแล้ว ถ้าจะถามว่าใครเป็นคนที่น่าเสียใจมากที่สุด ถ้าอ่านทั้ง2เล่มแล้วจะรู้ว่า กะทิ กับ แม่ น่าสงสารก็จริงแต่มีคนที่น่าสงสารกว่านั้นก็คือ ลุงวสันต์ ลองไปอ่านดู สนุกกว่า มีตอนที่ชอบมากที่สุดก็ ใกล้จบ บท ศาลาริมน้ำ ใช้คำสวยมาห

  • อ่านจบทั้งสองเล่มแล้วค่ะ สนุกมากเลยค่ะ เวลาอ่านทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ใช้คำที่สละสลวยมากเลยค่ะ และยังได้รับรู้เรื่องราวความเป็นอยู่ของคนในชนบท มีเนื้อหาที่น่าติดตามมากจนไม่อยากจะวางหนังสือลงเลยค่ะ เพราะเนื้อหาที่สนุกทำให้อยากติดตามตอนต่อไป และยังมีภาพยนต์เรื่องนี้อีกด้วย จะไม่พลาดแน่นอนเลยค่ะ ส่วนเรื่องของเนื้อหาก็ไม่ยากสำหรับคนทั่วไปใช้ภาษาง่ายๆแต่สวยงาม เหมือนได้เข้าไปอยู่ไนนั้นจริงๆ เรื่องราวชีวิตของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายในชีวิตแต่เธอก็ไม่หวั่นและพร้อมที่จะก้าวต่อไปแม้บางครั้งอาจจะท้อแท้บ้าง แต่จากกำลังใจของทุกคนในเรื่องนี้ทำให้กะทิมีกำลังใจและเป็นเด็กดีของทุกๆคนเลยค่ะ บ้านริมคลองจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน เมื่อไรที่มีภาพยนต์ออกมาแล้วอย่าลืมไปดูกันนะคะรับรองได้เลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน [hihi] :D

  • ยังไม่ได้อ่านเร้ย !
    กำลังจะอ่าน แต่ดูจากคอมเม้น แร้ว !!! !

    มันคงจะสนุกจิงๆ

  • ชอบที่ปิ่นโตมันคุยกัน :)
    อ่านเล่มนี้ตอนแอบนั่งเครื่องไปแม่ฮ่องสอนคนเดียว
    ร้องไห้ด้วย

  • อยากให้มีเล่มสาม

  • topfd@hotmall 2008.08.07 at 14:36

    รักคนอ่าน

  • อยากดูหนังความสุขของกะทิจังเลย

  • อ่านแล้ว…ดีมาก

  • ;) อ่านแล้ว..เนื้อหาดี
    ซึ้งด้วย

  • ^%$#%$%@$%#^# 2008.08.26 at 1:07

    สนุกดี ซึ้ง ๆ ๆ
    แต่ ทำโครงงานกะเรื่องนี้ละซิ ตายเลย ๆ ๆ
    นั่งทำมา จน ตี 1 ละเนี่ย :( -_-

  • ฌชกร 2008.12.27 at 10:57

    ไม่มีที่ติ

  • เฟิร์น 2009.01.03 at 22:21

    ชอบมากที่สุดในโลกเลยค่ะ

  • เคยอ่านตอนอยู่ ม.3 ติดใจมากเลยเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ในเรื่องด้วย

  • ฉันอ่านแค่ประโยคขึ้นต้นน้ำตาของฉันก็ไหลฉันรู้สึกว่าฉันเหมือนกะทิตรงที่มีความรู้สึกผูกพันกับคนที่เรารักและเราก็ต้องเสียคนอันเป็นที่รักของเราไปอย่างไม่มีวันกลับบ้านของฉันก็อยู่ริมคลองตาของฉันเป็นช่างไม้ท่านจะทำว่าวให้ฉันเล่นทุกปียายเป็นแม่บ้านทำอาหารให้คนในบ้านกินแม้มันจะเป็นอาหารธรรมดาหาได่ตามลำคลองสวนแต่ทุกครั้งที่ตักเข้าปากมันอร่อยยิ่งกว่าอาหารที่อื่นๆที่ฉันเคยกิน
    ฉันอยู่กับตายายตั้งแต่ยังจำความไม่ได้อยู่จนกระทั่งท่านทั้งสองตายจากฉันไปฉันจะคิดเสมอว่าฉันได้ดูแลท่านดีพอในฐานะหลานคนหนึ่งรึยังฉันเคยให้เงินตาตอนฉันทำงานได้เงินเเรกแค่500บาทท่านดีใจมากๆเหมือนกับท่านได้เงินเป็นหมื่อนส่วนยายของฉันท่านจะไม่ค่อยอยากให้ฉันซื้อของอะไรมาให้ท่านท่านอยากให้ฉันเก็บไว้ใช้ยามที่ไม่มีและฉันรักท่านมากกว่าชีวิตของฉันและอยากให้ท่านมีอายุยืนยาวจนฉันมีครอบครัวแต่มันเป็นไปไม่ได้เราเกิดมาก็ต้องตายมันเป็นไปตามธรรมชาติข้อความของฉันมันอาจจะดูธรรมดาสำหรับคนทั่วไปแต่สำหรับฉันมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน……………

  • พงษ์พิพัฒน์ บุญนูน 2009.01.06 at 2:44

    ผมอ่านแล้วครับชอบมากทำให้เราอยากที่ตะใช้ชีวิตของเรากับคนที่เรารักทุกวินาทีเลยทีเดียว

  • อ่านจบแล้วอมยิ้ม [oops]

  • รักกะทิ….อ่านแล้วนำตาไหลภาษาสวยมาก
    รักและชอบหนังสือเล่มนี้มากที่สุดในโลก [lol] [shock] [hihi] [hihi]

  • อ่านยังไม่ จบคร่ะ

    55+
    วันนี้สอบ * มีถามด้วยแหละ ว่า “ความสุขของกะทิ” ได้รางวัลปีไหน ?

    แบบว่า ไม่รุค่ะ . :)

  • ชอบมา………………..ก

  • จตุรงค์ ณ ถลาง 2009.01.09 at 19:31

    น่าจะมีต่อเล่ม3นะครับชอบงานเขียนของคุณงามพรรณมากๆครับ

  • อ่านแล้วสุขใจ ดูแล้วอิ่มใจ หนังสือดี
    อยากให้มีต่อ ๆ ไป จนกะทิโต

  • i กำลังคิดว่า..จะไม่ไปดูหนัง
    เพราะหนังสือมันได้ทำหน้าที่
    ถ่ายถอดเรื่องราวของมัน
    ได้อย่างเสร็จสิ้น สมบูรณ์
    ไปเรียบร้อยแล้ว

  • คนเกือบชั้นกลาง 2009.01.14 at 9:43

    ไปสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ เมือหลายปีก่อน หนังสือส่วนใหญ่มีราคาค่อนข้างสูงก็เลยเดินไปดูหนังสือที่กองเป็นภูเขาเล็ก ราคาเล่มละ20บาท ไปเจอหนังสือเก่าๆเล่มเล็กๆมีรอยยับย่นอยู่หลายแผ่น เจอความสุขของกะทิ สังเกตการณ์อยู่พักใหญ่ไม่มีใครหยิบเลย ไม่มีความน่าสนใจ…สงสารนักเขียนที่เขียนหนังสือเป็นอาชีพแต่ต้นทุนทางสังคมน้อย …ความสุขของกะทิกับความจริงของสังคมไทย…เรื่องราวของคนมีอันจะกินมีความพร้อมไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน
    ความสุขของกะทิ…เรื่องราวที่ถูกนำมาสร้างภาพยนตร์ เมื่อเทียบกับหนังสือเล่มอื่นๆที่ได้รับรางวัลซีไรท์แล้วมันช่างเห็นความแตกต่างทางสังคมจริงๆ…ทุกอย่างมันถูกวางไว้หมดแล้ว…ถ้านักเขียนที่มีต้นทุนทางสังคมต่ำยังกล้าอยู่ใช่ใหม…

  • …..ม่ายบอก 2009.01.17 at 18:01

    คนที่เล่นเรื่องความสุขของกะทิอ่ะรู้จักคนชื่อ ฟลุ๊คป่าว วัชรพงศ์ อ่ะ

  • เด็กเรียนอ่ะคร้า 2009.05.30 at 12:18

    อ่านแล้วมีความสุขปายพร้อมกับกะทิเล้ยยยย [stunned]

  • เด็กปัว1/8 2009.06.09 at 19:58

    อ่านจบแล้ว ทั้ง2เล่ม สนุกมาก
    ชอบที่ว่า ใช้ภาษางดงามและทำให้คล้อยตามไป

Comments are closed.