moving at the speed of life, we are bound to collide with each other.

ความจริงดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ปีก่อน แต่ดูไม่จบ ดูไปได้แต่ 15 นาที แล้วก็เก็บขึ้นหิ้งไป
เมื่อวานเกิดรู้สึกอยากดูให้จบ เลยหยิบมาดูใหม่ตั้งแต่ต้น

crash เปิดฉากเริ่มต้นด้วยภาพอุบัติเหตุรถชนในคืนหนึ่ง โดยพื้นที่บริเวณนั้น คุณนักสืบก็ได้พบรองเท้าข้างหนึ่งตกอยู่ และเขาก็ได้พบกับ… ภาพตัดย้อนอดีตไปสู่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อวันก่อน

crash บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตหลากเผ่าพันธุ์ในเมือง los angeles ที่ เหตุการณ์เกี่ยวกับรถ นำพาให้พวกเขาต้องมาเกี่ยวข้องกัน หนังแสดงให้เห็นถึงความจริงในโลก ว่าการตัดสินคนจากพฤติกรรม หรือลักษณะภายนอก อย่างสีผิวหรือเชื้อชาติ จากการที่เราเพียงได้มอง หรือสัมผัส คนที่ไม่รู้จัก มนุษย์ก็สามารถลงข้อสรุปจากการประมวลผล ของเรื่องที่เคยได้ยิน ข่าวที่เคยเห็น นำมาใช้ตัดสินคนอื่นได้ และบางครั้งก็นำไปสู่การกระทำที่ผิดพลาด จนไม่สามารถแก้ไขได้

ตัวละครในเรื่องมีเยอะมาก แต่ผู้กำกับและผู้เขียนบทอย่าง paul haggis ก็สามารถแจกบทให้ทุกคนอย่างไม่รู้สึกว่าขาด หรือเกินแต่อย่างใด บทและการตัดต่อลงตัวมาก ทุกอย่างลื่นไหลไปพร้อมกับความขัดแย้งในจิตใจ

★★★★★ การแสดง (acting)
★★★★★ นักแสดง (actors/casting)
★★★★☆ เนื้อเรื่อง (story)
★★★★☆ ดนตรีประกอบ (music/sound effect)
★★★★☆ การถ่ายทำ (direction/composition)
★★★★½ ความชอบโดยรวม (overall)

movie: crash | director: paul haggis | release: 2004

2008.03.21