รัฐประหาร wysiwyg

รัฐประหาร wysiwyg

150 150 *pradt

อยากตอบ โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ หยิบมาจาก จิตร์ทัศน์ blog (via mk) … ซัดกันหลายทอดวุ้ย [hihi]

เรารู้สึกอึกอัดมากที่มีโจรใส่สูตรหน้าตาดีเข้ามาหยิบข้าวของในบ้านเราไป วันละนิดวันหล่ะหน่อย
พูดกันดีๆก็ไม่ยอมไป อ้างอย่างเดียวว่า ก็เราเปิดให้เขาเข้ามาเองนี่

อดรนทนไม่ไหว ก็ตะโกนเรียกยามหมู่บ้านให้เข้ามาช่วย ที่ผ่านมาก็ไม่เข้ามาช่วยสักที วันหนึ่งยามเหล่านั้น ก็เข้ามาในจังหวะที่ เจ้าโจรนั้นเผลอเพราะ ออกไปซื้อของนอกบ้าน ทีนี้ยามเขาบอกว่า ช่วงนี้ชุลมุนนิดหน่อยนะ ต้องจับเรามัดแล้วปิดปากไว้ก่อน และที่สำคัญต้องแก้ผ้าด้วย … เดี๋ยว “จัดให้ครับผม”

ยังไม่ทันได้ตัดสินใจอะไร เพราะตอนนั้นมันมืดแล้ว มารู้ตัวอีกทีโจรมันก็เผ่นไปแล้ว ก็เลยเหลือยามนั่งอยู่ในบ้านเรา ขณะที่เราเปลือยเปล่าและถูกจับมัดเอาไว้ทั้งมือและปาก

ยามบอกว่า ตอนนี้เหตุการณ์นั่งไม่สงบครับ ต้องขอเวลาสักสองอาทิตย์ก่อน หลังจากนั้นจะมีคนที่ไม่มีอาวุธมาเฝ้าบ้านให้ รับรองว่าเป็นคนดีแน่นอนครับ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เดี๋ยวโจรมันจะพาพวกกลับเข้ามานะ แล้วหลังจากนั้นสักปีนึง ผมจะแก้มัดแล้วคืนบ้านให้แล้วกันนะครับผม ส่วนของที่เจ้าโจรนั้นเอาไป เดี๋ยวผมจะเอาคืนมาให้นะ

ร่างกายของเราเปล่าเปลือย เราพูดอะไรไม่ได้ บางคนอาจรู้สึกอุ่นใจ ที่ได้อยู่ภายใต้ความดูแลของยาม เพราะเรารู้สึกว่ายามเป็น “มืออาชีพ” ในการเข้ามาคุ้มครองเรา
แต่เราก็รู้ตลอด ว่าเราชอบให้ยามเข้ามาคุ้มครองเรา “ชั่วคราว” … ไม่ชอบให้ “ค้างคืน”

บางคนเชื่อว่าการอยู่ใต้ความคุ้มครองของยามนั้นก็มิได้เลวร้ายอะไร เพราะกฏหมายทุกอย่างก็ทำงานเหมือนเดิม ยกเว้นแต่รัฐธรรมนูญ เท่านั้นเองที่ไม่ทำงาน เราอยากได้อะไรเราก็ร้องอู๊ดๆ เดี๋ยวยามก็ “จัดให้ครับผม” เราจึงเป็นเสมือน subject of the benevolent state มากกว่า citizen under democratic regime เพราะที่ผ่านมา เราคนหลายคน อาจจะบอกว่า เราก็ไม่มีอำนาจพอๆกันนั่นแหละ มีคนคุ้มครองตัวเราซะยังจะดีกว่า เพราะเราก็คุ้มครองตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว

อ่านแล้วรื่นรมย์ดีแฮะ… [hihi]

14 comments
  • spread เด็กแนว ดอท โออาร์จี [lol][lol][lol]

  • ปกติไม่ชอบยามที่หน้าหมู่บ้านอยู่แล้ว [eyeclose]

    วัน ๆ ก็ไม่เห็นทำอะไร -_-

  • อ่านแล้วโดนในมากเลยอ่ะ … ชอบ’จารย์พิชญ์ ตั้งแต่ aday weekly แล้ว[twisted]

  • ข้อแรก ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รณรงค์หรือเรียกร้องอย่างเป็นเรื่องเป็นราวให้ทหารยึดอำนาจค่ะ

    ข้อสอง การหยิบยื่นให้ หรือการยึดอำนาจ หรือการใดก็ตามที่อ้างเจตนารมณ์ในเบื้องต้นว่าทำเพื่อความสงบของชาติ ไม่ได้แปลว่าผู้กระทำตีค่าพลเมืองต่ำ (หรือเจ้าของบ้านที่บทความเปรียบเปรย)

    ข้อสาม การใดก็ตามที่เจ้าของบทความเปรียบเปรย ไม่ได้หมายความว่า กระทำเพราะเห็นว่าพลเมืองไร้ความสามารถที่จะทำให้จุดมุ่งหมายทางการเมืองบรรลุ

    ข้อสี่ ความสัมพันธ์ระหว่างพลเมืองกับทหาร หรือเจ้าของบ้านกันยามที่เจ้าของบทความเปรียบเปรย ไม่เหมือนกัน

    ข้อห้า ประชาชนพลเมืองคือเจ้าของพลังอำนาจอธิปไตยที่ทรงพลังที่สุด และเป็นหัวใจสำคัญ ถึงแม้ว่าบทสรุปทหารจะยุติหรือสานต่อบทบาทในอนาคตอย่างไรก็ตาม

    ข้อหก การที่พลเมืองยอมรับการรัฐประหาร ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะตกอยู่ภายใต้อำนาจโดยดุษฎี ปณิธานของประชาธิปไตยยังคงอยู่ และจะแสดงออกมาได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่เจ้าของบ้านที่ถูกยามยึดบ้านอย่างที่บทความเปรียบเปรย

    ข้อสุดท้าย บทความนี้ค่อนข่างแสดงให้เห็นถึงอาการคะนองปาก(กา) และขาดความรอบคอบยั้งคิดของเจ้าของบทความค่ะ

  • ผมคิดว่าคุณ 31st น่าจะไปตอบที่ blog ของ คุณ จิตร์ทัศน์ มากกว่านะครับ เจ้าของบทความเขาจะได้รับรู้… เพราะที่ผม quote มา มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของบทความ ของ อ.พิชญ์ เท่านั้นเองครับ

  • 31 สิงหา.. แรงไปป่าวพี่ คิดมากน่า จานพิดแกก็สนุก ขำๆ อย่างนี้นี่แหละ แค่เปรียบเปรย อย่าไปว่าถึงคะนองปาก(กา)เลย แกไม่ได้เขียนในราดชะกิดจานุเบกสาซะหน่อย.. น่อ

  • ที่ 31 น่อ ไม่ใช่ 31 สิงหา..

  • ก็ดูเป็นความคะนองปาก ที่ทำให้เราอ่านแล้วไม่เครียดดีนะครับ

    แต่ 31st ว่ามา ผมก็เห็นด้วยนะ เพียงแต่คนเขียนเขาคงไม่ได้กะจะจริงจังอะไรขนาดนั้นอะครับ

  • อืมม์ ผมว่าคุณ 31st มองอารายๆแข็งเป๊กไปหน่อยป่าวครับ อีตาจานพิษแกก็ใช้อุปมาอย่างที่เห็นๆกันนั่นแหละ แต่ปัญหาของอุปมาทุกคู่อยู่ที่มันไม่เคยแทนกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ แค่แทนให้เห็นภาพก็เก่งแล้ว

    อีกอย่างหนึ่ง เบื้องลึกเบื้องลับซับซ้อน งานนี้ มีเต็มไปหมด พูดไม่ออกบอกไม่ได้ครับ แต่รู้อยู่เต็มหู ผมว่าๆดูๆกันไปก่อนดีกว่านะครับ

    absolute power corrupts;
    absolute secret power corrupts absolutely.

    มะด้ายว่าใครนะคร้าบ แค่ quote มาจากหนังสือต้องห้ามเล่มหนึ่งเท่านั้นเอง หุหุ :D

  • อ่าน comment เว็บประชาไท
    แล้วรู้สึกตัวเองเป็นไอ้บ้าที่สมควรโดนประณามยังไงไม่รู้

  • ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้คิดว่าบทความชิ้นนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงนะคะ โดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้าย จะเห็นว่าเจ้าของบทความมีเจตนาเสียดสี วิพากษ์สัมคมการเมืองอย่างตั้งใจมากกว่า จึงเห็นว่า ณ เวลานี้สถานการณ์ต่างๆยังไม่นิ่ง สามารถผลิกไปทางดีหรือทางเลวร้ายก็ได้ ถึงแม้โดยรวมหลายๆคนจะวางใจได้บ้างแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันปฏิสัมพันธ์ระหว่างพลเรือน และทหารในขณะนี้มีแง่มุมที่น่าสน การเปรียบเปรยของบทความนี้ (เท่าที่คุณเจ้าของบล็อกนำมาให้อ่าน) ค่อนข้างจะเกินเลยไปสักหน่อย

    ถ้าหากต้องการเสพความคิดทางการเมือง ซึ่งต่อต้านหรือไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ความคิดที่เข้าถึงรอบด้าน ที่ได้รับการยอมรับ และมีศักยภาพในการวิพากษ์สังคมการเมืองอย่างแท้จริง แนะนำให้ศึกษาจากคุณใจ อึ๊งภากรณ์ ค่ะ หลายคนคงจะทราบแล้วว่าคุณใจ และกลุ่ม 19 กันยาฯ ได้แสดงตนไม่เห็นด้วยต่อการรัฐประหาร (ซึ่งแสดงได้อย่างค่อนข้างเสรี ไม่มีการข่มขู่จับกุมจาก คปค. แต่อย่างใด) แนวคิดของคุณใจน่าสนใจมากค่ะ ส่วนหนึ่งน่าจะมากจากการที่คุณพ่อคือ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มีประสบการณ์ ถูกกระทำจากรัฐบาลทหาร จนต้องจากบ้านเกิดอย่างถาวร เจตนารมณ์และวุฒิภาวะทางการเมืองของคุณใจ จึงน่าจะเข้มข้นมากๆเลยที่เดียว

    แล้วจะเห็นความแตกต่างค่ะ

    ขณะที่การเปรียบเปรยอุปมาอุปไมยของบทความ ผู้เขียนก็พอจะเข้าใจอยู่ค่ะ แต่ที่บอกว่ามันไม่เหมือนกัน ก็เพราะบทความนี้ใช้บริบทของเจ้าของบ้าน/ยาม ไปจับบริบทพลเมือง/ทหาร ซึ่งกว้างขวาง และซับซ้อนกว่ามากนัก รายละเอียดหลายๆจุด เมื่อได้อ่านแล้วมันก็ต้องเหลื่อมล้ำกันอย่างช่วยไม่ได้

    อย่างไรก็ตามก็ต้องขออภัย ถ้าความคิดของผู้เขียนทำให้ใครต้องหงุดหงิดใจนะคะ เข้าใจดีว่าที่นี่ไม่ใช่บอร์ดสาธารณะค่ะ และไม่คิดว่าความคิดของตัวเองจะดีกว่าของใคร ถ้าหากเจ้าของบล็อก ไม่ต้องการความเห็นแบบนี้ก็ขอให้บอกมาได้เลยค่ะ ^_^

  • ผมคิดว่าความเห็นของคุณ 31st น่าสนใจนะครับ แต่ก็อย่างที่ผมกล่าวไปแล้วว่า มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทความเต็มๆ (ซึ่งยาวมาก) ซึ่งถ้าคุณ 31st อ่านบทความทั้งหมดแล้ว ก็น่าจะไปร่วมแสดงความเห็นที่ บล็อกของเจ้าของบทความ หรือที่ «เว็บประชาไท» ด้วยนะครับ :D :D

  • Aragorn ผู้อ่อนโยน 2006.09.26 at 13:33

    ……………………

  • บก.ลายจุด 2006.09.29 at 15:44

    แวะมาอ่านครับ เรื่องอ่านน่าสนใจดี

Comments are closed.