อยากตอบ โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ หยิบมาจาก จิตร์ทัศน์ blog (via mk) … ซัดกันหลายทอดวุ้ย [hihi]

เรารู้สึกอึกอัดมากที่มีโจรใส่สูตรหน้าตาดีเข้ามาหยิบข้าวของในบ้านเราไป วันละนิดวันหล่ะหน่อย
พูดกันดีๆก็ไม่ยอมไป อ้างอย่างเดียวว่า ก็เราเปิดให้เขาเข้ามาเองนี่

อดรนทนไม่ไหว ก็ตะโกนเรียกยามหมู่บ้านให้เข้ามาช่วย ที่ผ่านมาก็ไม่เข้ามาช่วยสักที วันหนึ่งยามเหล่านั้น ก็เข้ามาในจังหวะที่ เจ้าโจรนั้นเผลอเพราะ ออกไปซื้อของนอกบ้าน ทีนี้ยามเขาบอกว่า ช่วงนี้ชุลมุนนิดหน่อยนะ ต้องจับเรามัดแล้วปิดปากไว้ก่อน และที่สำคัญต้องแก้ผ้าด้วย … เดี๋ยว “จัดให้ครับผม”

ยังไม่ทันได้ตัดสินใจอะไร เพราะตอนนั้นมันมืดแล้ว มารู้ตัวอีกทีโจรมันก็เผ่นไปแล้ว ก็เลยเหลือยามนั่งอยู่ในบ้านเรา ขณะที่เราเปลือยเปล่าและถูกจับมัดเอาไว้ทั้งมือและปาก

ยามบอกว่า ตอนนี้เหตุการณ์นั่งไม่สงบครับ ต้องขอเวลาสักสองอาทิตย์ก่อน หลังจากนั้นจะมีคนที่ไม่มีอาวุธมาเฝ้าบ้านให้ รับรองว่าเป็นคนดีแน่นอนครับ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เดี๋ยวโจรมันจะพาพวกกลับเข้ามานะ แล้วหลังจากนั้นสักปีนึง ผมจะแก้มัดแล้วคืนบ้านให้แล้วกันนะครับผม ส่วนของที่เจ้าโจรนั้นเอาไป เดี๋ยวผมจะเอาคืนมาให้นะ

ร่างกายของเราเปล่าเปลือย เราพูดอะไรไม่ได้ บางคนอาจรู้สึกอุ่นใจ ที่ได้อยู่ภายใต้ความดูแลของยาม เพราะเรารู้สึกว่ายามเป็น “มืออาชีพ” ในการเข้ามาคุ้มครองเรา
แต่เราก็รู้ตลอด ว่าเราชอบให้ยามเข้ามาคุ้มครองเรา “ชั่วคราว” … ไม่ชอบให้ “ค้างคืน”

บางคนเชื่อว่าการอยู่ใต้ความคุ้มครองของยามนั้นก็มิได้เลวร้ายอะไร เพราะกฏหมายทุกอย่างก็ทำงานเหมือนเดิม ยกเว้นแต่รัฐธรรมนูญ เท่านั้นเองที่ไม่ทำงาน เราอยากได้อะไรเราก็ร้องอู๊ดๆ เดี๋ยวยามก็ “จัดให้ครับผม” เราจึงเป็นเสมือน subject of the benevolent state มากกว่า citizen under democratic regime เพราะที่ผ่านมา เราคนหลายคน อาจจะบอกว่า เราก็ไม่มีอำนาจพอๆกันนั่นแหละ มีคนคุ้มครองตัวเราซะยังจะดีกว่า เพราะเราก็คุ้มครองตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว

อ่านแล้วรื่นรมย์ดีแฮะ… [hihi]

2006.09.24