<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>*pradt &#187; watch</title>
	<atom:link href="http://pradt.net/category/watch/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://pradt.net</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 01:54:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>The Voice (season 2): Blind Audition pt.1</title>
		<link>http://pradt.net/the-voice-s2-blind-audition-pt1</link>
		<comments>http://pradt.net/the-voice-s2-blind-audition-pt1#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 16:00:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>
		<category><![CDATA[the voice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2613</guid>
		<description><![CDATA[&#160; Yes, The Voice has returned for the second season. And like the first season, the show is featuring four voice coaches; Christina Aguilera, Cee Lo Green, Adam Levine, and Blake Shelton. The best part of the show is Blind Audition which the coaches will not be able to see the face of the contestants, [...]


related : <ol><li><a href='http://pradt.net/the-voice-final' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Voice: Final'>The Voice: Final</a></li><li><a href='http://pradt.net/the-voice-live-round-pt3' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Voice: Live Round pt.3'>The Voice: Live Round pt.3</a></li><li><a href='http://pradt.net/the-voice-live-round-pt2' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Voice: Live Round pt.2'>The Voice: Live Round pt.2</a></li></ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;<br />
Yes, The Voice has returned for the second season. And like the first season, the show is featuring four voice coaches; Christina Aguilera, Cee Lo Green, Adam Levine, and Blake Shelton.</p>
<p><a href="http://pradt.net/the-voice-s2-blind-audition-pt1" title="click to watch video"><img src="http://pradt.net/media/video/thevoice02a1.jpg" alt="preview image"/></a></p>
<p>The best part of the show is Blind Audition which the coaches will not be able to see the face of the contestants, they can only listen to contestant&#8217;s voice and decide whether they want that particular voice on their team. </p>
<p><a href="http://pradt.net/the-voice-s2-blind-audition-pt1" title="click to watch video"><img src="http://pradt.net/media/video/thevoice02a2.jpg" alt="preview image"/></a></p>
<p>If there is more than one coach pushed the button, the contestant will then be able to choose which coach he or she wants to be with. The winner will get 100,000 USD and a record deal.</p>
<p><a href="http://pradt.net/the-voice-s2-blind-audition-pt1" title="click to watch video"><img src="http://pradt.net/media/video/thevoice02a3.jpg" alt="preview image"/></a></p>
<p>Let&#8217;s see if the show gets interesting after Blind Audition this time.</p>


<p>related : <ol><li><a href='http://pradt.net/the-voice-final' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Voice: Final'>The Voice: Final</a></li><li><a href='http://pradt.net/the-voice-live-round-pt3' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Voice: Live Round pt.3'>The Voice: Live Round pt.3</a></li><li><a href='http://pradt.net/the-voice-live-round-pt2' rel='bookmark' title='Permanent Link: The Voice: Live Round pt.2'>The Voice: Live Round pt.2</a></li></ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/the-voice-s2-blind-audition-pt1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>十三人の刺客</title>
		<link>http://pradt.net/jusannin-no-shikaku</link>
		<comments>http://pradt.net/jusannin-no-shikaku#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 16:00:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2612</guid>
		<description><![CDATA[十三人の刺客 &#124; 三池崇史 (2010) ภาพยนตร์ย้อนยุคฉบับรีเมคจากภาพยนตร์ขาวดำปี 1963 ขื่อเดียวกัน ว่าด้วยยุคมืดของซามูไรในช่วงปี 1840 ในประเทศญี่ปุ่น มีผู้ปกครองนามว่า 松平斉承 (Matsudaira Naritsugu) ที่ผู้คนต่างหวาดกลัว เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายของโชกุนองค์ก่อน และเป็นน้องชายของโชกุนองค์ปัจจุบัน เขาจึงมีอำนาจเหนือทุกสิ่งรวมทั้งกฏหมาย ฆ่าคนและข่มขืนผู้หญิงตามที่ใจต้องการโดยไม่สนใจผู้ใด และไม่มีใครกล้าขัด คนที่ขวางก็ต้องตายเท่านั้น เพื่อหยุดยั้งกลียุคที่อาจจะมาถึง หลังจากที่ 松平斉承 มีอำนาจทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ชินซาเอม่อน จึงได้ว่าจ้างซามูไร 11 คน รวมทั้งหลานชายของเขาเองเป็น 12 คน วางแผนการเพื่อลอบฆ่า นาริทสึกุ ระหว่างการเดินทาง เป็นการต่อสู้ระหว่างซามูไร 12 คนกับ ซามูไรฝ่ายตรงข้าม 70 คน ผลงานการกำกับของ 三池崇史 (Miike Takashi) ที่มีชื่อเสียงจากความรุนแรงสั่นประสาท จากภาพยนตร์หลายเรื่องของเขา อาทิ 殺し屋１ (Ichi the Killer), 着信アリ (One Missed [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-jusanninnoshikaku.jpg width=549 height=460 border=0 title="Incendies"></p>
<p><font color =#666666><b>十三人の刺客</b></font> | 三池崇史 (2010) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><br />
ภาพยนตร์ย้อนยุคฉบับรีเมคจากภาพยนตร์ขาวดำปี 1963 ขื่อเดียวกัน ว่าด้วยยุคมืดของซามูไรในช่วงปี 1840 ในประเทศญี่ปุ่น มีผู้ปกครองนามว่า 松平斉承 (Matsudaira Naritsugu) ที่ผู้คนต่างหวาดกลัว เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายของโชกุนองค์ก่อน และเป็นน้องชายของโชกุนองค์ปัจจุบัน เขาจึงมีอำนาจเหนือทุกสิ่งรวมทั้งกฏหมาย ฆ่าคนและข่มขืนผู้หญิงตามที่ใจต้องการโดยไม่สนใจผู้ใด และไม่มีใครกล้าขัด คนที่ขวางก็ต้องตายเท่านั้น</p>
<p>เพื่อหยุดยั้งกลียุคที่อาจจะมาถึง หลังจากที่ 松平斉承 มีอำนาจทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ชินซาเอม่อน จึงได้ว่าจ้างซามูไร 11 คน รวมทั้งหลานชายของเขาเองเป็น 12 คน วางแผนการเพื่อลอบฆ่า นาริทสึกุ ระหว่างการเดินทาง เป็นการต่อสู้ระหว่างซามูไร 12 คนกับ ซามูไรฝ่ายตรงข้าม 70 คน</p>
<p>ผลงานการกำกับของ 三池崇史 (Miike Takashi) ที่มีชื่อเสียงจากความรุนแรงสั่นประสาท จากภาพยนตร์หลายเรื่องของเขา อาทิ 殺し屋１ (Ichi the Killer), 着信アリ (One Missed Call) และละครเวที 座頭市 (Zatoichi) แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เต็มไปด้วยฉากฟาดฟันอย่างไม่ยั้ง การกำกับภาพแบบโบราณในฉากเนิบนาบ รวมกับเทคนิคสมัยใหม่ในฉากแอคชั่น ทำให้ตัวภาพยนตร์มีพลังดึงดูดและน่าติดตามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเรื่องดำเนินไปถึงจุดไคลแม็กซ์ในฉากต่อสู้ที่ยาวต่อเนื่องเกือบ 40 นาที! สมควรแก่การขึ้นหิ้งเป็นภาพยนตร์คลาสสิคโดยพลัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/jusannin-no-shikaku/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Homeland</title>
		<link>http://pradt.net/homeland</link>
		<comments>http://pradt.net/homeland#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2012 16:00:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>
		<category><![CDATA[homeland]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2611</guid>
		<description><![CDATA[Homeland (season 1) ซีรีส์ drama thriller ดัดแปลงจากซีรีส์อิสราเอลเรื่อง Hatufim ผลงานของ Gideon Raff โดยเรื่องจะเริ่มจาก Carrie เจ้าหน้าที่ CIA พยายามเข้าไปหาข่าวในคุกของ Afghanistan โดยขัดคำสั่งหัวหน้าของเธอ และก่อนเธอจะถูกจับได้ เธอก็ได้รับข้อมูลสุดท้ายว่า POW (Prisoner of War) หรือเชลยศึกอเมริกันคนหนึ่งได้ย้ายข้างแล้ว ซึ่งในตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่าข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างไร 10 เดือนต่อมา Carrie กลายเป็นเจ้าหน้าที่ในออฟฟิศ อันเป็นผลจากการที่เธอขัดคำสั่งก่อนหน้านี้ วันหนึ่งเธอถูกเรียกไป debrief เรื่องที่กลุ่มทหารอเมริกันบุกทำลายรังของผู้ก่อการร้ายใน Afghanistan และพบคนอเมริกันถูกจับขังไว้ในห้องลับ เขาคือ Nicholas Brody ที่ถูกจับตัวไปเมื่อ 8 ปีก่อน และเชื่อว่าได้ตายไปแล้ว ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงเรื่องราวเมื่อ 10 เดือนก่อน เธอจึงไปเล่าเรื่องให้ Saul ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วย แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ เนื่องจาก Carrie ไม่มีหลักฐาน เป็นซีรีส์ที่สร้างโดย Howard Gordon [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/photo/homeland1.jpg width=549 height=400 border=0></p>
<p><font color =#666666><b>Homeland</b></font> (season 1) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ซีรีส์ drama thriller ดัดแปลงจากซีรีส์อิสราเอลเรื่อง Hatufim ผลงานของ Gideon Raff โดยเรื่องจะเริ่มจาก Carrie เจ้าหน้าที่ CIA พยายามเข้าไปหาข่าวในคุกของ Afghanistan โดยขัดคำสั่งหัวหน้าของเธอ และก่อนเธอจะถูกจับได้ เธอก็ได้รับข้อมูลสุดท้ายว่า POW (Prisoner of War) หรือเชลยศึกอเมริกันคนหนึ่งได้ย้ายข้างแล้ว ซึ่งในตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่าข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างไร</p>
<p>10 เดือนต่อมา Carrie กลายเป็นเจ้าหน้าที่ในออฟฟิศ อันเป็นผลจากการที่เธอขัดคำสั่งก่อนหน้านี้ วันหนึ่งเธอถูกเรียกไป debrief เรื่องที่กลุ่มทหารอเมริกันบุกทำลายรังของผู้ก่อการร้ายใน Afghanistan และพบคนอเมริกันถูกจับขังไว้ในห้องลับ เขาคือ Nicholas Brody ที่ถูกจับตัวไปเมื่อ 8 ปีก่อน และเชื่อว่าได้ตายไปแล้ว ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงเรื่องราวเมื่อ 10 เดือนก่อน เธอจึงไปเล่าเรื่องให้ Saul ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วย แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ เนื่องจาก Carrie ไม่มีหลักฐาน</p>
<p>เป็นซีรีส์ที่สร้างโดย Howard Gordon และ Alex Gansa ซึ่ง Howard Gordon เป็นหนึ่งในผู้สร้างซีรีส์ดังอย่าง 24 ทำให้ Homeland มีอารมณ์คล้ายกัน (แต่ไม่มีพระเอกเก่งเทพแบบ Jack Bauer) การเดินเรื่องทำได้ออกมาอย่างน่าติดตาม ความสนุกอยู่ที่เนื้อเรื่องที่พลิกผันไปมาจนยากจะเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และใครคือคนร้ายตัวจริง</p>
<p>Claire Danes แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก<br />
Morena Baccarin สวยมาก (Anna จากซีรีส์ V)<br />
ซีซั่นหนึ่ง มี 12 ตอน เป็นซีรีส์ดูจบแล้วอยากดูต่อทันที!<br />
สมกับที่ได้ Golden Globe Award for Best Television Series ในสาขา Drama</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/homeland/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>La piel que habito</title>
		<link>http://pradt.net/la-piel-que-habito</link>
		<comments>http://pradt.net/la-piel-que-habito#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 16:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2610</guid>
		<description><![CDATA[La piel que habito &#124; Pedro Almodóvar (2011) ภาพยนตร์ thriller จาก Spain ดัดแปลงจากนิยายฝรั่งเศสชื่อ Mygale ผลงานของ Thierry Jonquet ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1995 ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องของศัลยแพทย์ที่เก่งการชื่อ Robert Ledgard เขากำลังทำวิจัยพัฒนาผิวหนังขนิดใหม่ที่ทนทานกว่าผิวหนังมนุษย์ธรรมดา ผิวชนิดนี้มีลักษณะเหมือนผิวมนุษย์ทุกประการ แต่ผิวนี้คงทนกว่า และไม่ไหม้ไฟ เขาทุ่มเทกับการวิจัยนี้หลังจากที่ภรรยาของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไฟคลอกจนเสียโฉม เขาประสบความสำเร็จในการทำผิวหนังจากการตัดต่อพันธุกรรมของหมูเข้ากับมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อห้ามของการทดลอง และเขาก็ได้ทำการทำลองกับมนุษย์ในห้องทดลองที่บ้านของเขาเองโดยที่ไม่มีใครรู้ แต่จุดสำคัญของเรื่องอยู่ที่ผู้หญืงที่เขากำลังทดลองอยู่ชื่อ Vera และความลับในอดีตที่ซับซ้อนเกินคาดเดา ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน เป็นภาพยนตร์หลอนเขย่าประสาทที่ยอดเยี่ยมในรอบหลายปีเลยทีเดียว สำหรับภาพยนตร์เรื่อง La piel que habito ใช้การเล่าเรื่องในปัจจุบัน ให้ผู้ชมคาดเดาไปต่างๆ ก่อนจะเปิดเผยเรื่องราวทีละนิด ผ่านการเล่าเรื่องในอดีต ย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นอันน่าสะพรึงกลัว ก่อนจะดำเนินไปยังจุดจบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-lapielquehabito.jpg width=549 height=460 border=0 title="Incendies"></p>
<p><font color =#666666><b>La piel que habito</b></font> | Pedro Almodóvar (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์ thriller จาก Spain ดัดแปลงจากนิยายฝรั่งเศสชื่อ Mygale ผลงานของ Thierry Jonquet ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1995 ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องของศัลยแพทย์ที่เก่งการชื่อ Robert Ledgard เขากำลังทำวิจัยพัฒนาผิวหนังขนิดใหม่ที่ทนทานกว่าผิวหนังมนุษย์ธรรมดา ผิวชนิดนี้มีลักษณะเหมือนผิวมนุษย์ทุกประการ แต่ผิวนี้คงทนกว่า และไม่ไหม้ไฟ เขาทุ่มเทกับการวิจัยนี้หลังจากที่ภรรยาของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไฟคลอกจนเสียโฉม</p>
<p>เขาประสบความสำเร็จในการทำผิวหนังจากการตัดต่อพันธุกรรมของหมูเข้ากับมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อห้ามของการทดลอง และเขาก็ได้ทำการทำลองกับมนุษย์ในห้องทดลองที่บ้านของเขาเองโดยที่ไม่มีใครรู้ แต่จุดสำคัญของเรื่องอยู่ที่ผู้หญืงที่เขากำลังทดลองอยู่ชื่อ Vera และความลับในอดีตที่ซับซ้อนเกินคาดเดา ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน</p>
<p>เป็นภาพยนตร์หลอนเขย่าประสาทที่ยอดเยี่ยมในรอบหลายปีเลยทีเดียว สำหรับภาพยนตร์เรื่อง La piel que habito ใช้การเล่าเรื่องในปัจจุบัน ให้ผู้ชมคาดเดาไปต่างๆ ก่อนจะเปิดเผยเรื่องราวทีละนิด ผ่านการเล่าเรื่องในอดีต ย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นอันน่าสะพรึงกลัว ก่อนจะดำเนินไปยังจุดจบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/la-piel-que-habito/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Incendies</title>
		<link>http://pradt.net/incendies</link>
		<comments>http://pradt.net/incendies#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 16:00:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2619</guid>
		<description><![CDATA[Incendies &#124; Denis Villeneuve (2010) ภาพยนตร์จากประเทศ Canada ดัดแปลงจากละครเวทีชื่อเดียวกันผลงานของ Wajdi Mouawad ว่าด้วยเรื่องราวของ สองพี่น้องฝาแฝดชาวแคนาดา ที่ต้องออกเดินตามรอยอดีตของ Nawal Marwan แม่ของพวกเขาไปถึงประเทศตะวันออกกลาง หลังจากที่แม่เขาเสียชีวิตลง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ต้องค้นหาตัวพี่ชายและพ่อของพวกเขา เพื่อมอบจดหมายที่เธอเขียนไว้ให้ ตัวภาพยนตร์จะเล่าเรื่องปัจจุบันของการเดินทางหาอดีตของแม่ สลับกับภาพในอดีตที่ลูกๆ ของ Nawal ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งแม้ว่าเรื่องในอดีตอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการไปขุดคุ้ย แต่ Nawal Marwan ต้องการให้ลูกของเธอที่รู้ถึงความจริงอันเจ็บปวดและน่าสะพรึงกลัว การเล่าเรื่อง บท และการตัดต่อ ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการแสดงของ Lubna Azabal นั้นสุดยอดมาก เป็นภาพยนตร์ที่ดูจบแล้วแต่ยังคงทิ้งเรื่องราวไว้ในห้วงความคิดของผู้ชม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-incendies.jpg width=549 height=460 border=0 title="Incendies"></p>
<p><font color =#666666><b>Incendies</b></font> | Denis Villeneuve (2010) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ภาพยนตร์จากประเทศ Canada ดัดแปลงจากละครเวทีชื่อเดียวกันผลงานของ Wajdi Mouawad ว่าด้วยเรื่องราวของ สองพี่น้องฝาแฝดชาวแคนาดา ที่ต้องออกเดินตามรอยอดีตของ Nawal Marwan แม่ของพวกเขาไปถึงประเทศตะวันออกกลาง หลังจากที่แม่เขาเสียชีวิตลง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ต้องค้นหาตัวพี่ชายและพ่อของพวกเขา เพื่อมอบจดหมายที่เธอเขียนไว้ให้</p>
<p>ตัวภาพยนตร์จะเล่าเรื่องปัจจุบันของการเดินทางหาอดีตของแม่ สลับกับภาพในอดีตที่ลูกๆ ของ Nawal ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งแม้ว่าเรื่องในอดีตอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการไปขุดคุ้ย แต่ Nawal Marwan ต้องการให้ลูกของเธอที่รู้ถึงความจริงอันเจ็บปวดและน่าสะพรึงกลัว </p>
<p>การเล่าเรื่อง บท และการตัดต่อ ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการแสดงของ Lubna Azabal นั้นสุดยอดมาก เป็นภาพยนตร์ที่ดูจบแล้วแต่ยังคงทิ้งเรื่องราวไว้ในห้วงความคิดของผู้ชม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/incendies/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pina</title>
		<link>http://pradt.net/pina</link>
		<comments>http://pradt.net/pina#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 16:00:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2608</guid>
		<description><![CDATA[Pina &#124; Wim Wenders (2011) Sensational. Exquisite. Spectacular! เดิมทีผู้กำกับ Wim Wenders ตั้งใจทำให้เป็นสารคดีของ Pina Bausch นักเต้น / นักออกแบบท่าเต้น / ครูสอนเต้น ชาวเยอรมันที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ผสมผสานการเคลื่อนไหว เข้ากับท่วงทำนองดนตรี สิ่งรอบด้าน และนักแสดงคนอื่น ในรูปแบบที่เรียกว่า Tanztheater (Dance Theatre) เธอเป็นหนึ่งในผู้นำและอิทธิพลอย่างสูงในโลกของ Modern Dance ตั้งแต่ช่วงปี 1970 แต่ทว่า Pina เสียชีวิตจากมะเร็งเพียง 2 วันก่อนเวลาเปิดกล้อง ขณะอายุได้ 68 ปี ทำให้ Wim Wenders คิดจะยกเลิกการถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ แต่นักเต้นคนอื่นขอร้องให้เขาทำสารคดีเรื่องนี้ โดยเปลี่ยนจากการเล่าประวัติของ Pina เป็นการพูดถึงตัว Pina การเต้นรำ และอิทธิพลของเธอที่มีต่อนักเต้น แม้ว่าในภาพยนตร์จะมีภาพของ Pina Bausch [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-pina.jpg width=549 height=460 border=0 title="Pina"></p>
<p><font color =#666666><b>Pina</b></font> | Wim Wenders (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><br />
Sensational. Exquisite. Spectacular!</p>
<p>เดิมทีผู้กำกับ Wim Wenders ตั้งใจทำให้เป็นสารคดีของ Pina Bausch นักเต้น / นักออกแบบท่าเต้น / ครูสอนเต้น ชาวเยอรมันที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ผสมผสานการเคลื่อนไหว เข้ากับท่วงทำนองดนตรี สิ่งรอบด้าน และนักแสดงคนอื่น ในรูปแบบที่เรียกว่า Tanztheater (Dance Theatre) เธอเป็นหนึ่งในผู้นำและอิทธิพลอย่างสูงในโลกของ Modern Dance ตั้งแต่ช่วงปี 1970</p>
<p>แต่ทว่า Pina เสียชีวิตจากมะเร็งเพียง 2 วันก่อนเวลาเปิดกล้อง ขณะอายุได้ 68 ปี ทำให้ Wim Wenders คิดจะยกเลิกการถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ แต่นักเต้นคนอื่นขอร้องให้เขาทำสารคดีเรื่องนี้ โดยเปลี่ยนจากการเล่าประวัติของ Pina เป็นการพูดถึงตัว Pina การเต้นรำ และอิทธิพลของเธอที่มีต่อนักเต้น</p>
<p>แม้ว่าในภาพยนตร์จะมีภาพของ Pina Bausch น้อยมาก แต่เหล่านักเต้นก็นำเสนองานเต้นที่เป็นผลงานเด่นของเธอ ในรูปแบบของ Tanztheater คือ Le sacre du printemps, Café Mueller, Kontakthof และ Vollmond</p>
<p>เป็นงานภาพยนตร์กึ่งสารคดีแนวเต้นรำที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก งานที่ออกแบบโดย Pina Bausch รวมถึงเหล่านักเต้นและบทเพลงที่เลือกมาใช้ ทำออกมาได้ดึงดูดและทรงพลังอย่างมหัศจรรย์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/pina/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Moneyball</title>
		<link>http://pradt.net/moneyball</link>
		<comments>http://pradt.net/moneyball#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 16:16:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2607</guid>
		<description><![CDATA[Moneyball &#124; Bennett Miller (2011) ภาพยตร์ Drama ดัดแปลงจากหนังสือ Moneyball: The Art of Winning an Unfair Game ของ Michael Lewis ตีพิมพ์ในปี 2003 ว่าด้วยเรื่องราวของทีมเบสบอลอาชีพ Oakland Athletics และผู้จัดการทีม Billy Beane หลังจากที่ทีม Oakland Athletics พ่ายแพ้ให้กับ New York Yankees ในปี 2001 ผู้จัดการทีม Billy อดีตนักเบสบอลใน Major League ก็ต้องเตรียมรับมือกับการสูญเสียนักเล่นในทีมไปถึง 3 คน ทำให้เขาต้องคิดแผนการที่จะสร้างทีมที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด จึงไม่สามารถไปทุ่มแย่งซื้อตัวนักเล่นฝีมือดี เหมือนกับทีมดังที่มีเงินหนาคอยสนับสนุน ระหว่างที่ Billy เดินทางไปพบกับทีม Cleveland Indians เขาก็ได้พบกับหนุ่มเพิ่งจบมาจาก Yale [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-moneyball.jpg width=549 height=460 border=0 title="Moneyball"></p>
<p><font color =#666666><b>Moneyball</b></font> | Bennett Miller (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ภาพยตร์ Drama ดัดแปลงจากหนังสือ Moneyball: The Art of Winning an Unfair Game ของ Michael Lewis ตีพิมพ์ในปี 2003 ว่าด้วยเรื่องราวของทีมเบสบอลอาชีพ Oakland Athletics และผู้จัดการทีม Billy Beane </p>
<p>หลังจากที่ทีม Oakland Athletics พ่ายแพ้ให้กับ New York Yankees ในปี 2001 ผู้จัดการทีม Billy อดีตนักเบสบอลใน Major League ก็ต้องเตรียมรับมือกับการสูญเสียนักเล่นในทีมไปถึง 3 คน ทำให้เขาต้องคิดแผนการที่จะสร้างทีมที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด จึงไม่สามารถไปทุ่มแย่งซื้อตัวนักเล่นฝีมือดี เหมือนกับทีมดังที่มีเงินหนาคอยสนับสนุน</p>
<p>ระหว่างที่ Billy เดินทางไปพบกับทีม Cleveland Indians เขาก็ได้พบกับหนุ่มเพิ่งจบมาจาก Yale นามว่า Peter Brand ซึ่งให้ไอเดียกับเขาในการค้นหาตัวนักเล่น ที่มีประโยชน์กับทีม ด้วยตัวเลขเชิงสถิติที่จะสามารถใช้ผู้เล่นที่ทีมอื่นอาจมองข้ามไป Billy มองเห็นความเป็นไปได้ จึงจ้าง Peter มาเป็นผู้ช่วย</p>
<p>เป็นภาพยนตร์กีฬาในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ค่อยจะมีให้เห็น มันไม่ใช่เรื่องของ โค้ชกับทีม แต่มันเป็นเรื่องอีกระดับของการจัดการทีม การดึงตัวนักเล่น การค้นหาตัวผู้เล่นที่มีคุณสมบัติทางสถิติที่เหมาะกับตำแหน่งในทีม บทและการเดินเรื่องทำออกมาได้อย่างน่าติดตามอย่างมาก ทีมนักแสดงก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/moneyball/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>À bout portant</title>
		<link>http://pradt.net/a-bout-portant</link>
		<comments>http://pradt.net/a-bout-portant#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 16:00:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2606</guid>
		<description><![CDATA[À bout portant &#124; Fred Cavayé (2010) ภาพยนต์ Action Thriller จากฝรั่งเศส เรื่องราวของบุรุษพยาบาล Samuel ที่บังเอิญไปช่วยผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกลอบฆ่า หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุโดนรถมอเตอร์ไซด์ชนและถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยยังไม่มีใครทราบว่าเป็นใครมาจากไหน หลังจากให้ปากคำตำรวจ เขาก็กลับบ้านและโดนทำร้ายจนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็ได้รับโทรศัพท์ให้ช่วยนำผู้ชายคนที่เพิ่งจะถูกลอบฆ่าออกมาจากโรงพยาบาล โดยมีชีวิตภรรยาของเขาเป็นข้อแลกเปลี่ยน ระหว่างนั้นทางตำรวจก็ตรวจสอบพบว่า ชายปริศนาแท้จริงแล้วเป็นอาชญากรที่ถูกประกาศจับ และอาจจะมีส่วนพัวพันกับการตายของเศรษฐีคนหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น จึงส่งกำลังไปที่โรงพยาบาล Samuel จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตภรรยาเขา ด้วยการพาคนร้ายหลบหนี แม้ว่ามันจะทำให้เขาติดร่างแหโดนประกาศจับไปด้วย เป็นภาพยนตร์ที่สนุกตื่นเต้นมาก ด้วยพล็อตเรื่องที่พลิกผันไปมา ว่าใครเป็นคนร้ายกันแน่ และแผนการทั้งหมดคืออะไร ฉากไล่ล่าจากอพาร์ตเมนต์ไปจนถึงสถานีรถไฟใต้ดิน ทำออกมาได้ลุ้นระทึกไปทุกวินาทีเลยทีเดียว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-aboutportant.jpg width=549 height=460 border=0 title="À bout portant"></p>
<p><font color =#666666><b>À bout portant</b></font> | Fred Cavayé (2010) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ภาพยนต์ Action Thriller จากฝรั่งเศส เรื่องราวของบุรุษพยาบาล Samuel ที่บังเอิญไปช่วยผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกลอบฆ่า หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุโดนรถมอเตอร์ไซด์ชนและถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยยังไม่มีใครทราบว่าเป็นใครมาจากไหน หลังจากให้ปากคำตำรวจ เขาก็กลับบ้านและโดนทำร้ายจนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็ได้รับโทรศัพท์ให้ช่วยนำผู้ชายคนที่เพิ่งจะถูกลอบฆ่าออกมาจากโรงพยาบาล โดยมีชีวิตภรรยาของเขาเป็นข้อแลกเปลี่ยน</p>
<p>ระหว่างนั้นทางตำรวจก็ตรวจสอบพบว่า ชายปริศนาแท้จริงแล้วเป็นอาชญากรที่ถูกประกาศจับ และอาจจะมีส่วนพัวพันกับการตายของเศรษฐีคนหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น จึงส่งกำลังไปที่โรงพยาบาล Samuel จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตภรรยาเขา ด้วยการพาคนร้ายหลบหนี แม้ว่ามันจะทำให้เขาติดร่างแหโดนประกาศจับไปด้วย</p>
<p>เป็นภาพยนตร์ที่สนุกตื่นเต้นมาก ด้วยพล็อตเรื่องที่พลิกผันไปมา ว่าใครเป็นคนร้ายกันแน่ และแผนการทั้งหมดคืออะไร ฉากไล่ล่าจากอพาร์ตเมนต์ไปจนถึงสถานีรถไฟใต้ดิน ทำออกมาได้ลุ้นระทึกไปทุกวินาทีเลยทีเดียว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/a-bout-portant/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Another Earth</title>
		<link>http://pradt.net/another-earth</link>
		<comments>http://pradt.net/another-earth#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 16:00:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2605</guid>
		<description><![CDATA[Another Earth &#124; Mike Cahill (2011) ภาพยนตร์แนว Fantasy Drama เรื่องราวชองเด็กสาว Rhoda Williams ที่เพิ่งจะได้คำตอบรับเข้าศึกษาที่ MIT (Massachusetts Institute of Technology) และไปเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ ดื่มเหล้าเต้นรำ และในระหว่างทางที่เธอขับรถกลับบ้าน เธอก็ได้ยินข่าวการพบโลกอีกใบหนึ่งทางวิทยุ ที่อยู่ใกล้มากจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เธอจึงเปิดหน้าต่างรถและเงยหน้ามองทองฟ้าขณะกำลังขับรถ ทำให้รถของเธอพุ่งเข้าชนรถอีกคันที่กำลังจอดรอสัญญาณไฟอยู่ที่สี่แยก เป็นเหตุให้คนขับรถบาดเจ็บสาหัส และผู้โดยสารในรถคือภรรยาและลูก เสียชีวิตทันที ชีวิตของ Rhoda ก็พลิกผันทันทีนับจากจุดนั้น เธอต้องรับโทษจำคุก 4 ปี และเนื่องจากเธอยังเป็นเยาวชน ข้อมูลของเธอจึงไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน หลังจาก 4 ปีผ่านไป Rhoda ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนสันโดษ ตัดขาดตัวเองจากคนอื่น เธอเฝ้าคิดถึงแต่เหตุการณ์ในคืนนั้น และในเวลาต่อมาเธอก็ได้รู้เรื่องของ Earth 2 (เป็นชื่อที่ตั้งให้กับอีกโลกอีกใบ) ที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นเหมือนโลกคู่ขนานของโลกนี้ เขื่อกันว่าเป็นโลกที่มีทุกอย่างเหมือนกับโลกนี้ และมีตัวคุณอีกคนหนึ่งอยู่บนนั้นที่อาจจะมีชีวิตที่ดีกว่า มีความสุขกว่าตัวคุณในปัจจุบัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-anotherearth.jpg width=549 height=460 border=0 title="Another Earth"></p>
<p><font color =#666666><b>Another Earth</b></font> | Mike Cahill (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์แนว Fantasy Drama เรื่องราวชองเด็กสาว Rhoda Williams ที่เพิ่งจะได้คำตอบรับเข้าศึกษาที่ MIT (Massachusetts Institute of Technology) และไปเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ ดื่มเหล้าเต้นรำ และในระหว่างทางที่เธอขับรถกลับบ้าน เธอก็ได้ยินข่าวการพบโลกอีกใบหนึ่งทางวิทยุ ที่อยู่ใกล้มากจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เธอจึงเปิดหน้าต่างรถและเงยหน้ามองทองฟ้าขณะกำลังขับรถ ทำให้รถของเธอพุ่งเข้าชนรถอีกคันที่กำลังจอดรอสัญญาณไฟอยู่ที่สี่แยก เป็นเหตุให้คนขับรถบาดเจ็บสาหัส และผู้โดยสารในรถคือภรรยาและลูก เสียชีวิตทันที</p>
<p>ชีวิตของ Rhoda ก็พลิกผันทันทีนับจากจุดนั้น เธอต้องรับโทษจำคุก 4 ปี และเนื่องจากเธอยังเป็นเยาวชน ข้อมูลของเธอจึงไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน หลังจาก 4 ปีผ่านไป Rhoda ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนสันโดษ ตัดขาดตัวเองจากคนอื่น เธอเฝ้าคิดถึงแต่เหตุการณ์ในคืนนั้น และในเวลาต่อมาเธอก็ได้รู้เรื่องของ Earth 2 (เป็นชื่อที่ตั้งให้กับอีกโลกอีกใบ) ที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นเหมือนโลกคู่ขนานของโลกนี้ เขื่อกันว่าเป็นโลกที่มีทุกอย่างเหมือนกับโลกนี้ และมีตัวคุณอีกคนหนึ่งอยู่บนนั้นที่อาจจะมีชีวิตที่ดีกว่า มีความสุขกว่าตัวคุณในปัจจุบัน </p>
<p>ตัวภาพยนตร์วางบทได้น่าสนใจ องค์ประกอบภาพสวยมาก เพลงประกอบก็เข้ากัน ส่วนที่ชอบมากคือตอนจบของเรื่อง &#8230;อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนังสำหรับทุกคนที่ชอบภาพยนตร์แนว Sci-Fi</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/another-earth/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Win Win</title>
		<link>http://pradt.net/win-win</link>
		<comments>http://pradt.net/win-win#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Jan 2012 16:00:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2604</guid>
		<description><![CDATA[Win Win &#124; Thomas McCarthy (2011) ภาพยนตร์ Drama Comedy ว่าด้วยเรื่องราวของ Mike ทนายความในสำนักงานเล็กๆ ที่ในตอนเย็นก็รับเป็นโค้ชสอนมวยปล้ำให้กับทีมโรงเรียน New Providence ที่ไม่เคยชนะในลีคไหนเลย ระหว่างนั้นครอบครังของ Mike ที่มีภรรยาและลูกอีกสองคนกำลังโต ก็มีปัญหาเรื่องเงินเล็กน้อย เขาตัดสินใจเป็น Guardian (ผู้ดูแล) ให้กับลูกความคนหนึ่งของเขา เพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่งที่เขาจะได้ทุกเดือนระหว่างที่เขาเป็นผู้ดูแล และเขาคิดว่าเขาคงไม่มีเวลาไปดูแลลูกความของเขาที่บ้าน เขาจึงทำเรื่องขอย้ายลูกความของเขาให้ไปอยู่บ้านพักคนชราซะ เรื่องเกิดซับซ้อนขึ้นเมื่อหลานชายที่ชื่อ Kyle ของลูกความเขา หนีออกจากบ้านและมาโผล่ที่หน้าบ้านของลูกความ ทำให้ Mike จึงต้องพาไปหาลูกความ และให้พักอยู่ในบ้านกับครอบครัวของเขาชั่วคราวไปก่อน ในตอนแรกครอบครัวของ Mike ก็ลังเลที่จะช่วยเหลือให้ที่พักพิงกับเด็กวัยรุ่นที่ไม่รู้จัก แต่พอได้รู้เรื่องราวของครัวครัวของ Kyle พวกเขาก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อีกทั้ง Kyle ก็มีอดีตที่ไม่ธรรมดา บทเขียนออกมาได้ลงตัวมาก ส่วนผสมระหว่าง drama และ feel good movie ที่มีความเป็นมนุษย์อย่างมาก นักแสดงทุกคนแสดงได้อย่างสมจริง ตัวละครดูมีมิติ คือมีทั้งความดีและความไม่ดีอยู่ในแต่ละคน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-winwin.jpg width=549 height=460 border=0 title="Win Win"></p>
<p><font color =#666666><b>Win Win</b></font> | Thomas McCarthy (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ภาพยนตร์ Drama Comedy ว่าด้วยเรื่องราวของ Mike ทนายความในสำนักงานเล็กๆ ที่ในตอนเย็นก็รับเป็นโค้ชสอนมวยปล้ำให้กับทีมโรงเรียน New Providence ที่ไม่เคยชนะในลีคไหนเลย ระหว่างนั้นครอบครังของ Mike ที่มีภรรยาและลูกอีกสองคนกำลังโต ก็มีปัญหาเรื่องเงินเล็กน้อย เขาตัดสินใจเป็น Guardian (ผู้ดูแล) ให้กับลูกความคนหนึ่งของเขา เพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่งที่เขาจะได้ทุกเดือนระหว่างที่เขาเป็นผู้ดูแล และเขาคิดว่าเขาคงไม่มีเวลาไปดูแลลูกความของเขาที่บ้าน เขาจึงทำเรื่องขอย้ายลูกความของเขาให้ไปอยู่บ้านพักคนชราซะ</p>
<p>เรื่องเกิดซับซ้อนขึ้นเมื่อหลานชายที่ชื่อ Kyle ของลูกความเขา หนีออกจากบ้านและมาโผล่ที่หน้าบ้านของลูกความ ทำให้ Mike จึงต้องพาไปหาลูกความ และให้พักอยู่ในบ้านกับครอบครัวของเขาชั่วคราวไปก่อน ในตอนแรกครอบครัวของ Mike ก็ลังเลที่จะช่วยเหลือให้ที่พักพิงกับเด็กวัยรุ่นที่ไม่รู้จัก แต่พอได้รู้เรื่องราวของครัวครัวของ Kyle พวกเขาก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อีกทั้ง Kyle ก็มีอดีตที่ไม่ธรรมดา</p>
<p>บทเขียนออกมาได้ลงตัวมาก ส่วนผสมระหว่าง drama และ feel good movie ที่มีความเป็นมนุษย์อย่างมาก นักแสดงทุกคนแสดงได้อย่างสมจริง ตัวละครดูมีมิติ คือมีทั้งความดีและความไม่ดีอยู่ในแต่ละคน เป็นเรื่องของความผิดพลาดที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน พวกเขาต้องการเพียงการยอมรับและโอกาสใหม่อีกสักครั้ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/win-win/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Tucker &amp; Dale vs Evil</title>
		<link>http://pradt.net/tucker-dale-vs-evil</link>
		<comments>http://pradt.net/tucker-dale-vs-evil#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Jan 2012 16:00:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2603</guid>
		<description><![CDATA[Tucker &#038; Dale vs Evil &#124; Eli Craig (2010) ภาพยนตร์ Horror Comedy ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก (ที่ไม่ใช่หนังตลกไร้สาระ หรือเป็น parody ที่ล้อเลียนหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆ) เนื้อเรื่องหลักก็จะคล้ายกับ Slasher film ทั่วไปคือมีกลุ่มนักศึกษาชายหญิงรวมตัวไปเที่ยวกันในป่าที่ห่างไกลผู้คน และในป่านี้ก็มีเรื่องเล่าของฆาตรกรคู่หนึ่งที่ไล่ฆ่ากลุ่มวัยรุ่นเมื่อ 20 ก่อนในป่าแห่งนี้ และยังไม่มีใครจับได้ Tucker และ Dale เพื่อนสนิทสองคน เพิ่งจะซื้อบ้านตากอากาศของพวกเขาได้ และกำลังเดินทางไปบ้านพักซึ่งโทรมมาก ระหว่างทางก็ได้เจอกับกลุ่มนักศึกษา และทำให้พวกเขาหนีเตลิดไปเนื่องจากรูปร่างและหนวดเคราเฟิ้มของ Dale สร้างความหวาดกลัวให้กับพวกผู้หญิง พวกกลุ่มวัยรุ่นตั้งแค้มป์และออกไปว่ายน้ำกันตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ Tucker และ Dale ออกไปตกปลาพอดี และได้ช่วยผู้หญิงคนหนึ่งจากการจมน้ำขึ้นมาบนเรือของพวกเขา กลุ่มวัยรุ่นเห็นพวก Dale ลากเพื่อนของตัวเองขึ้นเรือตอนกลางคืน ก็เข้าใจผิดคิดว่าพวก Tucker กับ Dale เป็นฆาตรกรโรคจิต จึงวางแผนเพื่อลุยเข้าไปช่วยเพื่อน แต่ด้วยจังหวะและความผิดพลาด กลายเป็นว่าคนที่จะเข้าไปช่วยตายเสียเอง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่เหลือยิ่งปักใจว่ามันเป็นฝีมือของพวก Dale [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-tuckerdalevsevil.jpg width=549 height=460 border=0 title="Tucker &#038; Dale vs Evil"></p>
<p><font color =#666666><b>Tucker &#038; Dale vs Evil</b></font> | Eli Craig (2010) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์ Horror Comedy ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก (ที่ไม่ใช่หนังตลกไร้สาระ หรือเป็น parody ที่ล้อเลียนหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆ) เนื้อเรื่องหลักก็จะคล้ายกับ Slasher film ทั่วไปคือมีกลุ่มนักศึกษาชายหญิงรวมตัวไปเที่ยวกันในป่าที่ห่างไกลผู้คน และในป่านี้ก็มีเรื่องเล่าของฆาตรกรคู่หนึ่งที่ไล่ฆ่ากลุ่มวัยรุ่นเมื่อ 20 ก่อนในป่าแห่งนี้ และยังไม่มีใครจับได้</p>
<p>Tucker และ Dale เพื่อนสนิทสองคน เพิ่งจะซื้อบ้านตากอากาศของพวกเขาได้ และกำลังเดินทางไปบ้านพักซึ่งโทรมมาก ระหว่างทางก็ได้เจอกับกลุ่มนักศึกษา และทำให้พวกเขาหนีเตลิดไปเนื่องจากรูปร่างและหนวดเคราเฟิ้มของ Dale สร้างความหวาดกลัวให้กับพวกผู้หญิง</p>
<p>พวกกลุ่มวัยรุ่นตั้งแค้มป์และออกไปว่ายน้ำกันตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ Tucker และ Dale ออกไปตกปลาพอดี และได้ช่วยผู้หญิงคนหนึ่งจากการจมน้ำขึ้นมาบนเรือของพวกเขา กลุ่มวัยรุ่นเห็นพวก Dale ลากเพื่อนของตัวเองขึ้นเรือตอนกลางคืน ก็เข้าใจผิดคิดว่าพวก Tucker กับ Dale เป็นฆาตรกรโรคจิต จึงวางแผนเพื่อลุยเข้าไปช่วยเพื่อน แต่ด้วยจังหวะและความผิดพลาด กลายเป็นว่าคนที่จะเข้าไปช่วยตายเสียเอง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่เหลือยิ่งปักใจว่ามันเป็นฝีมือของพวก Dale ส่วนพวก Dale ก็คิดว่ากลุ่มวัยรุ่นพวกนี้เป็นพวกคัลท์ที่วางแผนกันมาฆ่าตัวตายในป่า เรื่องราวก็ยิ่งเลยเถิดไปกันใหญ่</p>
<p>เป็นภาพยนตร์ Horror จาก Canada ที่บันเทิง Comedy มาก ทั้งที่ความตายไม่ใช่เรื่องตลกแต่อย่างใด มันมีทั้งความสยอง ความสนุก ความตื่นเต้น ความฮา ความโรแมนคิต ความรัก เลือดสาดซ่านกระเซ็น ผสมรวมกันอย่างลงตัว &#8230;คุณคนเขียนบทก็สามารถคิดทำไปได้นะ! (ผู้กำกับก็ร่วมเขียนบทด้วย และก็เป็นการกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของเขา)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/tucker-dale-vs-evil/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Cave of Forgotten Dreams</title>
		<link>http://pradt.net/cave-of-forgotten-dreams</link>
		<comments>http://pradt.net/cave-of-forgotten-dreams#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 16:00:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2602</guid>
		<description><![CDATA[Cave of Forgotten Dreams &#124; Werner Herzog (2010) สารคดีเกี่ยวกับถ้ำชื่อ Chauvet-Pont-d&#8217;Arc ที่ถูกค้นพบในปี 1994 ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โดย Eliette Brunel-Deschamps, Christian Hillaire, และ Jean-Marie Chauvet หลังจากที่เกิดรอยเลื่อนที่เปิดเผยทางเข้าสู่ถ้ำที่ถูกปิดมานานกว่า 25,000 ปี สิ่งที่น่าสนใจคืองานศิลปะที่ถูกวาดลงบนผนังของถ้ำ Chauvet เป็นฝีมือมนุษย์วาดขึ้นเมื่อกว่า 30,000 ปีก่อน นับเป็นงานวาดที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยถูกค้นพบบนโลกนี้ ภาพที่ถูกต้นพบในถ้ำเป็นภาพของสัตว์ต่างๆ มากกว่า 100 ภาพ รวมไปถึงสัตว์ที่ไม่เคยเห็นจากในยุด Ice Age อื่นๆ ที่เคยถูกค้นพบมาก่อน และยังพบรอยเท้ารอยพิมพ์มือที่เชื่อว่าอาจจะเป็นของคนที่วาดภาพอีกด้วย ถ้ำนี้ถูกปิดไว้โดยทางการของฝรั่งเศสด้วยประตูที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปทำลายอากาศภายในถ้ำ และไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าไปชม จนกระทั่งผู้กำกับ Werner Herzog ได้รับอนุญาตพิเศษให้เข้าไปถ่ายทำในถ้ำได้ โดยต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด ทุกคนต้องสวมชุดพิเศษและห้ามสัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งของถ้ำอย่างเด็ดขาด แม้แต่พื้นของถ้ำก็ลงไปเดินเหยียบไม่ได้ ต้องเดินบนทางเดินที่สร้างขึ้นพิเศษที่วางอยู่เหนือพื้นถ้ำ มีความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร นอกจากนี้ในส่วนลึกของถ้ำยังเต็มไปด้วย radon [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-caveofforgottendreams.jpg width=549 height=460 border=0 title="Cave of Forgotten Dreams"></p>
<p><font color =#666666><b>Cave of Forgotten Dreams</b></font> | Werner Herzog (2010) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
สารคดีเกี่ยวกับถ้ำชื่อ Chauvet-Pont-d&#8217;Arc ที่ถูกค้นพบในปี 1994 ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โดย Eliette Brunel-Deschamps, Christian Hillaire, และ Jean-Marie Chauvet หลังจากที่เกิดรอยเลื่อนที่เปิดเผยทางเข้าสู่ถ้ำที่ถูกปิดมานานกว่า 25,000 ปี </p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคืองานศิลปะที่ถูกวาดลงบนผนังของถ้ำ Chauvet เป็นฝีมือมนุษย์วาดขึ้นเมื่อกว่า 30,000 ปีก่อน นับเป็นงานวาดที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยถูกค้นพบบนโลกนี้ ภาพที่ถูกต้นพบในถ้ำเป็นภาพของสัตว์ต่างๆ มากกว่า 100 ภาพ รวมไปถึงสัตว์ที่ไม่เคยเห็นจากในยุด Ice Age อื่นๆ ที่เคยถูกค้นพบมาก่อน และยังพบรอยเท้ารอยพิมพ์มือที่เชื่อว่าอาจจะเป็นของคนที่วาดภาพอีกด้วย</p>
<p>ถ้ำนี้ถูกปิดไว้โดยทางการของฝรั่งเศสด้วยประตูที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปทำลายอากาศภายในถ้ำ และไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าไปชม จนกระทั่งผู้กำกับ Werner Herzog ได้รับอนุญาตพิเศษให้เข้าไปถ่ายทำในถ้ำได้ โดยต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด  ทุกคนต้องสวมชุดพิเศษและห้ามสัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งของถ้ำอย่างเด็ดขาด แม้แต่พื้นของถ้ำก็ลงไปเดินเหยียบไม่ได้ ต้องเดินบนทางเดินที่สร้างขึ้นพิเศษที่วางอยู่เหนือพื้นถ้ำ มีความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร นอกจากนี้ในส่วนลึกของถ้ำยังเต็มไปด้วย radon และ carbon dioxide ซึ่งทำให้คนที่เข้าไปสำรวจถ้ำจะอยู่ในถ้ำได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงในหนึ่งวันเท่านั้น</p>
<p>นอกจากความหัศจรรย์ของถ้ำแล้ว ภาพที่ถูกค้นพบยังมีการตรวจพบว่ามีภาพวาดสองชุดบนผนังถ้ำ ที่ถูกวาดขึ้นห่างกันเป็นเวลากว่า 5,000 ปี ภาพวาดมีการใช้ความโค้งที่ไม่ราบเรียบของผนังถ้ำ สร้างลักษณะพิเศษขึ้นมา และยังมีการพบภาพที่มีลักษณะของสัตว์ที่กำลังเคลื่อนไหว</p>
<p>ระหว่างที่เรื่องราวในถ้ำดำเนินไป ก็จะมีคั่นด้วยสัมภาษณ์ของนักวิขาการต่างๆ เพื่อให้ผู้ขมได้ความรู้เกี่ยวกับถ้ำมากขึ้นด้วย สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือเทคนิคการวาดภาพในยุคนั้น คนวาดต้องใช้คบเพลิงเป็นแหล่งให้แสงระหว่างที่ทำการวาดภาพด้วยถ่านหรือหิน เชื่อกันว่าแสงไฟที่เคลื่อนไหวไปมาตามธรรมชาติ จะทำให้ภาพบนผนังมีลักษณะเคลื่อนไหวได้เหมือนภาพอนิเมชั่น</p>
<p>Chauvet-Pont-d&#8217;Arc จะปิดและไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมตลอดไป แต่เหมือนจะมีโครงการสร้างถ้ำจำลอง ขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงแทน ด้วยเทคนิค digital mapping จะทำให้สามารถสร้างถ้ำที่มีลักษณะเหมือนกันกับต้นฉบับ ทั้งพื้นผิวและภาพวาดต่างๆ ภาพในถ้ำ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/cave-of-forgotten-dreams/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>جدایی نادر از سیمین</title>
		<link>http://pradt.net/jodaie-nader-az-simin</link>
		<comments>http://pradt.net/jodaie-nader-az-simin#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 16:00:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2601</guid>
		<description><![CDATA[جدایی نادر از سیمین &#124; Asghar Farhadi (2011) Separation of Nader from Simin หรือชื่อภาษาอังกฤษ A Separation เป็นภาพยนตร์ดราม่าทริลเลอร์จากอิหร่าน เรื่องราวของคู่สามีภรรยา Nader และ Simin ที่กำลังจะแยกทางกัน หลังจากอยู่ด้วยกันมาถึง 14 ปีและมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนอายุ 11 ปี เนื่องจาก Simin ต้องการจะออกจากประเทศนี้พร้อมกับครอบครัว เธอไม่อยากให้ลูกสาวของเธอต้องเติบโตในสภาวะแวดล้อมแบบนี้ แต่ Nader ไม่ต้องการย้าย เขาเป็นห่วงพ่อของเขาที่เป็นโรค Alzheimer อยู่ เมื่อตกลงกันไม่ได้ Simin ก็ขอฟ้องหย่า และในระหว่างนั้นเธอก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านแม่ของเธอ หลังจากที่ Simin ย้ายออกไป ที่บ้านก็ไม่มีคนช่วยดูแลพ่อของ Nader ทำให้เขาต้องจ้างแม่บ้านมาทำงาน ทำความสะอาด ดูแลพ่อของเขา ในช่วงกลางวันที่เขาไม่อยู่บ้าน และปัญหาต่างๆ ก็เริ่มถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และทวีความน่ากลัวขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นดราม่าที่ผูกเรื่องที่ดูเหมือนจะธรรมดาทั่วๆ ไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-jodaienaderazsimin.jpg width=549 height=460 border=0 title="جدایی نادر از سیمین"></p>
<p><font color =#666666><b>جدایی نادر از سیمین</b></font> | Asghar Farhadi (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><br />
Separation of Nader from Simin หรือชื่อภาษาอังกฤษ A Separation เป็นภาพยนตร์ดราม่าทริลเลอร์จากอิหร่าน เรื่องราวของคู่สามีภรรยา Nader และ Simin ที่กำลังจะแยกทางกัน หลังจากอยู่ด้วยกันมาถึง 14 ปีและมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนอายุ 11 ปี เนื่องจาก Simin ต้องการจะออกจากประเทศนี้พร้อมกับครอบครัว เธอไม่อยากให้ลูกสาวของเธอต้องเติบโตในสภาวะแวดล้อมแบบนี้ แต่ Nader ไม่ต้องการย้าย เขาเป็นห่วงพ่อของเขาที่เป็นโรค Alzheimer อยู่ เมื่อตกลงกันไม่ได้ Simin ก็ขอฟ้องหย่า และในระหว่างนั้นเธอก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านแม่ของเธอ</p>
<p>หลังจากที่ Simin ย้ายออกไป ที่บ้านก็ไม่มีคนช่วยดูแลพ่อของ Nader ทำให้เขาต้องจ้างแม่บ้านมาทำงาน ทำความสะอาด ดูแลพ่อของเขา ในช่วงกลางวันที่เขาไม่อยู่บ้าน และปัญหาต่างๆ ก็เริ่มถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และทวีความน่ากลัวขึ้นไปเรื่อยๆ</p>
<p>เป็นดราม่าที่ผูกเรื่องที่ดูเหมือนจะธรรมดาทั่วๆ ไป ให้กลายเป็นทริลเลอร์ได้อย่างน่าทึ่งมาก ดึงดูดผู้ชมเข้าสู่เข้าไปอีกโลกหนึ่งได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเขียนบทที่แยบยล ดูเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ทำให้ผู้ชมรู้สึกลุ้นไปกับตัวละครแต่ละตัว ระหว่างที่เนื้อเรื่องดำเนินไปสู่จุดไคลแมกซ์ ที่เปิดเผยเรื่องราวความจริงทั้งหมด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/jodaie-nader-az-simin/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Ides of March</title>
		<link>http://pradt.net/the-ides-of-march</link>
		<comments>http://pradt.net/the-ides-of-march#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Jan 2012 16:00:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2600</guid>
		<description><![CDATA[The Ides of March &#124; George Clooney (2011) ภาพยนตร์การเมือง ดัดแปลงจากละครเรื่อง Farragut North ในปี 2008 ผลงานของ Beau Willimon ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องเบื้องหลังการทำงานของกลุ่มผู้วางกลยุทธทางการเมืองให้กับ Mike Morris ช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง การดีเบทฟาดฟันระหว่าง Mike Morris และ Ted Pullman เพื่อตำแหน่งที่นำไปสู่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา Stephen Meyers ได้รับจากติดต่อจาก Tom Duffy เสนาธิการของฝ่ายตรงข้าม ให้ไปพบอย่างลับๆ เขาจึงพยายามติดต่อกับ Paul หัวหน้าของเขาแต่ติดต่อไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจไปพบกับ Tom ด้วยตนเอง ซึ่ง Tom เสนอตำแหน่งให้เขาย้ายไปเล่นอีกข้าง แน่นอนว่า Stephen ปฏิเสธ แต่ทว่าการที่เขาตัดสินใจมาพบฝ่ายตรงข้าม ก็เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์แลัว ในเกมการเมืองที่สามารถพลิกกลับไปมาได้อย่างคาดไม่ถึง ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับตามองเพื่อมาใข้ประโยขน์กับตนเอง เป็นภาพยนตร์ Political Thriller ที่สนุกมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-theidesofmarch.jpg width=549 height=460 border=0 title="The Ides of March"></p>
<p><font color =#666666><b>The Ides of March</b></font> | George Clooney (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์การเมือง ดัดแปลงจากละครเรื่อง Farragut North ในปี 2008 ผลงานของ Beau Willimon ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องเบื้องหลังการทำงานของกลุ่มผู้วางกลยุทธทางการเมืองให้กับ Mike Morris ช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง การดีเบทฟาดฟันระหว่าง Mike Morris และ Ted Pullman เพื่อตำแหน่งที่นำไปสู่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา</p>
<p>Stephen Meyers ได้รับจากติดต่อจาก Tom Duffy เสนาธิการของฝ่ายตรงข้าม ให้ไปพบอย่างลับๆ เขาจึงพยายามติดต่อกับ Paul หัวหน้าของเขาแต่ติดต่อไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจไปพบกับ Tom ด้วยตนเอง ซึ่ง Tom เสนอตำแหน่งให้เขาย้ายไปเล่นอีกข้าง แน่นอนว่า Stephen ปฏิเสธ แต่ทว่าการที่เขาตัดสินใจมาพบฝ่ายตรงข้าม ก็เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์แลัว ในเกมการเมืองที่สามารถพลิกกลับไปมาได้อย่างคาดไม่ถึง ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับตามองเพื่อมาใข้ประโยขน์กับตนเอง </p>
<p>เป็นภาพยนตร์ Political Thriller ที่สนุกมาก ดาราเก่งๆ มาชนกันทั้ง Ryan Gosling, George Clooney, Paul Giamatti, และที่แสดงได้เยี่ยมมากๆ คือ Philip Seymour Hoffman </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/the-ides-of-march/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Crazy Stupid Love</title>
		<link>http://pradt.net/crazy-stupid-love</link>
		<comments>http://pradt.net/crazy-stupid-love#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2012 16:00:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2599</guid>
		<description><![CDATA[Crazy Stupid Love &#124; Glenn Ficarra &#038; John Requa (2011) ภาพยนตร์โรแมนติคคอมิดี้ดราม่า เริ่มด้วยเรื่องของ Cal Weaver ที่เจอเซอไพรซ์จากภรรยาที่อยู่กินกันมาหลายสิบปีขอหย่าหลังอาหารเย็น โดยเธอสารภาพว่าแอบมีอะไรกับเพื่อนร่วมงาน ทำให้ Cal ต้องย้ายออกจากบ้านไปอยู่อพาร์ตเม้น จากนั้นทุกคืนเขาก็จะไปนั่งที่บาร์พร่ำพรรณนาถึงเรื่องราวของภรรยา จนเพลย์บอย Jacob ที่ออกหาเหยื่อทุกคืน ทนพฤติกรรมไม่ไหว มอบขอเสนอว่าเขาจะช่วยเปลี่ยนแปลง Cal ให้เป็นคนใหม่ สอนวิธีการจีบหญิง เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเพลย์บอย และแม้ว่าหลังจากนั้น Cal จะสามารถล่อลวงหญิงได้หลายต่อหลายคน แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะลืมภรรยาคนแรกและคนเดียวของเขาได้เลย เรื่องราวยิ่งวุ่นวายหลังจากที่ Cal และ Emily ภรรยาของเขาไปงานวันผู้ปกครองที่โรงเรียน และปรากฏว่าครูประจำชั้นของลูกเขา คือหนึ่งในผู้หญิงที่เขาเคยมีอะไรด้วย หลังจากที่พบกันในบาร์และไม่เคยติดต่อกลับไปอีกเลย เป็นภายพนตร์ที่สนุกและตลกมาก ดูเพลินจริง ผูกเรื่องได้ดีทีเดียว แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เดาทางได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก แต่ทีมนักแสดงทุกคนก็แสดงได้สมบทบาท โดยเฉพาะ Ryan Gosling และ Emma Stone]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-crazystupidlove.jpg width=549 height=460 border=0 title="Crazy Stupid Love"></p>
<p><font color =#666666><b>Crazy Stupid Love</b></font> | Glenn Ficarra &#038; John Requa (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์โรแมนติคคอมิดี้ดราม่า เริ่มด้วยเรื่องของ Cal Weaver ที่เจอเซอไพรซ์จากภรรยาที่อยู่กินกันมาหลายสิบปีขอหย่าหลังอาหารเย็น โดยเธอสารภาพว่าแอบมีอะไรกับเพื่อนร่วมงาน ทำให้ Cal ต้องย้ายออกจากบ้านไปอยู่อพาร์ตเม้น จากนั้นทุกคืนเขาก็จะไปนั่งที่บาร์พร่ำพรรณนาถึงเรื่องราวของภรรยา จนเพลย์บอย Jacob ที่ออกหาเหยื่อทุกคืน ทนพฤติกรรมไม่ไหว มอบขอเสนอว่าเขาจะช่วยเปลี่ยนแปลง Cal ให้เป็นคนใหม่ สอนวิธีการจีบหญิง เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเพลย์บอย และแม้ว่าหลังจากนั้น Cal จะสามารถล่อลวงหญิงได้หลายต่อหลายคน แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะลืมภรรยาคนแรกและคนเดียวของเขาได้เลย </p>
<p>เรื่องราวยิ่งวุ่นวายหลังจากที่ Cal และ Emily ภรรยาของเขาไปงานวันผู้ปกครองที่โรงเรียน และปรากฏว่าครูประจำชั้นของลูกเขา คือหนึ่งในผู้หญิงที่เขาเคยมีอะไรด้วย หลังจากที่พบกันในบาร์และไม่เคยติดต่อกลับไปอีกเลย </p>
<p>เป็นภายพนตร์ที่สนุกและตลกมาก ดูเพลินจริง ผูกเรื่องได้ดีทีเดียว แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เดาทางได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก แต่ทีมนักแสดงทุกคนก็แสดงได้สมบทบาท โดยเฉพาะ Ryan Gosling และ Emma Stone</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/crazy-stupid-love/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Guard</title>
		<link>http://pradt.net/the-guard</link>
		<comments>http://pradt.net/the-guard#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:00:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2598</guid>
		<description><![CDATA[The Guard &#124; John Michael McDonagh (2011) ภาพยนตร์แนว Black Comedy เรื่องราวของตำรวจที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งใน Ireland (ในภาษา Irish จะใช้คำว่า Garda) โดยในฉากเปิดเรื่อง จะเป็นฉากที่วัยรุ่นขับรถซิ่งบนถนน ขณะที่คุณตำรวจนามว่า Boyle ซุ่มดักจับความเร็วอยู่ แล้วผู้ชมก็จะได้ยินเสียงรถชนสนั่นโครมคราม ฉากตัดมาที่ซากรถ กับภาพเด็กหนุ่มที่กระเด็นออกมาอยู่นอกรถ (เดาได้ว่าตาย) และคุณ Boyle เข้าไปตรวจค้นกระเป๋า จนพบซองใส่ยาเสพติด เขาหยิบเม็ดนึงใส่ปาก ก่อนจะโยนซองทิ้งไปข้างทาง ในที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ คุณ Boyle ทำงานทุกอย่างต้้งแต่งานจราจร ไปจนถึงแก้คดีฆาตรกรรม ซึ่งต่อมาคุณ Boyle และตำรวจใหม่ที่เพิ่งย้ายมาก็ต้องไปตามหาตัวฆาตรกร ในเหตุฆาตรกรรมประหลาด ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ FBI ส่งคนมาเพื่อตามหาขบวนการค้ายาที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ คุณ Boyle จึงต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ FBI ที่ส่งมาเพื่อตามหาตัวกลุ่มผู้ค้ายา และฆาตรกรในเวลาเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็น comedy ยอดเยี่ยมระดับ Hot Fuzz [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-theguard.jpg width=549 height=460 border=0 title="The Guard"></p>
<p><font color =#666666><b>The Guard</b></font> | John Michael McDonagh (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ภาพยนตร์แนว Black Comedy เรื่องราวของตำรวจที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งใน Ireland (ในภาษา Irish จะใช้คำว่า Garda) โดยในฉากเปิดเรื่อง จะเป็นฉากที่วัยรุ่นขับรถซิ่งบนถนน ขณะที่คุณตำรวจนามว่า Boyle ซุ่มดักจับความเร็วอยู่ แล้วผู้ชมก็จะได้ยินเสียงรถชนสนั่นโครมคราม ฉากตัดมาที่ซากรถ กับภาพเด็กหนุ่มที่กระเด็นออกมาอยู่นอกรถ (เดาได้ว่าตาย) และคุณ Boyle เข้าไปตรวจค้นกระเป๋า จนพบซองใส่ยาเสพติด เขาหยิบเม็ดนึงใส่ปาก ก่อนจะโยนซองทิ้งไปข้างทาง</p>
<p>ในที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ คุณ Boyle ทำงานทุกอย่างต้้งแต่งานจราจร ไปจนถึงแก้คดีฆาตรกรรม ซึ่งต่อมาคุณ Boyle และตำรวจใหม่ที่เพิ่งย้ายมาก็ต้องไปตามหาตัวฆาตรกร ในเหตุฆาตรกรรมประหลาด ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ FBI ส่งคนมาเพื่อตามหาขบวนการค้ายาที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ คุณ Boyle จึงต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ FBI ที่ส่งมาเพื่อตามหาตัวกลุ่มผู้ค้ายา และฆาตรกรในเวลาเดียวกัน</p>
<p>ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็น comedy ยอดเยี่ยมระดับ <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=1164">Hot Fuzz</a> ที่เล่นมุขระดับสากลแบบมีคลาส แต่ก็ไม่ได้น้อยหน้าด้วยการเชียนบทที่ชาญฉลาด การเล่นมุขแบบดาร์กๆ (ที่เอาไปเล่าก็ไม่สามารถทำให้ตลกได้เท่าที่ดูเองในเรื่อง) และการแสดงที่ยอดเยี่ยมสมบทบาทของ Brendan Gleeson</p>
<p>The Guard เป็น Independent film ที่ทำรายได้สูงสุดใน Ireland เอาชนะเรื่อง The Wind That Shakes the Barley ที่ทำไว้ในปี 2006 ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/the-guard/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Habemus Papam</title>
		<link>http://pradt.net/habemus-papam</link>
		<comments>http://pradt.net/habemus-papam#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 16:00:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2597</guid>
		<description><![CDATA[Habemus Papam &#124; Nanni Moretti (2011) ภาพยนตร์จากประเทศอิตาลีว่าด้วยเรื่องราวของการโหวตเพื่อเลือก Pope คนใหม่ อย่างที่หลายคนอาจจะพอทราบกันอยู่แล้ว ในการเลือก Pope คนใหม่จะเป็นการชุมนุมลับของเหล่า Cardinals ซึ่งจะทำการโหวตเพื่อเลือก Bishop of Rome ซึ่งก็คือ Pope หรือผู้นำสูงสุดของ Roman Catholic การโหวตถูกจัดขึ้นใน Sistine Chapel ใน Vatican ระหว่างพิธีกรรมนี้ เหล่า Cardinals จะต้องอยู่ในภายในเท่านั้น และไม่สามารถมีการติดต่อกับโลกภายนอกได้เลย จนกว่า Pope คนใหม่จะถูกเลือกและประกาศสู่สาธารณชนบนระเบียงกลางของ St. Peter&#8217;s Basilica ที่มีประชาชนเฝ้ารออยู่นับหมื่น และผู้มีศรัทธาอีกหลายพันล้านคนบนโลกนี้ Habemus Papam เป็นภาษาละติน ที่ใช้ประกาศเมื่อมี Pope คนใหม่ แต่ในกรณีของเรื่องนี้ จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ว่า Pope ที่ถูกเลือก ไม่ได้ต้องการที่จะรับตำแหน่งนี้ จนเกิดความโกลาหล ต้องเรียกตัวจิตแพทย์มาเพื่อช่วยเหลือ และในระหว่างที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-habemuspapam.jpg width=549 height=460 border=0 title="Habemus Papam"></p>
<p><font color =#666666><b>Habemus Papam</b></font> | Nanni Moretti (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์จากประเทศอิตาลีว่าด้วยเรื่องราวของการโหวตเพื่อเลือก Pope คนใหม่ อย่างที่หลายคนอาจจะพอทราบกันอยู่แล้ว ในการเลือก Pope คนใหม่จะเป็นการชุมนุมลับของเหล่า Cardinals ซึ่งจะทำการโหวตเพื่อเลือก Bishop of Rome ซึ่งก็คือ Pope หรือผู้นำสูงสุดของ Roman Catholic</p>
<p>การโหวตถูกจัดขึ้นใน Sistine Chapel ใน Vatican ระหว่างพิธีกรรมนี้ เหล่า Cardinals จะต้องอยู่ในภายในเท่านั้น และไม่สามารถมีการติดต่อกับโลกภายนอกได้เลย จนกว่า Pope คนใหม่จะถูกเลือกและประกาศสู่สาธารณชนบนระเบียงกลางของ St. Peter&#8217;s Basilica ที่มีประชาชนเฝ้ารออยู่นับหมื่น และผู้มีศรัทธาอีกหลายพันล้านคนบนโลกนี้</p>
<p>Habemus Papam เป็นภาษาละติน ที่ใช้ประกาศเมื่อมี Pope คนใหม่ แต่ในกรณีของเรื่องนี้ จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ว่า Pope ที่ถูกเลือก ไม่ได้ต้องการที่จะรับตำแหน่งนี้ จนเกิดความโกลาหล ต้องเรียกตัวจิตแพทย์มาเพื่อช่วยเหลือ และในระหว่างที่ Pope คนใหม่ยังไม่ได้ถูกประกาศชื่อต่อสาธารณชน ทำให้คณะ Cardinals ทั้งหมดก็ไม่สามารถออกจากที่พำนัก รวมถึงไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกด้วย</p>
<p>นักแสดงทุกคนแสดงได้สมบทบาทน่าเชื่อถือมาก ฉากเบื้องหลังต่างๆ ที่ไม่ค่อยจะมีคนได้เห็น (จึงไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่ก็ดูสมจริงมาก) บทก็เขียนออกมาในมุมที่น่าสนใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วคนที่อยู่ในตำแหน่ง Cardinal แล้วยังเกิดความรู้สึกว่าตนเองไม่ควรถูกเลือก จะมีอยู่จริงหรือ? ทั้งที่การถูกเลือกให้เป็น Pope โดยเหล่า Carninals ก็เปรียบเสมือนการถูกเลือกโดยพระเจ้าแล้ว ทำไมยังมีความคลางแคลงในตนเองอยู่อีก ราวกับว่าคนเขียนบทยังไม่กล้าจะเล่นไปให้สุดสักทาง (หรืออาจจะโดนแบนไปก่อน ถ้าจะเล่นในเรื่องที่แรงกว่านี้)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/habemus-papam/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>We Need to Talk About Kevin</title>
		<link>http://pradt.net/we-need-to-talk-about-kevin</link>
		<comments>http://pradt.net/we-need-to-talk-about-kevin#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 16:00:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2596</guid>
		<description><![CDATA[We Need to Talk About Kevin &#124; Lynne Ramsay (2011) ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกัน ผลงานของ Lionel Shriver ตีพิมพ์ในปี 2003 และชนะเลิศรางวัล Orange Prize (Orange Prize for Fiction) ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลวรรณกรรมที่ทรงเกียรติที่สุดของอังกฤษ โดยรางวัลนี้จะจัดขึ้นทุกปีเพื่อมอบรางวัลให้กับนักเขียนหญิง จากสัญชาติใดก็ได้ ที่เขียนวรรณกรรมในภาษาอังกฤษ ซึ่ง Lionel Shriver ได้รับรางวัลนี้ในปี 2005 ตัวเรื่องจากเล่าเรื่องจากความทรงจำของ Eva อดีตนักเขียนหนังสือมีชื่อเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว กลายมาเป็นหญิงสาวที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง ในบ้านหลังเล็กในเมืองแห่งหนึ่ง และทำงานในบริษัทท่องเที่ยวเล็กๆ เรื่องราวจะตัดสลับไปมาระหว่างปัจจุบันและอดีตที่เธอเพียบพร้อมทุกสิ่ง ทั้งสามี ครอบครัวสุขสันต์ในบ้านหลังใหญ่ และลูกชายคนแรกของเธอก็เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ Kevin ไม่เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เขาไม่มีความรู้สึกสัมพันธ์ใดๆ กับแม่ของเขา หรือใครก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ในช่วงเด็กเขามีท่าทีเหมือนเด็กออทิสติคที่ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง Eva เริ่มสังเกตว่า Kevin กำลังมีปัญหาทางจิต ขณะที่คนอื่นมองว่าเป็นการเล่นซนของเด็กเท่านั้น แต่ทว่าความรุนแรงของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-weneedtotalkaboutkevin.jpg width=549 height=460 border=0 title="We Need To Talk About Kevin"></p>
<p><font color =#666666><b>We Need to Talk About Kevin</b></font> | Lynne Ramsay (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกัน ผลงานของ Lionel Shriver ตีพิมพ์ในปี 2003 และชนะเลิศรางวัล Orange Prize (Orange Prize for Fiction) ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลวรรณกรรมที่ทรงเกียรติที่สุดของอังกฤษ โดยรางวัลนี้จะจัดขึ้นทุกปีเพื่อมอบรางวัลให้กับนักเขียนหญิง จากสัญชาติใดก็ได้ ที่เขียนวรรณกรรมในภาษาอังกฤษ ซึ่ง Lionel Shriver ได้รับรางวัลนี้ในปี 2005</p>
<p>ตัวเรื่องจากเล่าเรื่องจากความทรงจำของ Eva อดีตนักเขียนหนังสือมีชื่อเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว กลายมาเป็นหญิงสาวที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง ในบ้านหลังเล็กในเมืองแห่งหนึ่ง และทำงานในบริษัทท่องเที่ยวเล็กๆ เรื่องราวจะตัดสลับไปมาระหว่างปัจจุบันและอดีตที่เธอเพียบพร้อมทุกสิ่ง ทั้งสามี ครอบครัวสุขสันต์ในบ้านหลังใหญ่ และลูกชายคนแรกของเธอก็เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้</p>
<p>Kevin ไม่เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เขาไม่มีความรู้สึกสัมพันธ์ใดๆ กับแม่ของเขา หรือใครก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ในช่วงเด็กเขามีท่าทีเหมือนเด็กออทิสติคที่ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง Eva เริ่มสังเกตว่า Kevin กำลังมีปัญหาทางจิต ขณะที่คนอื่นมองว่าเป็นการเล่นซนของเด็กเท่านั้น แต่ทว่าความรุนแรงของ Kevin มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น และเมื่อ Eva ให้กำเนิดลูกสาวอีกคน ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดชึ้น ที่ Eva มั่นใจว่าเป็นฝีมือของ Kevin สำหรับเขาดูเหมือนว่ามันคือสงครามที่ต้องการเอาชนะอีกฝ่ายเท่านั้น</p>
<p>เป็นที่แน่นอนเสมอมาว่า เมื่อไม่มีหลักฐาน ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น และ Kevin ก็จะหลุดลอดไปได้ทุกครั้ง จนกระทั่งแผนการสุดท้ายของ Kevin ที่ทำให้ทุกคนจดจำอย่างไม่มีวันลืม</p>
<p>Tilda Swinton เป็นหนึ่งในดาราคนโปรดตลอดมา และในครั้งนี้เธอก็สวมบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งองค์ประกอบอื่นๆ รวมถึงนักแสดงสมทบทั้งหลายก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน สิ่งที่ชอบมากคือการตัดต่อ และการเล่นกับเสียงเอฟเฟคประกอบ ที่เชื่อมโยงระหว่างฉากด้วยการใช้เสียงเดียว ข้ามจากฉากหนึ่งไปอีกฉากได้อย่างน่าทึ่งมาก </p>
<p>แต่ที่สุดของเรื่องก็คือฉากจบ กับคำถามที่ค้างคาใจทุกคนมาตลอดทั้งเรื่อง เมื่อ Eva พูดกับ Kevin ว่า &#8220;I want you to tell me why.&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/we-need-to-talk-about-kevin/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Sleeping Beauty</title>
		<link>http://pradt.net/sleeping-beauty</link>
		<comments>http://pradt.net/sleeping-beauty#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 16:00:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2595</guid>
		<description><![CDATA[Sleeping Beauty &#124; Julia Leigh (2011) ภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของ Lucy นักศึกษาสาวคนหนึ่งที่มี part time job ต่างจากเด็กสาวทั่วไปในวัยเดียวกัน เธอรับเป็นอาสาสมัครทดลองใน lab เธอทำงานเป็นพนักงานในความสะอาดในร้านอาหารเล็กๆ และเธอยังทำงานเป็นพนักงานถ่ายเอกสารในบริษัทแห่งหนึ่ง นอกจากนี้เธอยังเสนอตัวเป็นคู่นอนให้กับผู้ชายในบาร์ชั้นสูงอีกด้วย วันหนึ่งเธอได้พบประกาศงานน่าสนใจ และเมื่อเธอติดต่อไปก็ได้รับการตอบรับให้ไปสัมภาษณ์ และรับรู้รายละเอียดของงาน เกี่ยวกับ silver service (งานเสิร์ฟอาหาร) ในชุดชั้นใน นายจ้างได้ให้คำสัญญาว่าจะไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศ แม้ว่า Lucy จะไม่ได้สนใจในจุดนั้นก็ตาม หลังจากงานเสิร์ฟอาหาร เธอก็ได้รับการเสนองานใหม่ ที่ต้องเดินทางไปค้างในบ้านแห่งหนึ่งในชนบท สิ่งที่ Lucy ต้องทำก็คือดื่มชาที่ผสมยา แล้วเธอก็จะเข้าสู่โหมดหลับลึก จากนั้นนายจ้างของเธอก็จะเข้ามา พร้อมกับลูกค้า และบอกข้อตกลงว่าจะไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศใดๆ สิ่งที่เกิดขั้นในห้องนั้นจะไม่มีใครรู้เลย นอกจากตัวลูกค้าเท่านั้น Sleeping Beauty เป็นผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ Julia Leigh ที่เธอเขียนบทเองด้วย การถ่ายทำและฉากต่างๆ ทำออกมาได้สวยงาม ดนตรีประกอบมีน้อยมาก ช่วยสร้างอารมณ์เย็นยะเยือกและหลอนได้เป็นช่วงๆ แต่การเดินเรื่องและบทกลับไม่ได้ช่วยนำพาผู้ชมให้เข้าไปถึงความรู้สึกของตัวละครในเรื่องเลย เหมือนเรากำลังดูหนัง cult [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-sleepingbeauty.jpg width=549 height=460 border=0 title="Sleeing Beauty"></p>
<p><font color =#666666><b>Sleeping Beauty</b></font> | Julia Leigh (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของ Lucy นักศึกษาสาวคนหนึ่งที่มี part time job ต่างจากเด็กสาวทั่วไปในวัยเดียวกัน เธอรับเป็นอาสาสมัครทดลองใน lab เธอทำงานเป็นพนักงานในความสะอาดในร้านอาหารเล็กๆ และเธอยังทำงานเป็นพนักงานถ่ายเอกสารในบริษัทแห่งหนึ่ง นอกจากนี้เธอยังเสนอตัวเป็นคู่นอนให้กับผู้ชายในบาร์ชั้นสูงอีกด้วย</p>
<p>วันหนึ่งเธอได้พบประกาศงานน่าสนใจ และเมื่อเธอติดต่อไปก็ได้รับการตอบรับให้ไปสัมภาษณ์ และรับรู้รายละเอียดของงาน เกี่ยวกับ silver service (งานเสิร์ฟอาหาร) ในชุดชั้นใน นายจ้างได้ให้คำสัญญาว่าจะไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศ แม้ว่า Lucy จะไม่ได้สนใจในจุดนั้นก็ตาม</p>
<p>หลังจากงานเสิร์ฟอาหาร เธอก็ได้รับการเสนองานใหม่ ที่ต้องเดินทางไปค้างในบ้านแห่งหนึ่งในชนบท สิ่งที่ Lucy ต้องทำก็คือดื่มชาที่ผสมยา แล้วเธอก็จะเข้าสู่โหมดหลับลึก จากนั้นนายจ้างของเธอก็จะเข้ามา พร้อมกับลูกค้า และบอกข้อตกลงว่าจะไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศใดๆ สิ่งที่เกิดขั้นในห้องนั้นจะไม่มีใครรู้เลย นอกจากตัวลูกค้าเท่านั้น</p>
<p>Sleeping Beauty เป็นผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ Julia Leigh ที่เธอเขียนบทเองด้วย การถ่ายทำและฉากต่างๆ ทำออกมาได้สวยงาม ดนตรีประกอบมีน้อยมาก ช่วยสร้างอารมณ์เย็นยะเยือกและหลอนได้เป็นช่วงๆ แต่การเดินเรื่องและบทกลับไม่ได้ช่วยนำพาผู้ชมให้เข้าไปถึงความรู้สึกของตัวละครในเรื่องเลย เหมือนเรากำลังดูหนัง cult ที่บอกเล่าเรื่องของกลุ่มลูกค้ามีเงินแต่มีรสนิยมประหลาดมารวมกัน เพื่อสนองความต้องการบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยกับใครได้เท่านั้น </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/sleeping-beauty/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Warrior</title>
		<link>http://pradt.net/warrior</link>
		<comments>http://pradt.net/warrior#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2012 16:00:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2594</guid>
		<description><![CDATA[Warrior &#124; Gavin O&#8217;Connor (2011) ภาพยนตร์แอคชั่นดรามา เรื่องราวของชายสองคนที่มาบรรจบกันอีกครั้งบนสังเวียนการต่อสู้ ชิงเงินรางวัล 5 ล้านเหรียญ เรื่องแรกเป็นของ Tommy ที่กลับมาขอให้พ่อของเขาช่วยเป็นเทรนเนอร์ เพื่อจะเข้าแข่งทัวร์นาเม้นท์ Martial arts ระดับโลก เพื่อชิงเงินรางวัล ส่วนอีกเรื่องเป็นของ Brendan ชายหนุ่มที่อดีตเคยเป็นนักสู้ของ UFC แต่ปัจจุบันเป็นครูสอนฟิสิกส์ และกำลังมีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของลูกสาว เขาจึงตัดสินใจลงสังเวียนข้างถนน เพื่อหาเงิน แต่เรื่องแดงขึ้นมา เขาจึงถูกสั่งพักงาน ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะต่อสู้บนสังเวียนข้างถนนหาเงินไปเรื่อยๆ &#8230;จนกระทั่งหนึ่งในนักสู้จากค่ายที่เขาฝึกซ้อมอยู่เกิดบาดเจ็บ เขาจึงเสนอตัวลงแข่งแทน เนื่อเรื่องค่อนข้างจะ cliché แบบว่าพ่อติดเหล้า ลูกมีปัญหา เกลียดพ่อ ไม่ชอบหน้ากันเอง แล้วก็มาสู้กัน บลาๆ แต่ก็มีความแปลกใหม่ตรงที่ปกติจะมีตัวละครหลักคนเดียวให้ผู้ชมเชียร์ อันนี้มีถึงสองคน และคนดูก็จะรู้สึกลุ้นไปกับทั้งสองคน คือทั้งสองคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับกันทั้งคู่ (ซึ่งตอนจบก็ตัดหายไปเลย ให้คนไปคิดเอาเอง) ฉากบนสังเวียน ทำออกมาได้ตื่นเต้นทุกวินาที และพีคได้ในจุดที่มันพีคจริงๆ ถ่ายทอดอารมณ์ฉากคนเชียร์ออกมาได้ประทับใจ ส่วนฉากดราม่าต่างๆ ดูยืดยาดเกินไป และหลายฉากใส่มาโดยไม่มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องด้วยซ้ำ ไม่ได้มีความพิเศษที่น่าจดจำเท่าไหร่นัก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-warrior.jpg width=549 height=460 border=0 title="Warrior"></p>
<p><font color =#666666><b>Warrior</b></font> | Gavin O&#8217;Connor (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์แอคชั่นดรามา เรื่องราวของชายสองคนที่มาบรรจบกันอีกครั้งบนสังเวียนการต่อสู้ ชิงเงินรางวัล 5 ล้านเหรียญ เรื่องแรกเป็นของ Tommy ที่กลับมาขอให้พ่อของเขาช่วยเป็นเทรนเนอร์ เพื่อจะเข้าแข่งทัวร์นาเม้นท์ Martial arts ระดับโลก เพื่อชิงเงินรางวัล ส่วนอีกเรื่องเป็นของ Brendan ชายหนุ่มที่อดีตเคยเป็นนักสู้ของ UFC แต่ปัจจุบันเป็นครูสอนฟิสิกส์ และกำลังมีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของลูกสาว เขาจึงตัดสินใจลงสังเวียนข้างถนน เพื่อหาเงิน แต่เรื่องแดงขึ้นมา เขาจึงถูกสั่งพักงาน ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะต่อสู้บนสังเวียนข้างถนนหาเงินไปเรื่อยๆ &#8230;จนกระทั่งหนึ่งในนักสู้จากค่ายที่เขาฝึกซ้อมอยู่เกิดบาดเจ็บ เขาจึงเสนอตัวลงแข่งแทน</p>
<p>เนื่อเรื่องค่อนข้างจะ cliché แบบว่าพ่อติดเหล้า ลูกมีปัญหา เกลียดพ่อ ไม่ชอบหน้ากันเอง แล้วก็มาสู้กัน บลาๆ แต่ก็มีความแปลกใหม่ตรงที่ปกติจะมีตัวละครหลักคนเดียวให้ผู้ชมเชียร์ อันนี้มีถึงสองคน และคนดูก็จะรู้สึกลุ้นไปกับทั้งสองคน คือทั้งสองคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับกันทั้งคู่ (ซึ่งตอนจบก็ตัดหายไปเลย ให้คนไปคิดเอาเอง) </p>
<p>ฉากบนสังเวียน ทำออกมาได้ตื่นเต้นทุกวินาที และพีคได้ในจุดที่มันพีคจริงๆ ถ่ายทอดอารมณ์ฉากคนเชียร์ออกมาได้ประทับใจ ส่วนฉากดราม่าต่างๆ ดูยืดยาดเกินไป และหลายฉากใส่มาโดยไม่มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องด้วยซ้ำ ไม่ได้มีความพิเศษที่น่าจดจำเท่าไหร่นัก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/warrior/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Help</title>
		<link>http://pradt.net/the-help</link>
		<comments>http://pradt.net/the-help#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 16:00:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2593</guid>
		<description><![CDATA[The Help &#124; Tate Taylor (2011) ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายขายดีชื่อเดียวกันผลงานเรื่องแรกของ Kathryn Stockett ที่ตีพิมพ์ในปี 2009 ว่าด้วยเรื่องของช่วงเวลาหนึ่งในยุค 60s กับความไม่เท่าเทียมกันในสิทธิของพลเมือง ระหว่างนายจ้างผิวขาวและคนรับใช้ผิวสี Skeeter สาวที่ฝันอยากเป็นนักเขียน ได้ตัดสินใจเขียนที่จะเขียนเรื่องราวที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงหรือเอามาเขียนมาก่อน นั่นก็คือชีวิตและความรู้สึกของคนรับใช้ผิวสี ที่โดนนายจากกดขี่ทางสังคมต่างๆ Skeeter ผูกสัมพันธ์กับ Aibileen และเพื่อนสนิท Minny ขอร้องให้พวกเขาช่วยมาให้ข้อมูลเพื่อมาใช้ในหนังสือของเธอ และจากการที่พวกเธอมีศัตรูคนเดียวกัน ทั้งสามคนก็เลยกลายเป็นเพื่อนกัน และยังนำพาเอาคนรับใช้จากบ้านอื่นมาเล่าเรื่องราวของพวกเธออีกด้วย ตอนเริ่มต้นถึงกลางเรื่องเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครหลัก ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างน่าง่วงนอน จุดสนุกจะเริ่มจากที่ Minny ถูก Hilly ไล่ออกจากบ้าน ตัวภาพยนตร์มีทั้งส่วนที่น่าเบื่อและน่าติดตามสลับกันไปมา และการใช้ตัวละครที่เหมือนจะมีมิติเดียว ดูออกจะธรรมดาไปหน่อย สำหรับบทภาพยนตร์ในสมัยนี้ สรุปว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดูในเพลินๆ มีเพลงจบของ Mary J. Blige ที่สะดุดหูจนต้องเข้า YouTube เพื่อฟังอีกสักรอบ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-thehelp.jpg width=549 height=460 border=0 title="The Help"></p>
<p><font color =#666666><b>The Help</b></font> | Tate Taylor (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายขายดีชื่อเดียวกันผลงานเรื่องแรกของ Kathryn Stockett ที่ตีพิมพ์ในปี 2009 ว่าด้วยเรื่องของช่วงเวลาหนึ่งในยุค 60s กับความไม่เท่าเทียมกันในสิทธิของพลเมือง ระหว่างนายจ้างผิวขาวและคนรับใช้ผิวสี</p>
<p>Skeeter สาวที่ฝันอยากเป็นนักเขียน ได้ตัดสินใจเขียนที่จะเขียนเรื่องราวที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงหรือเอามาเขียนมาก่อน นั่นก็คือชีวิตและความรู้สึกของคนรับใช้ผิวสี ที่โดนนายจากกดขี่ทางสังคมต่างๆ </p>
<p>Skeeter ผูกสัมพันธ์กับ Aibileen และเพื่อนสนิท Minny ขอร้องให้พวกเขาช่วยมาให้ข้อมูลเพื่อมาใช้ในหนังสือของเธอ และจากการที่พวกเธอมีศัตรูคนเดียวกัน ทั้งสามคนก็เลยกลายเป็นเพื่อนกัน และยังนำพาเอาคนรับใช้จากบ้านอื่นมาเล่าเรื่องราวของพวกเธออีกด้วย</p>
<p>ตอนเริ่มต้นถึงกลางเรื่องเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครหลัก ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างน่าง่วงนอน จุดสนุกจะเริ่มจากที่ Minny ถูก Hilly ไล่ออกจากบ้าน ตัวภาพยนตร์มีทั้งส่วนที่น่าเบื่อและน่าติดตามสลับกันไปมา และการใช้ตัวละครที่เหมือนจะมีมิติเดียว ดูออกจะธรรมดาไปหน่อย สำหรับบทภาพยนตร์ในสมัยนี้ </p>
<p>สรุปว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดูในเพลินๆ <a target=_blank href="http://youtu.be/XwI4zsNteU8">มีเพลงจบของ Mary J. Blige</a> ที่สะดุดหูจนต้องเข้า YouTube เพื่อฟังอีกสักรอบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/the-help/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Submarine</title>
		<link>http://pradt.net/submarine</link>
		<comments>http://pradt.net/submarine#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 16:00:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2592</guid>
		<description><![CDATA[Submarine &#124; Richard Ayoade (2010) ภาพยนตร์อังกฤษดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ Joe Dunthorne ที่ตีพิมพ์ในปี 2008 ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัย 15 ปี ที่ชอบคิดว่าตนเองเป็นอัจฉริยะและมีที่รักของเพื่อนทุกคนในห้อง แต่ความเป็นจริงคือเขาเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยจะพูดคุยกับใครมากนัก เขาตกหลุมรักกับเด็กผู้หญิงที่ชื่อ Jordana และคิดว่าครอบครัวของเขากำลังมีปัญหาแตกแยก เขาจึงพยายามหาหลักฐานและทำแผนการต่างๆ ตามที่เขาคิดว่าจะเป็นหนทางที่จะทำให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ช่วงตอนเริ่มต้นถึงกลางเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อและน่าเบื่อ กว่าที่จะรู้สึกว่าเรื่องมันสนุกก็ต้องดูเกินครื่องเรื่องไปแล้ว ที่น่าประทับใจคือการถ่ายทำภาพทั้งเรื่องนั้นสวยมาก ฉากสวย แสงสวยไปหมด และยังได้เพลงประกอบที่ไพเราะฝีมือ Alex Turner นักร้องนำวง Arctic Monkeys มาช่วยอีกด้วย ภาพยนตร์ Submarine เป็นผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของ Richard Ayoade ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าจากซีรีส์อังกฤษเรื่อง The IT Crowd ที่เขารับบท Moss ซึ่งทำให้เขาได้รางวัล Outstanding actor in a television comedy series จาก Monte-Carlo Television Festival [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-submarine.jpg width=549 height=460 border=0 title="Submarine"></p>
<p><font color =#666666><b>Submarine</b></font> | Richard Ayoade (2010) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์อังกฤษดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ Joe Dunthorne ที่ตีพิมพ์ในปี 2008 ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัย 15 ปี ที่ชอบคิดว่าตนเองเป็นอัจฉริยะและมีที่รักของเพื่อนทุกคนในห้อง แต่ความเป็นจริงคือเขาเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยจะพูดคุยกับใครมากนัก </p>
<p>เขาตกหลุมรักกับเด็กผู้หญิงที่ชื่อ Jordana และคิดว่าครอบครัวของเขากำลังมีปัญหาแตกแยก เขาจึงพยายามหาหลักฐานและทำแผนการต่างๆ ตามที่เขาคิดว่าจะเป็นหนทางที่จะทำให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง </p>
<p>ช่วงตอนเริ่มต้นถึงกลางเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อและน่าเบื่อ กว่าที่จะรู้สึกว่าเรื่องมันสนุกก็ต้องดูเกินครื่องเรื่องไปแล้ว ที่น่าประทับใจคือการถ่ายทำภาพทั้งเรื่องนั้นสวยมาก ฉากสวย แสงสวยไปหมด และยังได้เพลงประกอบที่ไพเราะฝีมือ Alex Turner นักร้องนำวง Arctic Monkeys มาช่วยอีกด้วย</p>
<p>ภาพยนตร์ Submarine เป็นผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของ Richard Ayoade ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าจากซีรีส์อังกฤษเรื่อง <a target=_blank href="http://pradt.net/the-it-crowd">The IT Crowd</a> ที่เขารับบท Moss ซึ่งทำให้เขาได้รางวัล Outstanding actor in a television comedy series จาก Monte-Carlo Television Festival ในปี 2008</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/submarine/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Sherlock (season 2)</title>
		<link>http://pradt.net/sherlock-season-2</link>
		<comments>http://pradt.net/sherlock-season-2#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2012 16:00:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>
		<category><![CDATA[sherlock]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2591</guid>
		<description><![CDATA[Sherlock (season 2) กลับมาอีกครั้งกับซีซั่นที่สองของซีรีส์อังกฤษที่นำเอาผลงานเขียนของ Sir Arthur Conan Doyle มาดัดแปลงตีความให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ในซีซั่นนี้ก็มี 3 ตอน ความยาวตอนละ 90 นาทีเหมือนกับซีซั่นแรก โดยเริ่มฉายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2012 และจบลงเมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ในตอนแรก A Scandal in Belgravia ซึ่งหยิบโครงมาจาก A Scandal in Bohemia ก็มีตัวละครสำคัญโผล่มา นั่นก็คือ Irene Adler ทั้งนี้เรื่องราวในทั้งสามตอนไม่ได้ต่อเนื่องกัน มีเพียงตัวละครสำคัญที่โยงกันอยู่นั่นก็คือ Professor Moriarty &#8230;โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบ Moriarty ในเวอร์ชั่นนี้เท่าไหร่ เหมือนคนโรคจิตมากกว่าจะเป็นอาชญากรอัจฉริยะ (คือเข้าใจว่าเป็นคนโรคจิต แต่ไม่ต้องแสดงเหมือนคนเป็นโรคประสาทตลอดเวลาก็ได้นะ) ตอนที่สนุกที่สุดก็คือตอนที่ 1 และรองลงมาคือตอนที่ 3 The Reichenbach Fall ที่หยิบโครงเรื่องมาจากเรื่องสั้น [...]


related : <ol><li><a href='http://pradt.net/sherlock' rel='bookmark' title='Permanent Link: sherlock'>sherlock</a></li></ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/photo/sherlock2.jpg width=549 height=400 border=0></p>
<p><font color =#666666><b>Sherlock</b></font> (season 2) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
กลับมาอีกครั้งกับซีซั่นที่สองของซีรีส์อังกฤษที่นำเอาผลงานเขียนของ Sir Arthur Conan Doyle มาดัดแปลงตีความให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ในซีซั่นนี้ก็มี 3 ตอน ความยาวตอนละ 90 นาทีเหมือนกับซีซั่นแรก โดยเริ่มฉายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2012 และจบลงเมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา</p>
<p>ในตอนแรก A Scandal in Belgravia ซึ่งหยิบโครงมาจาก A Scandal in Bohemia ก็มีตัวละครสำคัญโผล่มา นั่นก็คือ Irene Adler ทั้งนี้เรื่องราวในทั้งสามตอนไม่ได้ต่อเนื่องกัน มีเพียงตัวละครสำคัญที่โยงกันอยู่นั่นก็คือ Professor Moriarty &#8230;โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบ Moriarty ในเวอร์ชั่นนี้เท่าไหร่ เหมือนคนโรคจิตมากกว่าจะเป็นอาชญากรอัจฉริยะ (คือเข้าใจว่าเป็นคนโรคจิต แต่ไม่ต้องแสดงเหมือนคนเป็นโรคประสาทตลอดเวลาก็ได้นะ)</p>
<p>ตอนที่สนุกที่สุดก็คือตอนที่ 1 และรองลงมาคือตอนที่ 3 The Reichenbach Fall ที่หยิบโครงเรื่องมาจากเรื่องสั้น The Final Problem ซึ่งในตอนนี้มีดาราที่คุ้นหน้าอย่าง Katherine Parkinson เจ้าของรางวัล Best Television Comedy Actress จากซีรีส์อังกฤษ <a target=_blank href="http://pradt.net/the-it-crowd">The IT Crowd</a> ในปี 2009 มารับบทเป็นนักข่าวด้วย</p>
<p>งานเขียนบท โปรดักชั่นและการแสดงยังคงเยี่ยมเช่นเคย เรียกว่าเขี่ยฉบับ Hollywood กระเด็นออกจากสารบบไปได้เลย ภาคนี้เราจะเห็น Sherlock ถือ iPhone แทน BlackBerry ในซีซันแรกแล้ว </p>
<p>&#8230;และจากนี้เราต้องทนรอไปอีก 1 ปี เพื่อที่จะชมซีซั่น 3!</p>


<p>related : <ol><li><a href='http://pradt.net/sherlock' rel='bookmark' title='Permanent Link: sherlock'>sherlock</a></li></ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/sherlock-season-2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Tinker Tailor Soldier Spy</title>
		<link>http://pradt.net/tinker-tailor-soldier-spy</link>
		<comments>http://pradt.net/tinker-tailor-soldier-spy#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jan 2012 16:21:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2590</guid>
		<description><![CDATA[Tinker Tailor Soldier Spy &#124; Tomas Alfredson (2011) ผลงานเรื่องใหม่จาก Tomas Alfredson ผู้กำกับ Låt den rätte komma in สร้างจากนิยายอังกฤษชื่อเดียวกันของ John le Carré ว่าด้วยเรื่องราวของ George Smiley อดีตสมาชิกหน่วยสืบราชการลับ ที่ถูกเรียกตัวกลับเพื่อสืบหาสายลับสองหน้า ที่มีสายรายงานว่าเป็นสายลับของฝ่านโซเวียต ส่งเข้ามาฝังตัวอยู่ในหน่วยของอังกฤษ และบุคคลนี้ยังอยู่ในกลุ่มของผู้ที่มีสถานะสูงสุดในองค์กรอีกด้วย เป็นภาพยนตร์ที่แค่เห็นชื่อผู้กำกับก็ควรซื้อบัตรเข้าไปชมได้อย่างไม่เสียดายเงินแล้ว ยังไม่นับดาราคนโปรดอย่าง Gary Oldman ที่รับบทเป็น George Smiley ซึ่งแสดงดีมากมาก พร้อมดาราสมทบชื่อดังอีกหลายคนทั้ง Tom Hardy, Colin Firth และ John Hurt นอกจากนี้ยังมี Benedict Cumberbatch จากซีรีส์อังกฤษเรื่อง Sherlock มารับบทเป็นผู้ช่วยของ Gary อีกด้วย ยังคงชอบแนวทางการเล่าเรื่องของ Tomas [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-tinkertailorsoldierspy.jpg width=549 height=460 border=0 title="Tinker Tailor Soldier Spy"></p>
<p><font color =#666666><b>Tinker Tailor Soldier Spy</b></font> | Tomas Alfredson (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ผลงานเรื่องใหม่จาก Tomas Alfredson ผู้กำกับ <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=1741">Låt den rätte komma in</a> สร้างจากนิยายอังกฤษชื่อเดียวกันของ John le Carré ว่าด้วยเรื่องราวของ George Smiley อดีตสมาชิกหน่วยสืบราชการลับ ที่ถูกเรียกตัวกลับเพื่อสืบหาสายลับสองหน้า ที่มีสายรายงานว่าเป็นสายลับของฝ่านโซเวียต ส่งเข้ามาฝังตัวอยู่ในหน่วยของอังกฤษ และบุคคลนี้ยังอยู่ในกลุ่มของผู้ที่มีสถานะสูงสุดในองค์กรอีกด้วย</p>
<p>เป็นภาพยนตร์ที่แค่เห็นชื่อผู้กำกับก็ควรซื้อบัตรเข้าไปชมได้อย่างไม่เสียดายเงินแล้ว ยังไม่นับดาราคนโปรดอย่าง Gary Oldman ที่รับบทเป็น George Smiley ซึ่งแสดงดีมากมาก พร้อมดาราสมทบชื่อดังอีกหลายคนทั้ง Tom Hardy, Colin Firth และ John Hurt นอกจากนี้ยังมี Benedict Cumberbatch จากซีรีส์อังกฤษเรื่อง <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=2341">Sherlock</a> มารับบทเป็นผู้ช่วยของ Gary อีกด้วย</p>
<p>ยังคงชอบแนวทางการเล่าเรื่องของ Tomas Alfredson ผู้กำกับชาวสวีเดนคนนี้ ที่ทุกสิ่งไม่ได้บรรยายออกมาด้วยคำพูดเท่านั้น เขาเลือกใช้ภาพเพียงไม่กี่ช็อตก็สามารถทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวได้มากกว่าคำพูดสาธยายของตัวละครเสียอีก อย่างที่เคยทำใน <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=1741">Låt den rätte komma in</a> มาแล้ว</p>
<p>งานเพลงประกอบของ Alberto Iglesias ที่เคยฝากผลงานสร้างชื่อในภาพยนตร์มาแล้วมากมายอาทิ The Kite Runner, Volver, The Constant Gardener, La mala educación (Bad Education), Hable con ella (Talk To Her) ก็ช่างเข้ากับบรรยากาศในเรื่องอย่างเป็นที่สุด</p>
<p>Tinker Tailor Soldier Spy เข้าฉายที่ Scala และ SF World Cinema CentralWorld เท่านั้น </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/tinker-tailor-soldier-spy/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Girl with the Dragon Tattoo</title>
		<link>http://pradt.net/the-girl-with-the-dragon-tattoo</link>
		<comments>http://pradt.net/the-girl-with-the-dragon-tattoo#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jan 2012 16:33:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>
		<category><![CDATA[millenniumtrilogy]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2589</guid>
		<description><![CDATA[The Girl with the Dragon Tattoo &#124; David Fincher (2011) ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายภาษาสวีดิชชื่อดัง Män som hatar kvinnor ของ Stieg Larsson ที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2009 เป็นซีรีส์ 3 ตอนที่รู้จักในนาม Millennium Series โดยเรื่องแรกคือ Män som hatar kvinnor ซึ่งฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษใข้ชื่อว่า The Girl with the Dragon Tattoo ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของ Mikael Blomkvist หนึ่งในเจ้าของและนักเขียนแห่งนิตยสาร Millennium ที่เพิ่งจะถูกฟ้องจากบทความที่เขาเขียนถึงนักธุรกิจ Hans-Erik Wennerström และศาลสั่งปรับเป็นเงินมหาศาล ระหว่างนั้น Mikael ก็ได้รับการติดต่อจาก Henrik Vanger อดีต CEO ของ Vanger [...]


related : <ol><li><a href='http://pradt.net/luftslottet-som-sprangdes' rel='bookmark' title='Permanent Link: Luftslottet som sprängdes'>Luftslottet som sprängdes</a></li><li><a href='http://pradt.net/flickan-som-lekte-med-elden' rel='bookmark' title='Permanent Link: Flickan som lekte med elden'>Flickan som lekte med elden</a></li><li><a href='http://pradt.net/man-som-hatar-kvinnor' rel='bookmark' title='Permanent Link: Män som hatar kvinnor'>Män som hatar kvinnor</a></li></ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-thegirlwiththedragontattoo.jpg width=549 height=460 border=0 title="The Girl with the Dragon Tattoo"></p>
<p><font color =#666666><b>The Girl with the Dragon Tattoo</b></font> | David Fincher (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายภาษาสวีดิชชื่อดัง Män som hatar kvinnor ของ Stieg Larsson ที่เคย<a target=_blank href="http://pradt.net/?p=2300">ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2009</a> เป็นซีรีส์ 3 ตอนที่รู้จักในนาม Millennium Series โดยเรื่องแรกคือ Män som hatar kvinnor ซึ่งฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษใข้ชื่อว่า The Girl with the Dragon Tattoo</p>
<p>ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของ Mikael Blomkvist หนึ่งในเจ้าของและนักเขียนแห่งนิตยสาร Millennium ที่เพิ่งจะถูกฟ้องจากบทความที่เขาเขียนถึงนักธุรกิจ Hans-Erik Wennerström และศาลสั่งปรับเป็นเงินมหาศาล </p>
<p>ระหว่างนั้น Mikael ก็ได้รับการติดต่อจาก Henrik Vanger อดีต CEO ของ Vanger Industries ว่าจ้างให้เขามาเขียนประวัติชีวิตของเขา โดยเสนอเงินให้เป็นจำนวนมากและ ข้อมูลที่จะสามารถทำให้เขาต่อสู้คดีกับ Wennerström ได้ แต่สิ่งที่ Henrik Vanger จริงๆ ต้องการคือให้ Mikael ใช่ทักษะและความสามารถของความเป็นนักข่าว ไขปริศนาการหายสาปสูญของหลานสาวของเขา Harriet ที่หายตัวไปจากคฤหาสน์ไปตั้งแต่ 40 ปีก่อน และเชื่อว่าโดนฆ่าไปแล้ว</p>
<p>งานแนว Thriller ย้อนยุคน่าจะเป็นงานถนัดของ David Fincher อยู่แล้ว จากที่ได้ดู <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=1198">Zodiac</a> มา งานเก็บรายละเอียดและอารมณ์ของ David Fincher มันเนี้ยบอย่างน่ามหัศจรรย์ และแน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เช่นกัน</p>
<p>การเดินเรื่องทำได้อย่างน่าติดตาม แม้ว่าจะเคยชมภาคออริจินัลมาแล้วก็ยังคงสามารถชมภาครีเมคได้สนุกไม่แพ้กันเลย นักแสดงแต่ละคนแสดงได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเอกหญิง Rooney Mara ดูจะด้อยพลังดึงดูดกว่า Noomi Rapace ไปสักหน่อย รอยสักมังกรก็ไม่อลังการเมื่อเทียบกับฉบับสวีดิช และตอนจบที่เหมือนพยายามจะเขียนบทให้ Lisbeth มีใจเอนเอียงให้กับ Mikael มันออกจะเป็นฮอลีวู้ดมากไปหน่อย (ของต้นฉบับจะตัดจบไปเลย)</p>
<p>ส่วนที่เหนือคาดคือฉากเปิด Opening Title ที่เหนือชั้นมาก งามยังกับฉากเปิด James Bond เลยทีเดียว เป็นการหยิบเอาเพลง Immigrant Song ของ Led Zeppelin มาทำคัฟเวอร์โดย Karen O นักร้องนำของวง Yeah Yeah Yeahs โปรดิวซ์โดย Trent Reznor แห่ง Nine Inch Nails ซึ่ง​ David Fincher ขอเป็นพิเศษว่าต้องใช้เพลงนี้เท่านั้นแม้ว่า Trent จะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่จะต้องเอาเพลงดังของวงระดับตำนานมาทำ</p>


<p>related : <ol><li><a href='http://pradt.net/luftslottet-som-sprangdes' rel='bookmark' title='Permanent Link: Luftslottet som sprängdes'>Luftslottet som sprängdes</a></li><li><a href='http://pradt.net/flickan-som-lekte-med-elden' rel='bookmark' title='Permanent Link: Flickan som lekte med elden'>Flickan som lekte med elden</a></li><li><a href='http://pradt.net/man-som-hatar-kvinnor' rel='bookmark' title='Permanent Link: Män som hatar kvinnor'>Män som hatar kvinnor</a></li></ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/the-girl-with-the-dragon-tattoo/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>A Game of Shadows</title>
		<link>http://pradt.net/sherlock-holmes-a-game-of-shadows</link>
		<comments>http://pradt.net/sherlock-holmes-a-game-of-shadows#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2012 16:07:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2588</guid>
		<description><![CDATA[Sherlock Holmes: A Game of Shadows &#124; Guy Ritchie (2011) ภาพยนตร์ที่หยิบยืมตัวละครมาจาก Sherlock Holmes ผลงานที่โด่งดังของ Sir Arthur Conan Doyle ใครที่เคยดูภาคแรกก็คงจะทราบแล้วว่ามันไม่มีอะไรเหมือน Sherlock Holmes ที่เราเคยรู้จัก นอกจากตัวละครที่ชื่อเหมือนกัน ภาคนี้เป็นเรื่องราวหลังจากภาคแรก ใครที่ไม่ได้ชมภาคแรกก็สามารถดูภาคนี้ได้เลย เพราะเนื้อเรื่องมันก็ไม่ได้ต่อเนื่องกัน ตัวเนื้อเรื่องได้อิทธิพลมาจากงานเรื่องสั้นชืื่อ The Final Problem ซึ่งมีตอนจบแบบเดียวกัน การเดินเรื่องก็เต็มไปด้วยฉากแอคชั่น ต่อสู้กันด้วยปืนและอาวุธต่างๆ ที่ดูเยอะกว่าภาคแรก และเนื้อเรื่องที่คาดเดาได้โดยง่ายตามแบบภาพยนต์แอคชั่นฮอลีวูด Rachel McAdams ในบท Irene Adler ก็โผล่มาในภาคนี้ และตายจากไปใน 5 นาทีแรกของเรื่อง!!! ในภาคนี้ Holmes จะต้องหยุดแผนการร้ายของ Professor Moriarty นางเอกภาคนี้คือ Noomi Rapace สาวยิปซีที่ตอนอยู่ในโรงนึกอยู่นานว่าคือใคร ทำไมหน้าคุ้น แต่ก็ไม่ได้สวยระดับนางเอก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-agameofshadows.jpg width=549 height=460 border=0 title="Sherlock Holmes: A Game of Shadows"></p>
<p><font color =#666666><b>Sherlock Holmes: A Game of Shadows</b></font> | Guy Ritchie (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
ภาพยนตร์ที่หยิบยืมตัวละครมาจาก Sherlock Holmes ผลงานที่โด่งดังของ Sir Arthur Conan Doyle ใครที่เคยดูภาคแรกก็คงจะทราบแล้วว่ามันไม่มีอะไรเหมือน Sherlock Holmes ที่เราเคยรู้จัก นอกจากตัวละครที่ชื่อเหมือนกัน ภาคนี้เป็นเรื่องราวหลังจากภาคแรก ใครที่ไม่ได้ชมภาคแรกก็สามารถดูภาคนี้ได้เลย เพราะเนื้อเรื่องมันก็ไม่ได้ต่อเนื่องกัน ตัวเนื้อเรื่องได้อิทธิพลมาจากงานเรื่องสั้นชืื่อ The Final Problem ซึ่งมีตอนจบแบบเดียวกัน</p>
<p>การเดินเรื่องก็เต็มไปด้วยฉากแอคชั่น ต่อสู้กันด้วยปืนและอาวุธต่างๆ ที่ดูเยอะกว่าภาคแรก และเนื้อเรื่องที่คาดเดาได้โดยง่ายตามแบบภาพยนต์แอคชั่นฮอลีวูด </p>
<p>Rachel McAdams ในบท Irene Adler ก็โผล่มาในภาคนี้ และตายจากไปใน 5 นาทีแรกของเรื่อง!!! ในภาคนี้ Holmes จะต้องหยุดแผนการร้ายของ Professor Moriarty</p>
<p>นางเอกภาคนี้คือ Noomi Rapace สาวยิปซีที่ตอนอยู่ในโรงนึกอยู่นานว่าคือใคร ทำไมหน้าคุ้น แต่ก็ไม่ได้สวยระดับนางเอก เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเรื่องจึงนึกออกว่าเป็นนางเอกจากหนังสวีดิชเรื่อง <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=2300">Män som hatar kvinnor</a> นั่นเอง </p>
<p>ส่วนที่เหลือก็เต็มไปด้วยภาคสโลวโมชั่นความละเอียดสูงชองฉากต่อสู้และระเบิดวินาศสันตะโร จึงไม่เหลืออะไรให้จดจำหลังจากชมภาพยนตร์จบ นอกจากเสียงเอฟเฟคที่ยังคงดังก้องอยู่ในสมอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/sherlock-holmes-a-game-of-shadows/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Jiro Dreams of Sushi</title>
		<link>http://pradt.net/jiro-dreams-of-sushi</link>
		<comments>http://pradt.net/jiro-dreams-of-sushi#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Dec 2011 15:09:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2586</guid>
		<description><![CDATA[Jiro Dreams of Sushi &#124; David Gelb (2011) ภาพยนตร์สารคดีของพ่อครัวซูชิระดับโลก Jiro Ono วัย 85 ปี ผลงานของผู้กำกับชาวอเมริกัน David Gelb โดยผู้ชมจะได้ติดตามการทำซูชิ และมุมมองชีวิตที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับในดับประเทศและน่าจะเป็นที่หนึี่งในโลกอีกด้วย Jiro Ono ต้องออกมาทำงานเลี้ยงตัวเองตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของร้านซูชิใน Ginza ชื่อ すきやばし次郎 (Sukiyabashi Jirō) ร้านอาหารระดับ Michelin 3 ดาว ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ที่มีที่นั่งเพียง 10 ที่ และต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน ด้วยราคาอาหารเริ่มต้นที่ 30,000 เยน (ประมาณ 13,000 บาท) ราคาอาจขึ้นตาวัตถุดิบในขณะนั้น โดยจะมีซูชิใน course ที่จัดโดยเชฟ คือ ひらめ (Hirame), すみいか [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-jirodreamsofsushi.jpg width=549 height=460 border=0 title="Jiro Dreams of Sushi"></p>
<p><font color =#666666><b>Jiro Dreams of Sushi</b></font> | David Gelb (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><br />
ภาพยนตร์สารคดีของพ่อครัวซูชิระดับโลก Jiro Ono วัย 85 ปี ผลงานของผู้กำกับชาวอเมริกัน David Gelb โดยผู้ชมจะได้ติดตามการทำซูชิ และมุมมองชีวิตที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับในดับประเทศและน่าจะเป็นที่หนึี่งในโลกอีกด้วย</p>
<p>Jiro Ono ต้องออกมาทำงานเลี้ยงตัวเองตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของร้านซูชิใน Ginza ชื่อ すきやばし次郎 (Sukiyabashi Jirō) ร้านอาหารระดับ <a target=_blank href="http://en.wikipedia.org/wiki/Michelin_Guide">Michelin</a> 3 ดาว ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ที่มีที่นั่งเพียง 10 ที่ และต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน ด้วยราคาอาหารเริ่มต้นที่ 30,000 เยน (ประมาณ 13,000 บาท) ราคาอาจขึ้นตาวัตถุดิบในขณะนั้น โดยจะมีซูชิใน course ที่จัดโดยเชฟ คือ ひらめ (Hirame), すみいか (Sumi-ika), しまあじ (Shima-aji), あかみ (Akami), ちゅうとろ (Chu-toro), おおとろ (Oo-toro), こはだ (Kohada), はまぐり (Hamaguri), あじ (Aji), くるまえび (Kurami-ebi), さより (Sayori), たこ (Tako), さば (Saba), あかがい (Akagi), うに (Uni), こばしら (Kabashira), いくら (Kura), あなご (Anago), たまご (Tamago) บางรายการอาจเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในฤดูกาลนั้น</p>
<p>ภาพยนตร์จะนำผู้ขมไปดูวิถีแห่งการทำซูชิ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่สุดยอด กรรมวิธีเบื้องหลังของอาหารที่หน้าตาดูเรียบง่ายที่สุดในโลกแต่รสชาติสลับซับซ้อนเกินจินตนาการ อาชีพพ่อครัวซูชิที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนถึง 10 ปี กว่าจะได้ออกมาปั้นซูชิสักชิ้น ทุกคนต้องผ่านการทำซูชิที่ดูง่ายที่สุดอย่าง たまご焼き (Tamagoyaki) หรือไข่หวานย่าง ที่ต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะทำออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ </p>
<p>ทุกวันคุณ Jiro ยังคงไปทำงานด้วยการลงรถไฟใต้ดินในเวลาเดิม ตำแหน่งเดิม ทำงานแบบเดิมซ้ำๆ กันจนเป็นระดับมาสเตอร์ และแม้ในในวัย 85 ปี คุณ Jiro ก็ยังไม่หยุดทำซูชิ เขาต้องการไปให้ถึงจุดสูงสุด แต่ไม่มีใครรู้ว่าจุดสูงสุดอยู่ที่ไหน เขาจึงต้องฝึกฝนพัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาวิธีการทำซูชิที่ดีกว่า อร่อยกว่าที่เคยทำเมื่อวาน!</p>
<p>นับเป็นภาพยนตร์ที่สนุกอย่างไม่น่าเชื่อ กับวิถีชีวิตของคุณ Jiro Ono และอาหารที่ดูเรียบง่ายแต่ซับซ้อน Jiro Dreams of Sushi เข้าฉายแล้วที่ House RCA นับเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีที่ไม่ควรพลาดชม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/jiro-dreams-of-sushi/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Adventures of Tintin</title>
		<link>http://pradt.net/the-adventures-of-tintin</link>
		<comments>http://pradt.net/the-adventures-of-tintin#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 02:45:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>
		<category><![CDATA[tintin]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2585</guid>
		<description><![CDATA[The Adventures of Tintin &#124; Steven Spielberg (2011) ภาพยนตร์อนิเมชั่น 3D สร้างจาากหนังสือการ์ตูนซีรีส์ Les Aventures de Tintin ที่โด่งดังมีคนรู้จักไปทั่วโลกของ Hergé ว่าด้วยเรื่องราวของนักข่าวหนุ่มนามว่า Tintin ออกผจญภัยไปค้นหาความจริงกับสุนัขแสนรู้ Snowy โดยการ์ตูนในซีรีส์ Tintin มีการพิมพ์ออกมาทั้งหมด 24 เรื่อง แต่ในฉบับภาพยนตร์กำกับโดย Steven Spielberg จะเป็นบทที่เขียนขึ้นมาจากหนังสือ 3 เรื่องคือ Le Crabe aux pinces d&#8217;or (The Crab with the Golden Claws), Le Secret de la Licorne (The Secret of the Unicorn), and Le [...]


related : <ol><li><a href='http://pradt.net/first-look-tintin' rel='bookmark' title='Permanent Link: First Look: Tintin'>First Look: Tintin</a></li></ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-theadventuresoftintin.jpg width=549 height=460 border=0 title="The Adventures of Tintin"></p>
<p><font color =#666666><b>The Adventures of Tintin</b></font> | Steven Spielberg (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><br />
ภาพยนตร์อนิเมชั่น 3D สร้างจาากหนังสือการ์ตูนซีรีส์ Les Aventures de Tintin ที่โด่งดังมีคนรู้จักไปทั่วโลกของ Hergé ว่าด้วยเรื่องราวของนักข่าวหนุ่มนามว่า Tintin ออกผจญภัยไปค้นหาความจริงกับสุนัขแสนรู้ Snowy โดยการ์ตูนในซีรีส์ Tintin มีการพิมพ์ออกมาทั้งหมด 24 เรื่อง แต่ในฉบับภาพยนตร์กำกับโดย Steven Spielberg จะเป็นบทที่เขียนขึ้นมาจากหนังสือ 3 เรื่องคือ Le Crabe aux pinces d&#8217;or (The Crab with the Golden Claws), Le Secret de la Licorne (The Secret of the Unicorn), and Le Trésor de Rackham le Rouge (Red Rackham&#8217;s Treasure)</p>
<p>งานนี้ไม่ได้มีดีแค่ผู้กำกับเท่านั้น พลพรรคคนเขียนบทก็ไม่ธรรมดา คนเขียนบทมีสามคนคือ Steven Moffat คนเขียนบทซีรีส์ <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=2341">Sherlock</a> ของอังกฤษ, Edgar Wright ผู้กำกับ/คนเขียนบท <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=1164">Hot Fuzz</a> และ <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=2403">Scott Pilgrim vs. the World</a> และสุดท้าย Joe Cornish ผู้กำกับ/คนเขียนบท ที่เพิ่งเดบิวผลงานภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรก <a target=_blank href="http://pradt.net/?p=2573">Attack the Block</a> ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา</p>
<p>The Adventures of Tintin เป็นภาพยนตร์ที่สนุกมากสมกับการรอคอย การเดินเรื่องฉับไว เต็มไปด้วยฉากแอคชั่นที่น่าตื่นเต้น ได้อารมณ์ราวกับ Indiana Jones + Pirates of the Caribbean อะไรอย่างนั้นเลยทีเดียว เพลงประกอบฝีมือ John Williams ก็ช่างเข้ากับหนังผจญภัยแบบนี้ งานเรนเดอร์ภาพก็ละเอียดมากอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะชัดไปไหน เก็บรายละเอียดทุกสิ่งแม้แต่ของที่ไม่คิดว่าจะต้องละเอียดขนาดนั้นก็ได้ มีหลายมุมกล้องและฉากที่ดูแล้วก็เข้าใจว่าถ้าใช้คนแสดงคงทำไม่ได้ &#8230;จงไปดูแบบ 3D กันโดยพลัน!</p>


<p>related : <ol><li><a href='http://pradt.net/first-look-tintin' rel='bookmark' title='Permanent Link: First Look: Tintin'>First Look: Tintin</a></li></ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/the-adventures-of-tintin/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>American Horror Story</title>
		<link>http://pradt.net/american-horror-story</link>
		<comments>http://pradt.net/american-horror-story#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Dec 2011 09:35:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>
		<category><![CDATA[americanhorrorstory]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2584</guid>
		<description><![CDATA[American Horror Story (season 1) American Horror Story คือหนังดราม่าสยองขวัญเรื่องยาว 12 ตอนจบ เป็นเรื่องราวของครอบครัว Harmon ที่ประกอบด้วยพ่อแม่และลูกสาว ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งบ้านหลังนี้เคยมีอดีตที่ไม่สวยงามนักกับผู้ที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน หลายคนตายหรือหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในแต่ละตอน ก็จะมีการย้อนอดีตของบ้านกลับไป ให้เห็นถึงคนที่เคยอยู่อาศัยและตายในบ้านหลังนี้ ผีในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นผีแหวะ ออกมาหน้าตาประหลาดหรือน่ากลัวแต่อย่างใด แต่กลับดูเหมือนคนธรรมดา สามารถปรากฏร่างและยังมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ได้อย่างปกติอีกด้วย!บทก็เขียนออกมาได้ดีมาก นักแสดงก็แสดงดีกันหมดทุกคนเลย ยิ่งดูก็จะพบจุดหักมุมไปเรื่อยๆ และไปพีคสุดในตอนที่ 6 และยังทำให้ผู้ชมต้องลุ้นกันไปอีกหลายตอน น่าเสียดายที่ตอนสุดท้ายทำออกได้ค่อนข้างธรรมดาไปนิด ทั้งที่ตอนกลางเรื่องเขียนบทแบบเดาทางไปกันไม่ถูก ระทึกกันไปทุกช่วง แต่โดยรวมก็สนุกมากๆ ขอยกให้เป็นซีรีส์ที่สนุกที่สุดของปีนี้ไปเลย ปีสองของเรื่องนี้ได้ข่าวว่าจะเป็นบ้านอีกหลัง และก็เป็นเรื่องของอีกครอบครัวไปเลย ถ้ายังเขียนบทได้เฉียบแบบนี้น่าจะไปได้อีกหลายซีซั่นนะ เพราะเป็นซีรีส์ที่ไม่ต้องดูต่อเนื่องกันแบบซีรีส์ทั่วไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/photo/americanhorrorstory1.jpg width=549 height=350 border=0 title="American Horror Story"></p>
<p><font color =#666666><b>American Horror Story</b></font> (season 1) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
American Horror Story คือหนังดราม่าสยองขวัญเรื่องยาว 12 ตอนจบ เป็นเรื่องราวของครอบครัว Harmon ที่ประกอบด้วยพ่อแม่และลูกสาว ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งบ้านหลังนี้เคยมีอดีตที่ไม่สวยงามนักกับผู้ที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน หลายคนตายหรือหายไปอย่างไร้ร่องรอย</p>
<p>ในแต่ละตอน ก็จะมีการย้อนอดีตของบ้านกลับไป ให้เห็นถึงคนที่เคยอยู่อาศัยและตายในบ้านหลังนี้ ผีในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นผีแหวะ ออกมาหน้าตาประหลาดหรือน่ากลัวแต่อย่างใด แต่กลับดูเหมือนคนธรรมดา สามารถปรากฏร่างและยังมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ได้อย่างปกติอีกด้วย!บทก็เขียนออกมาได้ดีมาก นักแสดงก็แสดงดีกันหมดทุกคนเลย ยิ่งดูก็จะพบจุดหักมุมไปเรื่อยๆ และไปพีคสุดในตอนที่ 6 และยังทำให้ผู้ชมต้องลุ้นกันไปอีกหลายตอน</p>
<p>น่าเสียดายที่ตอนสุดท้ายทำออกได้ค่อนข้างธรรมดาไปนิด ทั้งที่ตอนกลางเรื่องเขียนบทแบบเดาทางไปกันไม่ถูก ระทึกกันไปทุกช่วง แต่โดยรวมก็สนุกมากๆ ขอยกให้เป็นซีรีส์ที่สนุกที่สุดของปีนี้ไปเลย</p>
<p>ปีสองของเรื่องนี้ได้ข่าวว่าจะเป็นบ้านอีกหลัง และก็เป็นเรื่องของอีกครอบครัวไปเลย ถ้ายังเขียนบทได้เฉียบแบบนี้น่าจะไปได้อีกหลายซีซั่นนะ เพราะเป็นซีรีส์ที่ไม่ต้องดูต่อเนื่องกันแบบซีรีส์ทั่วไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/american-horror-story/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Terra Nova</title>
		<link>http://pradt.net/terra-nova</link>
		<comments>http://pradt.net/terra-nova#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2011 08:35:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>
		<category><![CDATA[terranova]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2583</guid>
		<description><![CDATA[Terra Nova (season 1) Terra Nova เป็นซีรีส์ว่าดด้วยโลกมนุษย์ในอนาคต 2149 เมื่อประชากรล้นโลก มีการแย่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติและอาหารขาดแคลน อากาศเป็นพิษจนแทบจะอาศัยอยู่ไม่ได้ จึงมีการสร้างประตูเชื่อมมิติ ที่สามารถย้อนเวลากลับไป 85 ล้านปีก่อน เหล่าประชากรได้มีการจับสลากคัดเลือกบุคคลากรเพื่อส่งไปอาศัยอยู่ในยุค Cretaceous ประตูนี้มีปัญหาอย่างเดียวคือ เมื่อข้ามไปแล้วจะกลับมาไม่ได้ ครอบครัวหลักของเรื่องก็คือครอบครัว Shannon ตัวเอกของเรื่องเป็นอดีตตำรวจที่มีการผูกเรื่องให้ดูมีที่มาที่ไปซับซ้อนเล็กน้อย ได้คัดเลือกให้ไปเพราะภรรยาของเขาเป็นหมอ แต่กลับพบว่าทำผิดกฏหมายด้วยการมีบุตรเกิน 2 คน ทำให้ถูกจับเข้าคุก แต่ต่อมาก็แหกคุกและหนีเข้าประตูเวลาไปได้อยู่ดี พล็อตเรื่องมันก็คือ Jurassic Park + Stargate เมื่อข้ามกลับไปแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ในแคมป์ รายล้อมไปด้วยไดโนเสาร์ และสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ต่างๆ ที่คอยเข้ามาโจมตี ในแต่ละตอน (แต่ตอนหลังๆ ก็ไม่ค่อยมี สงสัยงบไม่พอ) ซีซันแรกมีแค่ 11 ตอน โดยมีตอนแรกยาว 90 นาที และตอนสุดท้ายยาว 2 ชั่วโมง ตอนที่สนุกจริงคือตอนที่ 6 และตอนสุดท้าย เป็นซีรีส์ที่ดูได้เพลินๆ ถ้าชอบแนว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/photo/terranova1.jpg width=549 height=350 border=0 title="Terra Nova"></p>
<p><font color =#666666><b>Terra Nova</b></font> (season 1) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/blankstar.gif" alt="&#9734;" /><br />
Terra Nova เป็นซีรีส์ว่าดด้วยโลกมนุษย์ในอนาคต 2149 เมื่อประชากรล้นโลก มีการแย่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติและอาหารขาดแคลน อากาศเป็นพิษจนแทบจะอาศัยอยู่ไม่ได้ จึงมีการสร้างประตูเชื่อมมิติ ที่สามารถย้อนเวลากลับไป 85 ล้านปีก่อน เหล่าประชากรได้มีการจับสลากคัดเลือกบุคคลากรเพื่อส่งไปอาศัยอยู่ในยุค <a target=_blank href="http://en.wikipedia.org/wiki/Cretaceous">Cretaceous</a> ประตูนี้มีปัญหาอย่างเดียวคือ เมื่อข้ามไปแล้วจะกลับมาไม่ได้ </p>
<p>ครอบครัวหลักของเรื่องก็คือครอบครัว Shannon ตัวเอกของเรื่องเป็นอดีตตำรวจที่มีการผูกเรื่องให้ดูมีที่มาที่ไปซับซ้อนเล็กน้อย ได้คัดเลือกให้ไปเพราะภรรยาของเขาเป็นหมอ แต่กลับพบว่าทำผิดกฏหมายด้วยการมีบุตรเกิน 2 คน ทำให้ถูกจับเข้าคุก แต่ต่อมาก็แหกคุกและหนีเข้าประตูเวลาไปได้อยู่ดี</p>
<p>พล็อตเรื่องมันก็คือ Jurassic Park + Stargate เมื่อข้ามกลับไปแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ในแคมป์ รายล้อมไปด้วยไดโนเสาร์ และสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ต่างๆ ที่คอยเข้ามาโจมตี ในแต่ละตอน (แต่ตอนหลังๆ ก็ไม่ค่อยมี สงสัยงบไม่พอ) ซีซันแรกมีแค่ 11 ตอน โดยมีตอนแรกยาว 90 นาที และตอนสุดท้ายยาว 2 ชั่วโมง ตอนที่สนุกจริงคือตอนที่ 6 และตอนสุดท้าย</p>
<p>เป็นซีรีส์ที่ดูได้เพลินๆ ถ้าชอบแนว Jurassic Park ที่ไม่ค่อยมีคนสร้างเท่าไหร่ หรือเบื่อพวกซอมบี้ แวมไพร์ อะไรกันแล้ว ตัวบทก็ทำออกมาได้น่าสนใจในส่วนดราม่า แอคชั่น และงานสร้างที่ดูอลังการ (แต่ยังไม่เนียนแบบ Jurassic Park) ระหว่างเดินเรื่องไป เราก็จะรู้ว่าการส่งคนมายุคอดีตมันเป็นเพียงแค่แผนการเบื้องต้น สิ่งที่คนในปี 2149 ต้องการจริงๆ คือเปิดประตูทางเชื่อมเพื่อเอาทรัพยากรจากโลกอดีตกลับไปปัจจุบัน แต่ไม่เห็นพูดถึงเรื่องผลกระทบต่างๆ แต่อย่างใด (ทั้งที่บอกว่ามันคืออดีตของโลกปัจจุบัน ไม่ใช่คนละโลกกัน หรือว่ามันคือ Parallel Universe!) อย่างไรก็ตาม&#8230;ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะไม่มีต่อ เพราะเหมือนทางสตูดิโอยังไม่ได้ตัดสินใจให้สร้างต่อ ถ้าดูตามบทแล้ว ถึงให้สร้างต่อก็ไม่น่าไปได้เกิน 2 ซีซั่นนะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/terra-nova/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Take Shelter</title>
		<link>http://pradt.net/take-shelter</link>
		<comments>http://pradt.net/take-shelter#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 07:34:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pradt</dc:creator>
				<category><![CDATA[watch]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pradt.net/?p=2582</guid>
		<description><![CDATA[Take Shelter &#124; Jeff Nichols (2011) ผลงานดราม่าทริลเลอร์ชอง Jeff Nichols ผู้กำกับชาวอเมริกัน ที่เขาทั้งเขียนบทและกำกับเอง ว่าด้วยเรื่องราวของความฝันของผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง กับภรรยา และลูกสาวที่มีความพิการทางการได้ยิน ความฝันของเขาเริ่มด้วยพายุที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ตามมาด้วยฝนที่มีสีเหมือนน้ำมันเครื่อง และมาอย่างต่อเนื่องทุกคืน โดยรายละเอียดของความฝันจะแตกต่างกันออกไปตามช่วงเวลาและบุคคลที่อยู่ในความฝันของเขา ชีวิตปกติประจำวันของเขาเริ่มเดินไปอย่างไม่ปกติ ส่งผลกระทบไปสู่หน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้าง เมื่อเขาเริ่มแยกความฝันและความจริงไม่ออก เริ่มได้ยินเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่มีใครรู้สึก จนเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะกำลังเป็นโรคจิต ซึ่งอาจจะเป็นกรรมพันธุ์ที่มาจากทางฝ่ายแม่ของเขา งานเขียนบทและกำกับของ Jeff Nichols ทำออกมาได้น่าสนใจมาก การแสดงของ Michael Shannon ก็ดูสมจริงและน่าดึงดูดอย่างประหลาด เมื่อมารวมกับดนตรีประกอบของ David Wingo ที่เข้ากับอารมณ์และจังหวะของเรื่อง ก็ยิ่งทำให้หนังมันดูพีคตรงจุดที่ควรจะพีคได้อย่างมหัศจรรย์ Take Shelter เป็นงานเรื่องที่ของของผู้กำกับ Jeff Nichols ที่ร่วมงานกับ Michael Shannon แล้ว โดยในเรื่องแรกคือ Shotgun Stories [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src=http://pradt.net/imgs/cap/c-takeshelter.jpg width=549 height=460 border=0 title="Take Shelter"></p>
<p><font color =#666666><b>Take Shelter</b></font> | Jeff Nichols (2011) <img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/star.gif" alt="&#9733;" /><img src="http://pradt.net/wp-content/plugins/star-rating-for-reviews/images/halfstar.gif" alt="&frac12;" /><br />
ผลงานดราม่าทริลเลอร์ชอง Jeff Nichols ผู้กำกับชาวอเมริกัน ที่เขาทั้งเขียนบทและกำกับเอง ว่าด้วยเรื่องราวของความฝันของผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง กับภรรยา และลูกสาวที่มีความพิการทางการได้ยิน </p>
<p>ความฝันของเขาเริ่มด้วยพายุที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ตามมาด้วยฝนที่มีสีเหมือนน้ำมันเครื่อง และมาอย่างต่อเนื่องทุกคืน โดยรายละเอียดของความฝันจะแตกต่างกันออกไปตามช่วงเวลาและบุคคลที่อยู่ในความฝันของเขา ชีวิตปกติประจำวันของเขาเริ่มเดินไปอย่างไม่ปกติ ส่งผลกระทบไปสู่หน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้าง เมื่อเขาเริ่มแยกความฝันและความจริงไม่ออก เริ่มได้ยินเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่มีใครรู้สึก จนเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะกำลังเป็นโรคจิต ซึ่งอาจจะเป็นกรรมพันธุ์ที่มาจากทางฝ่ายแม่ของเขา </p>
<p>งานเขียนบทและกำกับของ Jeff Nichols ทำออกมาได้น่าสนใจมาก การแสดงของ Michael Shannon ก็ดูสมจริงและน่าดึงดูดอย่างประหลาด เมื่อมารวมกับดนตรีประกอบของ David Wingo ที่เข้ากับอารมณ์และจังหวะของเรื่อง ก็ยิ่งทำให้หนังมันดูพีคตรงจุดที่ควรจะพีคได้อย่างมหัศจรรย์</p>
<p>Take Shelter เป็นงานเรื่องที่ของของผู้กำกับ Jeff Nichols ที่ร่วมงานกับ Michael Shannon แล้ว โดยในเรื่องแรกคือ Shotgun Stories ที่ดูจะเป็นหนังค่อนข้างเงียบออกมาในปี 2007 แต่ติดอันดับท็อป10 ของนักวิจารณ์หลายเจ้าในปี 2008</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pradt.net/take-shelter/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

