หลังจากทิ้งท้ายใ้ห้คนอยากดูต่อใน dead man’s chest เมื่อ captain jack sparrow โดน kraken สัตว์เลี้ยงที่น่ารักของ davy jones ส่งไปยังสุดโลกแห่งความตายที่ขอบโลก ซึ่งถูกเรียกว่า davy jones’ locker

ขณะเดียวกันกลุ่มโจรสลัดต่างก็โดนทางการกำจัดไปอย่างต่อเนื่อง โดยเรือปิศาจ flying dutchman ของ captain davy jones ภายใต้การควบคุมของ the company (east india trading company) ซึ่งกำหัวใจของ jones ไว้ เพื่อให้เขาทำตามคำสั่ง

และด้วยเหตุผลบางอย่าง เหล่าพรรคพวกของ jack sparrow ก็ออกเดินทางไปยังสุดขอบโลก เพื่อนำตัว jack กลับมา การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ของเหล่าโจรสลัดทั้งหลาย ก็กำลังใกล้เข้ามา อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบภาค at world’s end นี้มากกว่าสองภาคที่ผ่านมา ทั้งการออกแบบฉาก การดำเนินเรื่อง แม้ว่าหนังจะยาวเกือบสามชั่วโมง แต่ผู้กำกับก็สามารถ แทรกสอดเรื่องราวต่างๆ เข้ามาได้อย่างลงตัว ทั้งเอฟเฟ็ค การแสดง และเพลงประกอบ ในทุกด้าน ทำได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ผมยังชอบการใส่ชีวิตให้ตัวละครในเรื่อง pirates of the caribbean คือไม่มีตัวละครตัวไหนที่ดีไปหมด และไม่มีตัวไหนที่เลวไปหมด ทุกคนมีทั้งความดีและไม่ดี ผสมปนเปกันอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองจากมุมไหน ต่างคนก็มีเหตุผลของตัวเอง และเหตุผลบางอย่างก็อาจจะเป็นเรื่องไม่ดี สำหรับอีกคน

นับเป็นภาคจบที่ลงตัวทุกอย่าง แถมยังมีทิ้งท้าย ให้ดูเหมือนว่า จะมีการผจญภัยครั้งใหม่ได้อย่างดีอีกด้วย การเดินเรื่องมาถึงจุดจบได้อย่างสิ้นสุด ตัดความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องของตัวละครออกไปได้ทั้งหมด… จากที่เคยมีข่าวออกมาว่า keira knightley อาจจะเล่นภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายแล้ว ผมก็เห็นว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร หลังจากดูภาคนี้จบแล้ว ผมก็คิดว่า สามารถที่จะตัดตัวละครออกไปทั้งหมด แล้วเหลือตัวยืนคือ jack sparrow กับ barbossa หนังเรื่องนี้ก็ยังคงสามารถสร้างตอนต่อไป ได้อย่างน่าติดตามอยู่ดีครับ

★★★★★ การแสดง (acting)
★★★★★ นักแสดง (actors/casting)
★★★★☆ เนื้อเรื่อง (story)
★★★★★ ดนตรีประกอบ (music/sound effect)
★★★★★ การถ่ายทำ (direction/composition)
★★★★★ ความชอบโดยรวม (overall)

movie: pirates of the caribbean : at world’s end | director: gore verbinski | release: 2007

2007.05.24