อาทิตย์ที่แล้วไปอัมพวา กับฝูงเพื่อนมาฮะ ความจริงอัมพวานี่เขาไปเที่ยวตลาดน้ำ กับไปล่องเรือดูหิ่งห้อยกัน แต่ครั้งนี้ไปเพราะเหตุผลเดียวคือจะไปกิน! “มัน“บอกว่าปลาหมึกย่างกับผัดไทอร่อย ส่วนอีกคนบอกจะไปดูหิ่งห้อย เลยกะเวลาออกเดินทางประมาณบ่ายสอง ไปถึงโน่นก็สี่โมง คนอย่างมดเดินเบียดกัน ยังดีที่ไม่มีแดด ถ้ามีแดดด้วยอาจระเหิดได้

ไปถึงผัดไทหายไปแล้ว อดกิน [evil] เดินต่อไปเพื่อหาของทะเลเผา (กุ้ง!!!) เดินไปจนนู่นสุดปลาย เพราะ “มัน” บอกว่าร้านนี้ถูกและอร่อย ไปถึงร้าน กุ้งหมด!!! (แย้ก!) สุดท้ายได้กินแต่หอยเชลล์กับหอยตลับ (รสชาติโอเค) และปลาหมึกย่าง (รสชาติงั้นงั้น) ไม่ได้ถ่ายรูปหอยเผามา เพราะรู้สึกอนาถเกิน

จากนั้นก็ไปล่องเรือดูหิ่งห้อยตามแผน (ของใครกัน) นั่งเรือเครื่องลอยไปเรื่อย แต่กแต่กแต่ก (ความจริงอยากนั่งเรือแจวดูเหมือนกัน แต่คาดว่าอาจได้ขึ้นฝั่งอีกทีตอนเช้า) มองดูหิ่งห้อยเกาะต้นลำพู ส่งแสงวิบวับ ราวกับใครเอาหลอดแอลอีดีไปติดไว้ ถ้ามันไม่บินนี่อาจจะไม่เชื่อว่าของจริง หิ่งห้อยจะเกาะที่ต้นลำพูเท่านั้น ไม่เกาะพร่ำเพรื่อ คนบังคับเรือ หรือในที่นี้เราจะเรียกว่าไกด์ เล่าว่า ต้นลำพูถูกตัดไปเยอะ เพื่อสร้างทางเดินข้างคลอง ซึ่งไม่มีประโยชน์อันใด ตอนนั่งเรือผ่าน ก็ไม่เห็นมีสิ่งมีชีวิตเดินบนทางดังกล่าว แล้วยังเล่าต่อว่า ต้นลำพูทั้งต้นทั้งกิ่งใบ เอาไปทำอะไรก็ไม่ได้ มันเกิดมาเพื่อให้หิ่งห้อยเกาะเท่านั้น หิ่งห้อยก็เกิดมาเพื่อเกาะบนต้นลำพู (โอ้ คู่กรรม! ว่าแต่เมืองนอกก็มีต้นลำพูเหมือนกันสินะ?! )

ไม่ได้ถ่ายหิ่งห้อยมา เนื่องจากกล้อง v570 ไม่สามารถถ่ายในแสงน้อยขนาดนั้นได้
เอารูปหิ่งห้อยในจินตนาการมาให้ดูแทน

ตอนนั่งดูผ่านไปสี่ต้นแรกก็ตื่นเต้นดี หลังจากนั้น ลมพัดเย็นเอื่อยเอื่อย เริ่มง่วง เกิดอาการเบื่อ
พอตั้งแต่ต้นที่ห้าเริ่มเกิดอาการ déjà vu … ดูเสร็จ ลงจากเรือ มุ่งเข้ากรุงเทพฯ

อ่อ… ได้ขนมกลับบ้านนิดหน่อย ขนมโบโบแบบนี้ชอบ
กล่องสีสีนี่ไม่กล้ากิน คนขายเล่นบอกว่าถ้าชิมแล้วเปรี้ยวก็ทิ้งไป (ฮา)

2008.07.07